| เอสเพอรันซ่า เด็กหญิงที่ฝันถึงการมีบ้าน |
| เฟย์ |
เอสเพอรันซ่าเป็นเด็กหญิงเชื้อสายเม็กซิกันที่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดปีม้า คนมักขบขันเวลาฟังชื่อของเธอ ชื่อนี้ในภาษาอังกฤษแปลว่าความหวัง แต่ในภาษาสเปนกลับเป็นชื่อยาวเกินไป ที่ชวนให้นึกถึงความเศร้า การรอคอย สีของโคลน เป็นแผ่นเสียงที่พ่อเล่นในวันอาทิตย์ซึ่งฟังเหมือนเสียงสะอื้น เอสเพอรันซ่าได้ชื่อนี้มาจากทวด ทว่าเธอไม่อยากเป็นเหมือนอย่างทวดผู้ได้แต่นั่งเศร้าสร้อยหมดหวัง เฝ้าคิดถึงชีวิตดีๆ ที่อาจเป็นได้ แต่ไปไม่ถึง
เอสเพอรันซ่าชอบเขียนบทกวี เช่นว่า ฉันอยากเป็น เอสเพอรันซ่ารู้สึกว่าเธอกำลังกลั้นลมหายใจ กำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างให้จุดระเบิดขึ้น แล้วเธอจะกลายเป็นคนใหม่ที่สดใส แต่วันนี้เธอเป็นเพียงลูกโป่งสีแดงที่ถูกแขวนเอาไว้กับที่ สักวันเธอจะโบกบินไป เอสเพอรันซ่ามีครอบครัวใหญ่หกคนคือ พ่อ แม่ ตัวเธอ น้องสาว และน้องชายอีกสองคน ครอบครัวของเธอย้ายบ้านบ่อยๆ เวลาย้ายบ้านแต่ละครั้งก็จำได้ว่ามีสมาชิกในบ้านเพิ่มขึ้นทุกทีๆ เมื่อเปิดเรื่องเอสเพอรันซ่าเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านที่ถนนมะม่วงในรัฐชิคาโก พ่อแม่บอกเธอเสมอว่าสักวัน เราจะมีบ้านเป็นของเราจริงๆ ไม่ต้องคอยย้ายบ้านอีก ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ไม่ต้องระวังว่าจะทำเสียงดังเกินไป บ้านหลังนั้นจะเป็นเหมือนบ้านในโทรทัศน์ มีห้องใต้ดิน มีน้ำให้ใช้ มีห้องน้ำมากกว่าหนึ่งห้องเพื่อเวลาอาบน้ำจะได้ไม่ต้องแย่งกัน บ้านหลังนั้นทาสีขาว ปลูกต้นไม้เต็มไปหมด มีสนามหญ้าใหญ่โต พ่อแม่พูดถึงบ้านหลังนี้เวลาถือล็อตเตอรี่ในมือ หรือเวลาเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน เอสเพอรันซ่าฝันถึงบ้านเช่นนี้ และฝันว่าถ้ามีบ้านเป็นของตัวเอง บ้านหลังนั้นจะมีต้นพิทูเนียสีม่วงและมีแต่หนังสือ บ้านทั้งบ้านจะเงียบสงัดราวหิมะ เป็นสถานที่ส่วนตัวอันแท้จริง ขาวสะอาดดังหน้ากระดาษก่อนจรดบทกวี แต่บ้านที่ถนนมะม่วงซึ่งเธอเพิ่งย้ายเข้าไป ยังไม่ใช่บ้านดังที่เธอฝัน ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว บ้านที่ถนนมะม่วงทั้งเล็กและแคบ ทาสีแดง มองเห็นความทรุดโทรมผุพังได้ทั่วไป อิฐเก่าแตกร่อนตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง หน้าต่างก็เล็กเสียจนเหมือนกำลังกลั้นหายใจอยู่ตลอดเวลา ส่วนประตูหน้าพองบวม ไม่มีสวน มีแต่ต้นเอล์มเล็กๆ สี่ต้นที่เทศบาลปลูกไว้ริมทางเท้า บ้านหลังนี้มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว ทุกคนต้องนอนรวมกันในห้องเดียวกัน ซ้ำร้าย ที่นี่มีแต่ความอาดูร เป็นบ้านอันน่าละอายใจ อยู่ในถิ่นน่าอดสู เอสเพอรันซ่าหวังว่าสักวัน เธอจะมีบ้านที่ชี้ให้คนอื่นดูได้ด้วยความภาคภูมิใจ โดยไม่รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า โดยไม่ต้องน้ำตาตกใน แต่บ้านที่ถนนมะม่วงยังไม่ใช่บ้านหลังนั้น เอสเพอรันซ่าเล่าเศษเสี้ยวความทรงจำในวัยเยาว์ของเธอในนิยายเรื่องนี้ เป็นการเล่าเรื่องทั่วไปทั้งที่บางเรื่องดูจะไม่เป็นสาระ แต่กลับดื้อดึงติดตรึงในใจเธอ เรื่องเหล่านี้ทั้งน่าประทับใจ แสนเศร้า อ่อนหวาน และอ่อนโยน เป็นเรื่องของความไม่รู้เดียงสาที่เล่าความดังบทกวีที่ไพเราะมาก เราเห็นภาพเพื่อนบ้านวัยเยาว์ของเอสเพอรันซ่า ภาพเก่าแก่ที่ชวนให้รำลึกถึงผู้คนที่ผ่านไปแล้วและอดีตอันเลือนราง นึกถึงจักรยานเก่าแก่ รถคันเก่าของพ่อ ต้นไม้ใหญ่ของเพื่อนบ้าน ถึงสถานที่ที่พ่อแม่ห้ามไม่ให้ไป ถึงที่ที่เราเคยถ่ายรูปกับอดีต ถึงร้านขายของเก่าที่มีข้าวของจิปาถะถมทับราวขยะ แต่กลับมีกล่องเพลงวิเศษไพเราะที่เราจำได้จนบัดนี้ แม้จะนึกไม่ออกเลยว่าท่วงทำนองเป็นอย่างไร เรื่องเล่าของเอสเพอรันซ่าคือเรื่องของความหวนหา และแฝงเรื่องของเราทุกคนเอาไว้ เอสเพอรันซ่ายังเล่าถึงการเติบโตในวัฒนธรรมที่แตกต่างไป คนที่ผ่านมาในละแวกบ้านของเธอโดยไม่ตั้งใจมักแสดงอาการหวาดกลัวอันตราย เช่นรีบล็อครถและไขกระจกขึ้น เอสเพอรันซ่าเห็นว่าพวกนี้โง่เง่า ทว่าเวลาที่เธอเข้าไปในถิ่นของคนสีผิวอื่น เธอกลับรู้สึกหวาดกลัวเช่นกัน ละแวกบ้านของเอสเพอรันซ่าเป็นอย่างไรหรอกหรือ คำตอบคือเป็นละแวกบ้านที่คนดีๆ พากันย้ายออกไป แล้วบอกว่าทำเลแถวนี้แย่ลงเรื่อยๆ เพราะมีคนอย่างเอสเพอรันซ่าย้ายเข้ามาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ โลกของเธอมีสิ่งสวยงามไม่มากพอและมีสิ่งน่าเสียใจอยู่มากเกินไป เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงที่ยังไม่พบที่ทางของตัวเอง เธอตั้งใจว่าสักวันจะต้องไปจากถนนมะม่วง สักวันเธอจะมีบ้านในฝัน แต่เธอจะกลับมาที่ถนนมะม่วงอีก เพราะถึงอย่างไรเธอเป็นของที่นี่เสมอไป ไม่อาจลบลืมได้ เธอจะกลับมาเพื่อคนอื่นๆ เพื่อคนข้างหลังที่ไม่อาจจากถนนมะม่วงไปได้ เอสเพอรันซ่าอยากมีบ้านบนเนินเขา เธอบอกว่าผู้คนที่มีบ้านแบบนั้นอาศัยอยู่ใกล้กับดวงดาวเสียจนลืมคนอย่างพวกเธอที่อาศัยใกล้พื้นดินเกินไป คนพวกนั้นไม่มองลงมาข้างล่างเลย แต่ถ้าเธอมีบ้านบนเนินเขา เธอจะไม่ลืมว่าเธอเป็นใครและมาจากไหน เธอสัญญาว่าเธอจะไม่ลืม
* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนในหนังสือ นิตยสาร ฅ คน ฉบับเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ บ้านบนถนนมะม่วง (The House on Mango Street)
Copyright © 2008 faylicity.com |
| . |
๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ |