* home   ชั้นหนังสือ : เรื่องแปล
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
เรากับเดอะบอส
ทามา จาโนวิทซ์

 
ก่อนอื่นเราต้องกำจัดภรรยาของเขาก่อน เราปลอมตัวเป็นพนักงานทำความสะอาดห้องพัก และเข้าทำงานในโรงแรมที่บรูซกับภรรยาพักระหว่างออกทัวร์คอนเสิร์ต เรารู้ว่าทำถูกแล้ว ด้วยบรูซจะมีความสุขกว่าเมื่ออยู่กับเรา บรูซหรือจะอยากได้ภรรยาแก้มบวมที่อาจพูดจาภาษาเบบี้บนเตียง? เรามีการศึกษา ได้เรียนรู้มนุษยวิทยา เราช่วยบรูซทางดนตรีได้ ให้แนวทางด้านวัฒนธรรมอเมริกันกับเขาได้ เราคือผู้หญิงตัวจริง

เราไปห้องบรูซ ภรรยาเขานอนบนเตียงในเสื้อยืดพิมพ์คำว่า "แฟนเพลงอันดับหนึ่ง" กำลังลอยตาดูเพดาน เราบอกเธอว่าบรูซจัดแจงให้เรานวดและบำรุงผิวหน้าให้ โดยเป็นการเซอร์ไพร์ซ เธอคิกคักบอกว่า "เขาช่างน่ารักจริง"

เราชักที่เจาะน้ำแข็งจากที่ซ่อนในเสื้อ แล้วรีบผ่าตัดสมองเธอ เราศึกษาเทคนิคนี้จากเรื่องของฟรานเซส ฟาร์เมอร์ในโทรทัศน์ ภรรยาของบรูซไม่ได้นิ่วหน้าเลยแม้แต่น้อย

หลังการผ่าตัด เรามอบขวดยากล่อมประสาทกับตั๋วเครื่องบินไปฮอลลีวูดให้เธอ รถแท็กซี่มาคอยอยู่แล้ว เธอทำตามที่เราบอกอย่างน่าประหลาดใจ

เรากังวลว่าบรูซจะปรับตัวอย่างไรกับการหายตัวไปของภรรยา และการปรากฏตัวของเรา ทว่าเมื่อเขากลับถึงโรงแรมตอนตีสาม เขาไม่แสดงทีท่าว่าจะเห็นความแตกต่างแต่อย่างใด เราสวมชุดนอนของเธออยู่บนเตียง มองเพดาน บรูซถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่กางเกงในจ็อกกี้แล้วนอนร่วมเตียง เขาบอกว่า "ราตรีสวัสดิ์จ้ะที่รัก"

ถึงตอนเช้า เขาก็ยังไม่เดียงสาต่อความเปลี่ยนแปลงทางตัวบุคคล ในชีวิตจริง บรูซยิ่งใหญ่กว่าคนธรรมดา เขาอาจดูตัวเล็กๆ ในโทรทัศน์และปกแผ่นเสียง แต่เวลาเรายืนใกล้เขาเป็นครั้งแรก เราจะรู้ว่าบรูซนั้นตัวเท่าสัตว์ประหลาด มือเขาใหญ่เท่าหัวเรา ตัวเขาอาจโตเต็มแผ่นโฆษณายักษ์ เราได้รู้แล้วว่าเหตุใดเขาต้องสั่งทำกีตาร์พิเศษเฉพาะตัว

ในมื้อเช้า บรูซกวาดไข่โหลหนึ่ง ลูกชิ้นเนื้อ สปาเก็ตตี และพิซซา ระหว่างกินเขาร้องเพลงไปด้วย เป็นเพลงอเมริกันเกี่ยวกับอาหาร เขามีแผนการและโครงการต่างๆ ซึ่งได้ถกกับผู้จัดการธุรกิจ เช่น สวนสนุกบรูซ สปริงสทีน, คาสิโนลาสเวกัสบรูซ สปริงสทีน, โรงโบว์ลิงบรูซ สปริงสทีน

บรูซปลงใจว่าวันนี้เราจะซื้อบ้านใหม่

เราตื่นเต้นดีใจกับโอกาสนี้มาก เราฝันถึงอะไรทำนองเดียวกับเกรซแลนด์ หรือแมนชั่นสไตล์วิคตอเรียนหรูหราสง่าผ่าเผย บรูซกลับบอกว่า "ผมแปลกใจจริง เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ให้ความสำเร็จของผมมาปั่นหัวคุณ"

เขาเลือกบ้านไร่เล็กๆ ที่ถนนชานเมืองในถิ่นโรงงานของนิวเจอร์ซีย์ เราบอกว่า "คุณไปซ้อมเถอะ ฉันจะแต่งบ้านเอง"

แต่บรูซอยากช่วยแต่งบ้าน เขายืนกรานว่าต้องสั่งทุกอย่างจากห้างเซียร์ส คือโซฟาลายสก็อตสีน้ำตาลสลับขาว ประดับขอบด้วยไม้ เก้าอี้นั่งพลาสติกเลซี่บอย พรมสีส้มทั่วบ้าน ในห้องนอน บรูซให้ติดกระจกที่เพดาน เขาให้มีเตียงน้ำปูผ้าแพรสีม่วง พรมขนแกะสีขาว และตู้เกมพินบอลสองตู้ เขาบอกเราว่าทุกอย่างที่เลือกนั้นผลิตในอเมริกา

บรูซจัดบาร์บีคิวที่สวนหลังบ้านตอนเที่ยง เขาบอกเราว่า "ใครๆ ก็ต้องมีงานอดิเรกนะที่รัก" เขาสวมหมวกพ่อครัว และมีซอสบาร์บีคิวสูตรเฉพาะ เป็นยี่ห้อคราฟต์บรรจุขวด ซี่งเขาปลอมปนด้วยซอสมะเขือเทศและมัสตาร์ด บรูซทำเป็นอยู่อย่างเดียวแต่ไก่เหือดแห้ง แต่ใครๆ บอกว่าของเขาอร่อยที่สุดที่เคยลิ้มรสมา

เราแปลกใจอยู่บ้าง ที่ไม่มีใครสังเกตเลยว่าภรรยาเขาหายตัวไปแล้ว แต่มีเราอยู่แทนที่ แต่อาจเป็นเพราะทุกคนมัวแต่บอกบรูซว่าเขาเก่งกาจแค่ไหน จนไม่มีเวลาสังเกตก็เป็นได้

เพียงไม่นาน เราปรับชีวิตกับบรูซได้

บรูซอยากนอนกับเราก็เฉพาะเวลาที่เราสี่คน คือ เรา บรูซ และบอดี้การ์ดทั้งสอง อยู่ในรถมัสแตงก์ บรูซชอบหยุด ณ กองขยะต่างๆ นอกเมืองน้วก บรูซยืนกรานให้เรามาที่เบาะหลังตอนที่บอดี้การ์ดคอยนอกรถ เขารู้สึกว่าบรรยากาศของ หนู ตู้เย็นพัง ฟูกเก่า กระป๋องซุป เหล่านี้ช่างเร่งเร้าอารมณ์ เขาชอบให้เราไม่ถอดเสื้อผ้า และแสร้งทำท่าต่อสู้ขัดขืน ดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยต่ำลงผ่านมลภาวะต่างๆ เป็นลูกกลมสีแดงเพลิงที่ค่อยเปลี่ยนเป็นสีม่วง และราตรีกาล

ในยามที่บรูซไม่ได้ออกทัวร์ ไม่ได้ซ้อมกับวงดนตรี หรืออัดเขียนเพลงใหม่ เขาชอบไปเยี่ยมบ้านพักคนชราและโรงพยาบาล บรูซร้องขับกล่อมจนกว่าคนชราจะวิงวอนให้หยุด เขาอธิบายว่าที่ชอบทำอย่างนี้เพราะรู้สึกสดชื่นตื่นตัวที่ได้อยู่กับคนอเมริกันแท้ๆ กับผู้คนที่ไม่ได้บูชาเขา คนที่ไม่พยายามแตะชายเสื้อเขา คนชราป่วยไข้เหล่านี้ได้รู้ภายในเวลาไม่นาน ว่าเมื่อบรูซบรรเลง พวกเขาหายป่วย

ผู้ป่วยระยะสุดท้ายก็ยังฟื้นตัวเมื่อได้สัมผัสหยาดหยดเหงื่อของบรูซ เพียงไม่นาน บ้านพักคนชราต่างเรียกร้องตัวบรูซอย่างหนักหนาจนเขาจำต้องเลิก บรูซจะหยิบจับอะไรก็กลายเป็นทองไปได้หมดสิ้น

บรูซมีเซอร์ไพรซ์ให้เราในวันหนึ่ง "ผมจะพาคุณไปเที่ยวนะแม่กลอยใจ เราเกิดมาเพื่อทะยานไปโดยเสรี" เราปลาบปลื้มตื่นระทึก ด้วยในที่สุดเราก็จะได้ท่องยุโรป ได้มีคนประคบประหงมเอาใจ เราจะได้ไปชมห้องเสื้อต่างๆ เพื่อเลือกเสื้อผ้าหรูเริ่ด ไปเลือกเครื่องเพชรเป็นกอบเป็นกำที่บุลการี ไปเลือกเสื้อขนสัตว์ที่เฟนดิ ใครๆ ก็จะโอนอ่อนผ่อนตามเรา ใครๆ ก็อยากเป็นเพื่อนเราเพื่อหวังได้เข้าใกล้บรูซ

เราบอกว่า "ดีจังเลยบรูซจ๋า เราจะไปไหนดีล่ะจ๊ะ?"

บรูซตอบว่า "ผมซื้อรถคาราวานมาแล้ว เราขับรถไปทั่วๆ อาจจะออกไปนอกนิวเจอร์ซีย์ก็ยังได้"

เราเกลียดค่ายพักแรมมาแต่ไหนแต่ไร แต่บรูซยังมีเซอร์ไพรซ์อีก เขาตุนอาหารจำพวกไข่อบแห้ง ผงผสมแพนเค้กสำเร็จ เนื้อแดดเดียว เขาบอกว่า "พอกันทีกับอาหารจานด่วน"

เราท่องเที่ยวทั้งวัน บรูซอยากไปชมอนุสรณ์เบสบอลเกียรติยศ บรูซขับรถไปก็เปิดเพลงตัวเองและร้องคลอไปด้วย เราบอกว่าน่าทึ่งที่เขาจดจำคำร้องได้ทุกคำ เขาถามว่า "คุณคิดยังไง? คุณชอบเพลงหรือ?"

เราเจ็บเท้าเนื่องจากบรูซซื้อรองเท้าเดินเขาให้โดยเลือกขนาดเล็กไปหนึ่งไซส์ แต่เราก็บอกไปว่าเพลงของเขาดีมาก ไม่มีอัจฉริยะที่ไหนจะเหนือกว่าเขาทั่วพื้นปฐพี

แต่บรูซกลับโกรธ เราทะเลาะกันเป็นครั้งแรก เขาบอกว่า "คุณก็พูดอย่างนี้ คุณเหมือนกับคนอื่นๆ ผมนึกว่าคุณจะไม่เหมือนใคร แต่คุณพยายามทำเป็นดีกับผมโดยบอกว่าผมเก่งกาจ"

เราถามว่า "แล้วคุณอยากให้ฉันทำยังไง ?"

บรูซเริ่มร้องไห้ "ผมไม่ได้ดีอะไรนักหนา"

เราบอกว่า "ไม่จริงหรอกค่ะ คุณต้องไม่ท้อแท้ แฟนเพลงรักคุณ คุณรักษาเด็กเล็กให้หายจากมะเร็งได้เพราะเด็กแค่ชมคุณจากโทรทัศน์ คุณเทียบชั้นได้กับคนดังๆ ทั้งหลาย อย่าง เดอะบีทเทิลส์ พระเจ้า คานธี ลี ไอโอโคกา คุณได้สถาปนานิวเจอร์ซีย์ให้กลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์ จนได้กลายเป็นรัฐที่น่าภาคภูมิใจอีกครั้ง"

บรูซตอบว่า "ยังไม่พอ ผมมีความสุขกว่าตอนสมัยเป็นแค่บรูซเฉยๆ ที่เล่นเพลงในโรงรถ"

เราเริ่มรู้สึกว่าเราไม่มีความสุขเวลาอยู่กับบรูซ เขาหมดเวลาไปกับการซ้อมดนตรียาวนาน ดังนั้นเราจึงไม่มีอะไรทำนอกจากช้อปปิ้ง ด้วยเครดิตการ์ดและผู้คุ้มกันหกนาย (เพื่อดูแลเราจากแฟนเพลงผู้หญิงกราดเกรี้ยวของบรูซ) เราไปหาซื้อของขวัญที่บรูซอาจจะชอบ เราซื้อที่วางเบียร์เป็นโฟมรักษาความเย็น ตุ๊กตาสเมิร์ฟ ชั้นในรสลูกกวาด ชุดทีวีสวมข้อมือได้ ลูกม้าอราเบียนพันธุ์แท้ เราจ้างผู้หญิงสามคนมาเล่นมวยปล้ำกันในโคลนบนเตียงของเขา

บรูซขอบใจเราอย่างสุภาพ แต่บอกเราว่า "มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมสนใจ"

"ฉันหรือคะ?" เราสนอง

บรูซทำท่าตกใจ เขาบอกว่า "ดนตรีของผม"

เราตั้งครรภ์อย่างน่าประหลาดใจ ด้วยไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เราคิดชื่อลูกแล้วเสนอว่า "ชื่อ เบนจามิน สปริงสทีน เป็นอย่างไรคะ ?"

บรูซบอกว่า "ฟังเป็นยิวอพยพเกินไป เด็กคนนี้ต้องเป็นอเมริกัน ไม่ใช่ฝ่ายซ้ายจากแพตเตอร์สัน"

เราลองอีกว่า "แล้ว ซันนี วอน เป็นไงคะ ?"

บรูซตอบว่า "ซันนี วอน สปริงสทีน น่ะหรือ ? ผมไม่เห็นว่ามันจะดียังไง มีชื่อเดียวเท่านั้นสำหรับลูกผม"

"อะไรคะ ?" เราถามและเพียรนึกถึงทางเลือกที่เป็นไปได้ บรูซนั่งบนโซฟาเกากีตาร์ โทรศัพท์สามสายดังไม่รู้หยุดหย่อน สื่อมวลชนดาหน้าอยู่ที่ประตู เราไม่ได้ออกจากบ้านมาสามวันแล้ว พื้นบ้านรกไปด้วยกล่องไก่ทอดรอย โรเจอร์ส กล่องเบอร์เกอร์ไวท์แคสเซิล กระป๋องโค้กเปล่า เรานึกว่าจะทำอะไรอีกดีหนอวันนี้ เราทำเล็บไปแล้ว ศึกษาแค็ตตาล็อกสินค้าจากห้องเซียร์สและรูเบ็กถ้วนทั่วแล้ว และได้โทรทางไกลหาแม่เราแล้ว

บรูซเอ่ยออกมาในที่สุดว่า "ผมจะตั้งชื่อลูกว่า เอลวิส"

"ถ้าลูกเป็นผู้หญิงล่ะคะ ?" เราถาม

"เอลวิสอยู่ดี จะผู้ชายผู้หญิงก็เอลวิส" บรูซตอบ

เราบินไปฮอลลีวูดตามหาภรรยาของบรูซ ในที่สุดก็ตามพบจนได้ เธอทำงานเป็นไกด์ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง เธอบอก ณ ทางเข้าว่า "ค่าเข้าชมห้าเหรียญ อีกสิบห้านาทีพิพิธภัณฑ์จะปิด"

เราถามว่า "จำกันไม่ได้แล้วหรือคะ ฉันคือคนที่ผ่าสมองให้คุณไงคะ แล้วส่งคุณมาฮอลลีวูดนี่ไง"

"ถ้าอย่างนั้นจริงก็ขอบคุณค่ะ" เธอตอบ

"ฉันผิดไปแล้ว ฉันพลาดไป ฉันมีตั๋วเครื่องบินมาให้คุณแล้ว คุณกลับไปหาบรูซได้"

แม้ภรรยาเขาจะบอกไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร แต่เธอเต็มใจ เธอถามว่า "แล้วงานฉันที่นี่ล่ะคะ ? จะทิ้งไปเฉยๆ ก็ไม่ได้"

คุณบอกว่าจะดูแลให้เอง คุณเร่งรัดให้เธอไปสนามบิน ไสส่งเธอขึ้นเครื่อง บอกให้เธอดูแลบรูซด้วย คุณบอกว่า "เขาอยู่โดยไม่มีคุณไม่ได้นะคะ"

เรารอจนมั่นใจว่าเครื่องออก รู้สึกโล่งใจ เราไม่มีที่ไป ไม่มีอะไรจะทำ จึงไปพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งเพื่อตรวจสอบว่าลั่นกลอนแน่นหนาดีแล้วในคืนนี้

เรามีกุญแจไขเข้า สถานที่นั้นว่างเปล่า ไฟดับหมดแล้ว เราท่องไปที่โถงใหญ่ ได้เห็นไมเคิล แจ็กสัน, แจ็กเดอะริปเปอร์, ประธานาธิบดีเรแกน, ซิลเวสเตอร์ สตาลโลน, มูฮัมมัด อาลี, อดอลฟ์ ฮิตเลอร์ เราอยู่เดียวดายกับคนเหล่านี้ ในสีหน้าขี้ผึ้งอันเฉยชา ทุกคนล้วนแต่เป็นซูเปอร์สตาร์

ท้องไส้เรากลับรู้สึกปั่นป่วนขึ้นอย่างกะทันหัน
 

Book Coverจากเรื่อง You and the Boss ในหนังสือ Slaves of New York แปลโดย Fay

Slaves of New York : Tama Janowitz
ISBN 0747560250 Bloomsbury 278 pages, £6.99

Copyright © 2005 faylicity.com

.

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

๑ เมษายน ๒๕๔๘