* home   ชั้นหนังสือ : เรื่องแปล
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
เบิกบานกับการอ่าน
บาร์บารา โรว์ลีย์

 

การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง อาจเป็นความเพลิดเพลินแสนหวานอย่างหนึ่ง คุณได้ใช้เวลากับลูก และสอนนิสัยให้ลูกสามารถเปิดประตูสู่โลกได้นับไม่ถ้วนบาน ไปจนตลอดชีวิต

แต่เด็กวัย 8 เดือน ประทับใจหนังสือและการอ่านต่างจากเด็ก 4 ขวบหรือ 8 ขวบ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำว่าเด็กวัยต่างๆ คาดหวังอะไร เราจะทำให้การอ่านเป็นความสุขและเติบโตไปพร้อมกับเด็กวัยต่างๆ ได้อย่างไร

ทารกและเด็กอ่อน

เด็กชอบอะไรในหนังสือ

  • เปิด ปิด เปิด ปิด เปิดปิด
     
  • สีสันสดใส
     
  • รูปสวย
     
  • กระดาษแข็ง เหมาะสำหรับการเคี้ยว ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป
     
  • หนังสือคือความเพลิดเพลิน คือสัมผัสเสียง คือเสียงที่เบิกบาน
     
  • การอ่านหนังสือคือเวลาที่ได้กอดและใกล้ชิด
     

สิ่งที่เด็กเรียนรู้

  • หนังสือเป็นอย่างไร -- เราเปิดออกมา ข้างในมีเรื่องราว
     
  • อ่านจากซ้ายไปขวา
     
  • หนังสือสามารถเล่าเรื่อง
     
  • เรื่องมีตอนเริ่มต้นและตอนจบ
     
  • หนังสือเป็นสิ่งสามัญที่พบเจอในชีวิต
     

สิ่งที่คุณทำได้

อ่านออกเสียง -- ในระดับหนึ่ง การให้เด็กเล่นกับหนังสือตามใจชอบเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรถ้าเด็กไม่สนใจหนังสือ

ใช้เวลาสั้นๆ เด็กๆ ให้ความสนใจสิ่งต่างๆ ในระยะเวลาสั้นๆ เวลาเพียง 10 นาที หรือแม้แต่ 5 นาที ถือว่านานแล้ว

โต้ตอบกับหนังสือ ให้เด็กหาของง่ายๆ เช่น ดวงตา เด็กๆ หรือดอกไม้สวย เอมี่ ฟลินน์ ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัวแบงก์สตรีทในนิวยอร์ก กล่าวไว้ว่า "คุณนำสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้ากระดาษ มาเป็นการโต้ตอบระหว่างคุณกับลูก"

ให้เด็กนำ ถ้าเด็กฉวยหนังสือไปจากคุณ เพื่อนำไปสำรวจเองตามใจชอบ ให้ปล่อยเขาไป กอดเด็กไว้บนตักตอนที่เด็กดูหนังสือ "การเล่นกับหนังสือจะนำไปสู่การอ่าน เช่นเดียวกับการเล่นกับอาหารเป็นก้าวแรกของการเรียนรู้การกินอาหารด้วยตัวเอง" เป็นคำกล่าวของแอนนิต้า ซิลเวย์ ผู้เขียนหนังสือดี 100 เรื่องสำหรับเด็ก

การเลือกหนังสือให้ทารกและเด็กอ่อน ควรดูอะไร

ความคงทน เด็กเล็กๆ ไม่ดูแลรักษาหนังสือ ซึ่งเราไม่ควรบังคับเด็กให้ทำเช่นนั้น จึงควรซื้อหนังสือกระดาษแข็ง วัยนี้ไม่เหมาะสำหรับหนังสือป๊อปอัพ 3 มิติน่ารักๆ ที่ฉีกขาดง่าย

มีทางเลือกให้สำรวจตรวจตรา กระดาษแวววาว เป็นปุย มีพื้นผิวให้เล่น หรือมีสิ่งเคลื่อนไหว หรือมีกลิ่นจะดีมาก เหล่านี้อาจดูเป็นลูกเล่น แต่เด็กเล็กๆ ชอบมาก พาเด็กไปห้องสมุดหรือร้านหนังสือ ให้เด็กดูหนังสือทำจากกระดาษแข็งที่มีสีสดใส มีปุ่มกดได้ มีผ้านิ่มๆ คอยดูว่าเด็กชอบอะไร เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะเลือกเล่มไหนกลับบ้าน

รูปวาดสิ่งของต่างๆ สายตาเด็กเล็กๆ (และสมอง) จะเบิกบานเมื่อเห็นวัตถุที่จดจำได้ หนังสือที่มีรูปภาพสิ่งของในชีวิตประจำวันเป็นทางเลือกที่ดี ไม่ต้องมีพล็อตเรื่องมาก เด็กยังไม่ต้องการพล็อต และยังไม่เข้าใจเนื้อเรื่อง (ดังนั้น คุณไม่ต้องอ่านเนื้อความเลยก็ได้ ถ้าดูแล้วเด็กไม่ได้สนใจ หรือคุณไม่สนใจ)

เลือกหนังสือเด็กอย่างไร

มีรูปภาพง่ายๆ ชัดเจน ยังไม่ต้องสมจริงมาก รูปหนูใส่ชุดหมีก็ใช้ได้

เนื้อความตรงๆ สั้นๆ หนังสือเด็กอ่อนคลาสสิกจำนวนมาก เช่น ราตรีสวัสดิ์กอริลล่า และ กอด มีเนื้อความน้อยมากหรือไม่มีเลย ทำให้คุณเล่าเรื่องโดยรูปวาดต่างๆ ได้ตามใจชอบ และจะช้าเร็วได้ตามแต่ความสนใจของเด็ก

ความซ้ำ ฟลินน์บอกว่านึกถึงหนังสือเช่น เราจะไปล่าหมี (We're Going on a Bear Hunt) เด็กชอบได้ยินคำหรือวลีเดียวกันซ้ำไปซ้ำมา และชอบออกเสียงตามไปด้วย

วัยก่อนเข้าเรียน

เด็กชอบอะไรในหนังสือ

  • กางกับพื้นเป็นอุโมงค์สำหรับรถ/รถไฟเด็กเล่น หรือเป็นเต็นท์ให้ตุ๊กตา
     
  • มีรูปสิ่งของที่ชอบ
     
  • ถ้าทำท่าทางอ่านหนังสือ จะดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่
     
  • เวลาอ่านหนังสือคือเวลาที่ได้กอดและใกล้ชิด
     

สิ่งที่เด็กเรียนรู้

  • คำแต่ละคำมีการออกเสียงเฉพาะตัว
     
  • คำประกอบขึ้นจากตัวอักษร
     
  • คำในหน้ากระดาษเกี่ยวข้องกับรูปภาพ
     
  • ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กชอบ
     
  • ความสนุกของเรื่องราว
     
  • เด็กมีอำนาจตัดสินใจเรื่องหนังสือ
     
  • หนังสือเป็นสิ่งสามัญที่พบเจอในชีวิต
     

สิ่งที่คุณทำได้

อดทน เด็กๆ อาจอยากฟังหนังสือเล่มเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งอาจเป็นเล่มแสนน่าเบื่อที่สุดในบ้าน ให้ยอมทำตาม

ยืดหยุ่น อ่านข้ามหน้า เริ่มตรงกลางเล่ม อ่านบางหน้าซ้ำๆ หยุดอ่านเพื่อคุยกันเรื่องรูปภาพ คำขอร้องเหล่านี้เป็นสัญญาณบอกความสนใจในหนังสือ ซึ่งสำคัญกว่าการอ่านทุกหน้าเรียงตามลำดับ

เลือกหนังสือที่ยาวขึ้น เมื่อเด็กอายุ 3 ขวบ เด็กส่วนใหญ่พร้อมสำหรับหนังสือที่มีเรื่องราว มีเนื้อความมากขึ้น มีพล็อตเรื่อง และรูปภาพซับซ้อน หนังสือภาพที่ดีสำหรับเด็กวัยนี้ มีรูปภาพที่เด็กสนใจอยากหยุดชมรายละเอียด พล็อตเรื่องที่ทำให้เด็กหัวเราะหรือคาดหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ทำให้เด็กที่มีความสนใจระยะสั้นอยากเปิดอ่านต่อ

เพิ่มประเภทหนังสือ หนังสือสารคดีเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจและกิจกรรมต่างๆ สารคดีในหัวข้อที่เด็กสนใจ จะทำให้เด็กอยากอ่านเพิ่มเติมอีก หัวข้อหนังสือเกี่ยวกับการต้อนรับทารกคนใหม่ การเข้าโรงเรียน หรือนาฏกรรมสามัญ (เช่นการไปหาหมอฟัน) สามารถจับจิตจับใจเด็กวัย 4 ปีได้มาก

ตั้งคำถาม คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? ทำไมกระต่ายถึงเอาแคร็อตไป: คิดว่าที่เขาโกหกพ่อนั้นดีหรือเปล่า?

ไปห้องสมุด บรรณารักษ์มักมีหนังสือดีแนะนำแก่เราได้ เราจะได้เพิ่มสีสันการอ่านด้วยหนังสือเล่มใหม่ๆ นอกจากนั้น เราให้เด็กเลือกหนังสือเอง ทำให้เด็กรู้สึกมีอำนาจตัดสินใจ และตื่นเต้นในการเลือก

อย่าบังคับ เด็กบางคนชอบอ่านหนังสือมาก แต่บางคนไม่ชอบ ให้สนับสนุนการอ่านของเด็ก หาหนังสือมาให้ แต่อย่าสู้รบ เด็กจะเรียนรู้การอ่านจนได้ และอาจกลายเป็นหนอนหนังสือก็เป็นได้

คุณก็อ่านด้วย ถ้าคุณไม่ชอบอ่านหนังสือแล้ว ลูกคุณจะชอบได้อย่างไร

การเลือกหนังสือ

คำคล้ายกันที่ซ้ำๆ กันจะสอนเด็กเรื่องพื้นฐานการออกเสียง และยังเป็นเรื่องสนุกอีกด้วย

รูปที่มีรายละเอียดให้ดูมากๆ อะไรจะสนุกเท่าการดูรูปในหนังสือ เช่น ลูกโป่งเหลือง (The Yellow Balloon) โดย ชาร์ล็อตต์ เดมาตันส์ เพื่อหาลูกโป่งใบเล็กที่หายไป และเนื้อหาซ้ำกันทุกหน้า

งานอมตะ หนังสือใหม่นั้นดี แต่ลองหาวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกด้วย เช่น ขอทางลูกเป็ด (Make Way for Ducklings) โดย โรเบิร์ต แมคคลอสกี้ หรือ แมวในหมวก (The Cat in the Hat) ของ ดร. ซุส ย่อมมีเหตุผลที่หนังสือเหล่านี้เป็นผลงานคลาสสิก

หนังสือที่ไม่ได้อิงจากรายการโทรทัศน์ หนังสือที่อิงจากรายการทีวีรายการโปรด หรือตัวละครโปรดนั้นก็ดี แต่หาหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับสื่ออื่นๆ ด้วย หนังสือจะจุดจินตนาการให้เด็ก ตัวละครมีชีวิตขึ้นมาบนหน้าหนังสือและในใจเด็กเท่านั้น ซึ่งต่างจากในใจคนวาดการ์ตูน

อนุบาลและโตกว่านั้น

เด็กชอบอะไรในหนังสือ

  • อ่านหนังสือเป็นเรื่องสนุก
     
  • การอ่านหนังสือเล่มเดียวกับเพื่อน ทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ทันสมัยกับฮีโร่คนล่าสุด และกระแสวัฒนธรรมเด็ก
     
  • มีหนังสือเกี่ยวกับทุกหัวข้อในโลกนี้
     
  • ถ้าอ่านหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดได้ จะรู้สึกเท่มาก
     
  • การอ่านหนังสือคือเวลาที่ได้กอดและใกล้ชิด
     

สิ่งที่เด็กเรียนรู้

  • อ่านหนังสืออย่างไร
     
  • การติดตามเนื้อเรื่องจากบทสู่บท
     
  • การใช้จินตนาการ
     

สิ่งที่คุณทำได้

อ่านให้ลูกฟังต่อไป เด็กมีความสนใจ ความสามารถในการเข้าใจพล็อตที่ซับซ้อนและภาษาที่ยากขึ้น เหนือกว่าความสามารถที่เด็กจะอ่านได้เอง ดังนั้นอ่านหนังสือให้ลูกฟังต่อไปก่อน จนกว่าการอ่านออกเขียนได้ของลูกจะตามทันสติปัญญาของเด็ก

อย่าทำตัวเป็นครู คุณอาจให้ผลัดกันอ่านคนละย่อหน้า คนละหน้า หรือบท ถ้าลูกชอบ แต่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะชอบอย่างนั้น อย่าทำให้การอ่านกลายเป็นการฝึกอ่าน ถ้าลูกไม่ชอบ

รุ่มรวย มีหนังสือเรื่องมากๆ หนังสือภาพมากๆ มีหนังสือหลายหัวข้อ

ยอมรับอาการยุกยิก หากเด็กยุกยิกอยู่ไม่นิ่ง ให้เด็กทำกิจกรรมอื่นไปด้วยขณะฟังเรื่องราว คุณยังฟังเพลงขณะล้างจานได้เลย เด็กจะวาดรูป หวีผม หรือจะหยิบโน่นเล่นนี่ก็ได้ทั้งนั้น

เลือกอย่างดีแล้ว เลือกหนังสือที่เสนอคุณค่าที่สำคัญสำหรับครอบครัวคุณ และคุยเรื่องคุณค่าเหล่านั้น

เพลินๆ การอ่านคือความเพลิดเพลิน คุณย่อมไม่อยากทำให้การอ่านเป็นเรื่องน่าเบื่อและเหน็ดเหนื่อยใจ

การเลือกหนังสือ

หนังสือภาพอยู่ดี มีรูปช่วยบอกเนื้อความ

บทตอนสั้นๆ และประโยคสั้นๆ เราอยากจูงใจให้นักอ่านหน้าใหม่รู้สึกประสบความสำเร็จ ว่าอ่านจบบท อ่านจบเล่ม

เรื่องจริง เด็กมีความเข้าใจโลกที่ลึกซึ้งขึ้น และพร้อมสำหรับหนังสือที่มีพล็อตมากขึ้น

ความสนใจของเด็ก หนังสือในหัวข้อที่เด็กสนใจ จะน่าดึงดูดใจ

หนังสือที่คุณชอบเมื่อคุณเป็นเด็ก เป็นความสุขที่คุณทำให้ความทรงจำที่ชื่นชอบของคุณ เป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นของเด็ก ซึ่งนี่คือความหมายของการอ่านโดยแท้จริง


เกี่ยวกับผู้เขียน Barbara Rowley บรรณาธิการนิตยสาร Parenting

* แปลจาก The Joy of Reading Newsweek, May 2003 โดย Fay
ภาพประกอบโดย เควนทิน เบลค

Copyright © 2007 faylicity.com

.

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

๑ มกราคม ๒๕๕๐