| ชะตากรรมหรรษาของมิสเตอร์กุเทพ |
| เฟย์ |
มิสเตอร์กุเทพเป็นตัวละครที่น่าประทับใจมาก ใครได้รู้จักจะลืมเขาไม่ลง และจะคิดถึงเขาเพราะเขาทำให้เราหัวเราะได้บันเทิงจริงๆ เป็นอารมณ์ขันใสสะอาดที่น่ารักโดยแท้
มิสเตอร์กุเทพเป็นคนอินเดีย เขาแต่งตัวโดยมีผ้าโพกหัว สวมชุดสูทสีเทา ใส่รองเท้าตราหมูเหยียบเขียง ซึ่งเป็นยี่ห้อที่หายากมากในอินเดีย และยังเป็นรองเท้าราคาแพง มีราคาขายคู่ละไม่ต่ำกว่าพันเหรียญ (ประมาณ 33,700 บาท นิยายเรื่องนี้ลงพิมพ์เป็นตอนใน สตรีสารรายสัปดาห์ และพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527) มิสเตอร์กุเทพไปพำนักชั่วคราวที่เมืองบอสตัน ประเทศอเมริกา เป็นเวลานานสามเดือน โดยพักที่อพาร์ตเมนต์เลขที่ 3787 ถนนคอนวอลด์ ตึกที่พักนี้เป็นตึกก่ออิฐสีแดงสูงสามชั้น เขาพักอยู่ชั้นล่าง ห้องของมิสเตอร์กุเทพมีเตียงสองเดียง เตียงหนึ่งเป็นเตียงธรรมดา อีกเตียงหนึ่งเป็นเตียงไม้ที่มีตะปูปลายแหลมตอกอยู่ ซึ่งเขาสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้นอนฝึกโยคี มิสเตอร์กุเทพใช้เตียงนอนทั้งสองเตียง แล้วแต่ว่าวันใดต้องการฝึกสมาธิจิตหรือไม่ ภายในห้องยังมีเก้าอี้ตะปูด้วย แขกไปใครมาจะต้องระวังให้ดีก่อนจะนั่งนอนบนเฟอร์นิเจอร์ของเขา เหตุที่มิสเตอร์กุเทพมาอยู่ที่บอสตันเป็นการชั่วคราวนั้นไม่ใช่เป็นเพราะเขาหนีคดีอาญาอะไรมา แต่เพราะต้องการหาบรรยากาศแปลกใหม่และแรงบันดาลใจในการวาดรูป มิสเตอร์กุเทพบอกว่าตนเองเป็นจิตรกร ถ้าลองถามเพื่อนบ้านของเขาดู เพื่อนบ้านจะบอกว่าไม่เคยเห็นเขาจับพู่กันเลยสักครั้งเดียว แต่ถ้าถามมิสเตอร์กุเทพ เขาจะอธิบายว่าที่ไม่จับพู่กันก็เพราะเขาวาดรูปด้วยเท้า การใช้เทคนิคแบบผมน่ะ มันให้ความรู้สึกต่างกับวาดด้วยมือนะ ลายเส้นของผมเป็นความแปลกใหม่ปนความหยาบกระด้าง ชนิดที่ไม่มีศิลปินคนไหนทำมาก่อน มิสเตอร์กุเทพวาดรูปโดยใช้แต่สีแดงเท่านั้น ถ้าเราขอดูผลงานของเขา เราจะเห็นรูปวาดเป็นรอยเปรอะสีแดง ผลงานล่าสุดของเขาคือรูปชื่อ ไก่ถูกรถบรรทุกทับ ก่อนหน้านี้เขาเคยขายรูปได้แล้วสองสามรูป เป็นรูปเป็ดถูกรถทับ และ ห่านถูกรถทับ ต่อมามีผู้ซื้อรูปไก่ถูกรถทับไปในราคา 12 เหรียญ (ประมาณ 405 บาท) มิสเตอร์กุเทพดีใจมากและตั้งใจจะวาดรูปใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อจะขายได้ในราคาสูงๆ รูปใหม่ที่มิสเตอร์กุเทพตั้งใจจะวาดมีชื่อว่า ควายถูกรถทับ ชีวิตของมิสเตอร์กุเทพน่าจะดำเนินไปด้วยดีตามอัตภาพ แต่โชคร้ายจริงๆ ที่ชะตากรรมของเขาในหนังสือเรื่อง เจ้าหญิงส้ม เป็นไปอย่างโหดร้าย มิสเตอร์กุเทพต้องประสบเคราะห์กรรมที่ไม่คาดฝันอยู่เนืองๆ ซึ่งมีทั้งเคราะห์ที่สมควรเกิดและไม่น่าจะเกิด ซึ่งล้วนแต่ทำให้คนอ่านขบขันยิ่งยวดทั้งสิ้น เราอดไม่ได้ที่จะเห็นอกเห็นใจเขาและหัวเราะจนน้ำตาไหลไปพร้อมกัน เหตุร้ายเรื่องแรกเกิดจากนิสัยลามกของมิสเตอร์กุเทพ เขาแอบเจาะรูฝาห้องพักของตนเองเพื่อถ้ำมอง มอลลี สาวสวยวัย 19 ปีที่พักอยู่ห้องติดกัน แถมยังคุยว่า ฝาห้องด้านโน้นน่ะเป็นโปสเตอร์รูปดอกไม้ ผมเคยเข้าไปดูมาแล้ว รูแอบมองที่ผมเจาะไว้นี่น่ะมันตรงกับรูปดอกแดฟโฟดิล มอลลีไม่มีทางสังเกตได้ว่าตรงนี้เป็นรู ดูไม่ดูเปล่า เขายังเที่ยวโพนทะนาไปทั่วว่าวันไหนเห็นมอลลีโป๊อย่างไรบ้าง อนิจจา วันหนึ่งขณะมอลลีต้มน้ำเดือดเพื่อชงกาแฟ เธอต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นแมลงสาบตัวโตเกาะที่ผนัง มอลลีไม่รู้จะทำอย่างไรจึงสาดน้ำร้อนใส่ฝาผนังทันที ทันใดนั้นก็มีเสียงคนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด สารรูปต่อมาของมิสเตอร์กุเทพจึงทรุดโทรมหนักหนา ใบหน้าซีดเซียว เสื้อผ้ายับยู่ยี่ เดินโซซัดโซเซด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง ตาข้างซ้ายมีผ้าพันแผลปิดหมดทั้งตา ถ้าใครจะเข้าไปลูบหลังลูบไหล่แสดงความเห็นใจ มิสเตอร์กุเทพจะร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด และขอร้องว่าอย่าถูกเนื้อต้องตัวเขา เพราะตามันสะเทือนไปด้วย นี่เป็นเคราะห์กรรมแรกเท่านั้น ต่อๆ มาดูจะมีเหตุดลบันดาลให้มิสเตอร์กุเทพต้องเจ็บตัวและเจ็บตาอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะบุคลิกงกๆ เงิ่นๆ เก้ๆ กังๆ อีกทั้งนิสัยซื่อตรงและพูดไม่เก่งพูดไม่ทันคนอื่น จึงมักทำให้มิสเตอร์กุเทพต้องดวงซวยอยู่บ่อยๆ เช่นถูกขโมยรองเท้า ถูกหญิงขอทานเข้าใจผิดว่ามิสเตอร์กุเทพเป็นขอทานยาจก แสร้งทำเป็นคนตาบอดข้างเดียวอนาถา และไม่กี่นาทีต่อมา ก็ถูกหญิงขอทานเข้าใจว่าเป็นแมงดาที่ชอบรีดไถผู้หญิง ทำให้เขาถูกหญิงขอทานทำร้ายเอาแรงๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่างเดียว ต่อมามิสเตอร์กุเทพไปมีเรื่องกับนักเลงหนุ่มร่างยักษ์เข้าโดยบังเอิญและถูกอาฆาตถึงขั้นหมายชีวิต อีกทั้งมีเหตุการณ์สารพัดให้มิสเตอร์กุเทพต้องผจญภัยต่างๆ นานา แม้มิสเตอร์กุเทพจะไม่ยินดีกับเหตุร้ายเหล่านี้เลย แต่สำหรับผู้อ่านแล้ว เรื่องของเขาล้วนแต่หรรษาและเบิกบาน ชะตากรรมของมิสเตอร์กุเทพไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปนัก เมื่อมีเรื่องร้ายก็ต้องมีเรื่องดีๆ บ้าง มิสเตอร์กุเทพฝากขายรูปควายถูกรถทับที่แกลลอรี่ในบอสตัน และขายได้เงินถึงหนึ่งล้านเหรียญ (ประมาณ 33.7 ล้านบาท) ทำให้เขาเป็นเศรษฐีในพริบตา มิสเตอร์กุเทพมีเงินใช้เหลือเฟือ เขาซื้อรถเก๋งคันงามใหญ่โตโอ่อ่า พร้อมทั้งจ้างคนขับรถส่วนตัว นับจากนั้นเขาเรียกตัวเองว่า กุเทพจิตรกรเอก แม้มหาจิตรกรกุเทพจะมีข้อเสียอยู่บ้าง เช่นความลามก แต่เขามีข้อดีอีกมาก ที่ดีจริงๆ คือน้ำใจต่อเพื่อนฝูง มิสเตอร์กุเทพมีนิสัยขี้ขลาดหวาดกลัว ไม่ชอบเผชิญหน้าและไม่ชอบสุ่มเสี่ยง แต่เมื่อถึงเวลาที่เพื่อนเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ มิสเตอร์กุเทพก็มีน้ำใจช่วยเหลือด้วยความจริงใจ แม้บางครั้งความช่วยเหลือนั้นทำให้ตนเองต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มิสเตอร์กุเทพกัดฟันช่วยถึงจะทำไปด้วยความกลัวสุดขีดและความไม่เต็มอกเต็มใจ เขาไม่เคยทิ้งเพื่อนในยามยาก น้ำใจนี้เองที่ทำให้เขาน่าประทับใจ เคราะห์กรรมที่มิสเตอร์กุเทพต้องประสบทำให้เขาไม่ไว้ใจประเทศอเมริกา เขากล่าวว่า เมืองอเมริกานี่มันไม่ใช่เมืองน่าพิสมัยนักหรอก เดินไปไหนมาไหน ไปกินข้าวไปซื้อของ ดูมันมีเหตุบ้าบอคอแตกให้ผมต้องเจ็บตัวเสมอ เมืองอเมริกาน่ะเต็มไปด้วยภัยอันตราย ผมดีใจที่ไม่ได้เกิดเป็นอเมริกัน แทนที่มิสเตอร์กุเทพจะหลงแสงสีและเพลิดเพลินกับโอกาสอันดีที่ตนเองได้รับ เขาเลือกที่จะเดินทางกลับบ้านเกิด ถึงอย่างไรแล้วอินเดียคือ บ้าน ของเขา ตั้งแต่ได้อ่านหนังสือเรื่องนี้จนถึง ณ วันนี้ เขาเป็นตัวละครที่ทำให้ผู้อ่านคิดถึงอยู่เรื่อยมา ทุกคราวที่คิดถึงมิสเตอร์กุเทพ เราหวังว่าตอนนี้เขาจะยังอยู่สุขสบายดีด้วยเงินเก็บจากการขายรูปควายถูกรถทับ เพราะช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราได้รู้จักเขานั้น เขาทำให้เรามีความสุขเหลือเกิน
* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนในหนังสือ นิตยสาร ฅ คน ฉบับเดือนกันยายน ๒๕๕๑ เจ้าหญิงส้ม เขียน สิทธิไชย
Copyright © 2008 faylicity.com |
| . |
๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ |