* home   ชั้นหนังสือ : บทความ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
บ็อกเซอร์ ชีวิตตรากตรำและความฝันที่มาไม่ถึง
เฟย์

 
Book CoverAnimal Farm: A Fairy Story โดดเด่นประการหนึ่งตรงที่มีตัวละครพิเศษและน่าสนใจจำนวนมาก ตัวละครหนึ่งที่น่าจดจำเพราะทำให้ผู้อ่านสะเทือนใจเหลือหลายคือ บ็อกเซอร์

บ็อกเซอร์เป็นม้าตัวผู้ร่างยักษ์ ทำงานเป็นม้าลากเกวียนในไร่แห่งหนึ่งในอังกฤษ รอยแด่นขาวที่จมูกทำให้หน้าตาซื่อเซ่อ เขาหัวไม่ดีแต่จิตใจดี สัตว์ทุกตัวในไร่เคารพยกย่องเขาเพราะความมุ่งมั่นทำงานหนักและพละกำลังอันมหาศาล

บ็อกเซอร์เปิดตัวในเรื่องพร้อมกับสัตว์อื่นๆ ในไร่ที่มาชุมนุมกันเพื่อฟังหมูชราพูดเรื่องสำคัญว่าด้วย ‘ธรรมชาติของชีวิตสัตว์’ หมูชรากล่าวว่าสัตว์มีชีวิตทุกข์ยาก เป็นทาสไร้เสรี ได้กินอาหารเพียงประทังชีวิต ต้องทำงานจนตาย เมื่อใดหมดประโยชน์ก็จะถูกนำไปฆ่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะถูกปล้นแรงงานไปโดยมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่บริโภคโดยไม่ผลิต ไม่ให้นมไม่ออกไข่ อ่อนแอเกินจะแบกคันไถ วิ่งเร็วไม่ทันจับกระต่าย แต่กลับเป็นนายสัตว์ทั้งปวง ‘คน’ คือศัตรูที่แท้ของสัตว์ กำจัดคนได้เมื่อไร ความทุกข์ยากของสัตว์จะหมดไป

หมูชราฝันถึงโลกที่ไม่มีคนและร้องเพลง ‘สัตว์ในอังกฤษ’ ด้วยทำนองเพลง ‘โอมายดาร์ลิง คลาเมนไทน์’

มวลสัตว์อังกฤษมวลสัตว์ไอร์แลนด์
สัตว์ทั้งหลายทุกทั่วดินแดน
จงฟังสาส์นแสนเริงรื่นชื่นบาน
อนาคตกาลจักเรืองสำราญ

ในไม่ช้านานกาลจะประกาศ
โค่นอำนาจคนทรราช
ทุ่งอุดมทั้งพรมแดนอังกฤษ
จักสถิตสัตว์ผู้พิชิต

ไร้ซึ่งคล้องห่วงสนตะพายบ่วง
เครื่องเทียมลากบังเหียนชักพ่วง
เดือยรองเท้าสูญสิ้นสนิมกร่อน
แส้ริดรอนจักสาบสูญจร

ภิรมย์มั่งคั่งเกินฝันสรรค์สร้าง
บาร์เลย์ โอต สาลีและฟาง
โคลเวอร์และหัวเง่าอีกทั้งถั่ว
สัตว์ทุกตัวจักครอบครองทั่ว

ผืนดินอังกฤษพร่างพรายแพรวพราว
วารีล้ำพิสุทธิ์สกาว
ลมรำเพยหวานสราญชีวี
วาระคราเราได้เสรี

จนจวบถึงกาลเราจะหาญสู้
แกร่งกล้าพร้อมพลีชีพทุกผู้
วัวอาชาไนยฝูงห่านและไก่
จักผจญไม่เกรงฤทธิ์ภัย

การกบฎของสัตว์มาถึงเร็วกว่าที่คิดและสำเร็จง่ายดาย บ็อกเซอร์ตื่นเต้นสุขใจ แทบไม่น่าเชื่อที่ทุกสิ่งในไร่จะเป็นของตน หมูเป็นผู้นำสัตว์อื่นเพราะฉลาดกว่าใคร หมูไม่ต้องทำงานแต่คอยวางแผนการงานในไร่และกำกับดูแลสัตว์อื่น

เสรีภาพช่างหอมหวานยิ่งนัก บ็อกเซอร์ตั้งใจเก็บเกี่ยวและไถหว่าน ยิ่งทำงานก็ยิ่งปรีดาเพราะเป็นการทำงานเพื่อตัวเอง—ไม่ใช่เพื่อมนุษย์ ยามกินอาหารก็ปลาบปลื้มเพราะนี่คืออาหารจากน้ำแรงตน สัตว์รู้สึกว่าได้กินมากขึ้นเพราะไม่มีคนมาแย่งผลผลิต บ็อกเซอร์ที่ทำงานหนักมาแต่ไหนแต่ไรยิ่งทำงานหนักขึ้น เขารับงานหนักที่สุดในไร่เสมอโดยมีคติประจำใจต่อคำถามและอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตว่า ‘ฉันจะทำงานหนักขึ้น!’

หลังการกบฎไม่นาน มีการสอนหนังสือให้สัตว์ต่างๆ บ็อกเซอร์เรียนไปได้ไม่เกินตัวอักษร D มีบางครั้งที่เขาจำตัว E F G H ได้ แต่ถึงตอนนั้นเขาก็ลืม A B C D ไปแล้ว สุดท้ายบ็อกเซอร์พึงใจกับการรู้ตัวอักษรสี่ตัวแรกและหัดเขียนวันละครั้งเพื่อเตือนความจำ

ปีต่อมาผู้นำหมูประกาศให้สร้างโรงสีลมสำหรับผลิตไฟฟ้า เพื่อสัตว์จะได้มีน้ำร้อนน้ำเย็นใช้ มีไฟในคอกยามกลางคืน และได้ความอบอุ่นในฤดูหนาว มีเครื่องทุ่นแรงเช่นเครื่องรีดนมไฟฟ้า เครื่องไถหว่าน เครื่องเกี่ยวและนวดข้าว เมื่อโรงสีลมสร้างเสร็จ สัตว์จะทำงานเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน และมีเวลาไปเล็มหญ้าหรืออ่านหนังสือ

ถึงตอนนั้น นโยบายและข่าวสารจากผู้นำหมูทำให้บ็อกเซอร์ไม่สบายใจอยู่บ้าง แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ม้าฉลาดก็ตาม แต่เมื่อไม่รู้จะคิดอย่างไร บ็อกเซอร์จึงยึดมั่นคติเดิมคือทำงานหนักขึ้นและมีคติใหม่ว่า ’ผู้นำถูกเสมอ’

การสร้างโรงสีลมเป็นงานหนักหนา ต้องนำหินจากเหมืองมาสกัดเป็นชิ้น บ็อกเซอร์ทำงานวันละเกือบ 12 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด แม้งานจะสาหัสและการปันส่วนอาหารลดลงเรื่อยๆ จนต้องหิวเกือบตลอดเวลา แต่เขาสุขใจเพราะภูมิใจการสร้างสรรค์ของตนเอง

เป็นเวลาสองปีกว่าที่โรงสีลมจะใกล้เสร็จ อนิจจา เกิดเหตุโรงสีลมพังทลายต้องสร้างใหม่ทั้งหมด บ็อกเซอร์ไม่เสียกำลังใจ แต่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าอายุ 11 ปีแล้ว ไม่มีกำลังวังชาเหมือนแต่ก่อน ความหวังสุดท้ายของบ็อกเซอร์คือการเห็นโรงสีลมคืบหน้ามากที่สุดก่อนที่เขาจะเกษียณ

หลังการกบฎมีการตกลงว่าจะกันทุ่งหญ้าส่วนหนึ่งในไร่เอาไว้ให้สัตว์ที่เกษียณอายุ บ็อกเซอร์มีกำหนดเกษียณเมื่ออายุ 12 ปี บำนาญของม้าเกษียณคือข้าวโพดวันละ 2.2 กิโลกรัม ฟาง 7 กิโลกรัมในฤดูหนาว แคร์ร็อตและอาจมีแอ็ปเปิ้ล 1 ลูกในวันหยุด

บ็อกเซอร์ทำงานหนักต่อไป เย็นวันหนึ่งเขาล้มลงขณะออกไปลากกองหิน เขายังอุตส่าห์บอกสัตว์อื่นขณะเลือดออกปากว่า "ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอคงสร้างโรงสีลมให้เสร็จได้โดยไม่ต้องอาศัยฉัน มีก้อนหินมากพอดูแล้ว ถึงอย่างไรฉันก็ทำงานได้อีกแค่เดือนเดียว"

บ็อกเซอร์รู้ว่าหากรักษาตัวให้หายดีได้ เขาคงอยู่ต่อไปได้อีกสามปี เขาตั้งใจใช้เวลาช่วงสุดท้ายในชีวิตกับการพักผ่อนและเรียนตัวอักษร 22 ตัวที่เหลือ

ผู้นำหมูส่งสาส์นแสดงความห่วงใยและจะส่งบ็อกเซอร์เข้าโรงพยาบาล มีรถมาพาตัวบ็อกเซอร์ไป พวกสัตว์พากันบอกลาบ็อกเซอร์แต่ลาตัวหนึ่งกระทืบเท้า พูดว่าดูสิพวกโง่ว่าข้างรถเขียนว่า "อัลเฟรด ซิมมอนส์ คนฆ่าม้าและคนต้มกาว วิลลิงดัน พ่อค้าหนังสัตว์และปุ๋ยกระดูกป่น"

โฆษกผู้นำแจ้งข่าวว่าบ็อกเซอร์ตายที่โรงพยาบาล อีกทั้งชี้แจงว่าสัตวแพทย์ซื้อรถคันนี้ต่อจากโรงฆ่าม้าและยังไม่ทันทาสีทับป้ายเดิม ไม่กี่วันต่อมา สัตว์ไม่รู้ว่าพวกหมูได้เงินมาจากไหนมาซื้อวิสกี้หนึ่งลังเพื่อเลี้ยงสังสรรค์

บ็อกเซอร์จบชีวิตอย่างน่าเศร้า อาจจะดีแล้วที่เขาตายไปโดยมีความหวัง เขาจะได้ไม่ต้องรับรู้ว่าไม่มีสัตว์ตัวใดได้เกษียณอายุ กิจการภายภาคหน้าในไร่รุ่งเรืองดี แต่ความเป็นอยู่ของสัตว์ชนชั้นแรงงานไม่ดีขึ้น โรงสีลมสร้างเสร็จแล้ว แต่ใช้สีข้าวโพดไม่ได้ใช้ผลิตไฟฟ้า สัตว์ทำงานหนักดังทาสต่อไปเพื่อสร้างโรงสีลมแห่งที่สอง คราวนี้ไม่มีการสร้างฝันลอยๆ อีกต่อไปว่าโรงสีลมมีไว้เพื่อทุ่นแรงงาน ผู้นำหมูบอกว่า "ความสุขอันแท้จริงอยู่ที่การทำงานหนักและใช้ชีวิตสมถะ"

แต่ถึงรู้อย่างนั้น บ็อกเซอร์คงยึดคติเชื่อผู้นำดังเดิม เขาเป็นประชาชนที่ชนชั้นปกครองชอบเพราะเป็นการง่ายกว่าที่จะปกครองคนที่ไม่คิดไม่ตั้งคำถามอะไร พูดอะไรไปก็เชื่อ

เราจะพบผู้คนรอบข้างชีวิตเราในนิทานเรื่องนี้ ซึ่งอาจรวมถึงตัวเราเองด้วย นิทานเรื่องนี้น่าอ่านเพราะสำแดงสันดานมนุษย์ได้ถ่องแท้ และทำให้เรารู้จักตัวเองดีขึ้น
 

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนในหนังสือ นิตยสาร ฅ คน ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑

Animal Farm จอร์จ ออร์เวลล์   สำนักพิมพ์เพนกวิน   112 หน้า £7.99

ฉบับแปลไทยมีหลายสำนวนเช่น สัตวรัฐ : อุทุมพร ปาณินทร์ (2515) การเมืองของสัตว์ : วิเชียร อติชาตการ (2518) ฟาร์มสัตว์ : สายธาร (2520) แอนนิมอล ฟาร์ม : ศุภรางค์ เผ่าพันเลิด (2521) รัฐสัตว์ : เกียรติขจร ไชยแสงสุขกุล (2544)

Copyright © 2009 faylicity.com

.

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

๓ มกราคม ๒๕๕๒