|
เมื่อเด็กๆ
ช่วยกันเลือกหนังสือมารับรางวัล
|
|
เรื่องและรูป : แก้ว
กังหัน
|
เกือบทุกบ่ายวันพุธ
ฉันมักจะจับเด็กๆ
ที่บ้านพ่วงซ้อนจักรยานไปห้องสมุดประชาชนในตัวเมืองคูเล็มบอร์ค
(Culemborg) อันเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่กลางประเทศเนเธอร์เแลนด์
เป็นเพราะโรงเรียนในเมืองนี้จะเลิกครึ่งวันทุกวันพุธ
ห้องสมุดจึงมีเด็กตัวเล็กตัวโตไปขลุกก้มๆ เงยๆ
เลือกดูหนังสืออยู่คึกคักตามซอกชั้นหนังสือมากกว่าวันอื่นๆ
เด็กๆ ที่บ้านยังอ่านหนังสือกันไม่ออก แต่พวกเธอก็ร้อง เย ด้วยความดีใจทุกครั้งที่ชวนไปห้องสมุด เพราะแผนกหนังสือเด็กชั้นบนมีหมอนรูปตัวสัตว์ขนาดใหญ่วางรองให้นอนเกลือกกลิ้งลงไปกับพื้นขณะที่เปิดหนังสือภาพดูกัน และเพราะที่นั่นพวกเธอจะได้พบเด็กตัวเล็กคนอื่นๆ หยิบหนังสือมานอนเกลือกอ่านอยู่ข้างๆ ฉันชี้ชวนเด็กๆ ให้ช่วยกันเลือกหนังสือเพื่อยืมหอบกลับบ้าน 3-4 เล่ม อันเป็นหนังสือที่จะนำไปวางไว้ที่ชั้นหนังสือข้างเตียง แล้วฉันจะทำหน้าที่อ่านให้เด็กๆ ฟังก่อนนอนสลับกับหนังสือภาษาไทยที่มีอยู่อย่างจำกัด (บางเล่มอ่านวนไปสักร้อยรอบ จนเด็กเริ่มท่องตามได้) ทุกค่ำคืนเด็กๆ จะหยิบหนังสือเล่มที่กำลังชอบมาวางเรียงซ้อนบนหมอน รอเวลาให้แม่จับนั่งซ้อนตักคนละข้างแล้วพลิกหนังสือเล่มต่างๆ อ่านให้พวกเธอฟังอย่างไม่รู้อิ่ม เวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอน ฉันแอบหวังฝันหวานไปถึงวันเวลาในอนาคตที่เด็กๆ จะสามารถอ่านหนังสือได้ด้วยตัวเอง ฉันไม่ต้องจับเด็กๆ ซ้อนจักรยานปั่นไปห้องสมุด เด็กๆ ไม่ต้องรอถึงเวลาให้ใครอ่านหนังสือให้ฟัง พวกเธอจะต่างคนต่างปั่นจักรยานไปเดินเลือกยืมหนังสือมาอ่านกันเอง ไปร่วมพูดคุยถึงหนังสือเล่มใหม่ที่เพิ่งได้อ่านไปกับเพื่อนวัยเดียวกัน ไปร่วมกิจกรรมที่ห้องสมุดจัดขึ้นสำหรับเด็กๆ เหมือนอย่างเด็กวัยโตคนอื่นๆ ที่ฉันเคยพบเห็นอยู่ในห้องสมุด ที่แอบหวังฝันหวานเช่นนั้น มิใช่เป็นเพราะเริ่มขี้เกียจอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง หากฉันรู้ดีว่าเมื่อใดที่เด็กๆ เริ่มอ่านหนังสือได้เอง พวกเธอจะได้ค้นพบว่า "การอ่านหนังสือ" คือ ความสุขส่วนตัวที่น่ารื่นรมย์มากมายเพียงใด ![]() ทุกวันพุธตอนบ่ายสองโมง จะมีอาสาสมัครมานั่งอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง ห้องสมุดที่แดนกังหันนี้ มักจะมีชั้นวางหนังสือเด็กที่เพิ่งสั่งเข้ามาใหม่ให้เห็นเด่นสะดุดตาตรงทางเดินเข้า และในทุกช่วงต้นปีจนถึงกลางปี แผนกหนังสือเด็กจะจัดมุมพิเศษอีกมุมที่มีป้ายเขียนบอกว่า หนังสือมุมนี้ยืมไปอ่านแล้วให้คะแนนส่งเข้าชิงรางวัลได้ด้วย ![]() มุมหนังสือรางวัล ให้เด็กๆ เลือกหยิบไปอ่านเพื่อลงคะแนน เดือนที่แล้ว ห้องสมุดที่ฉันแวะไปอยู่เป็นประจำขึ้นป้ายย้ำโค้งสุดท้ายกระตุ้นให้เด็กๆ รีบลงคะแนนหนังสือที่อ่านๆ กัน ทำให้อยากเล่าถึงรางวัลหนังสือเด็กแห่งชาติรางวัลหนึ่งซึ่งสนุกสนานน่าสนใจเป็นพิเศษแตกต่างจากรางวัลหนังสือชนิดอื่น เหตุเพราะรางวัลนี้ เชื้อเชิญเด็กๆ ให้มาเป็น คณะกรรมการ ร่วมตัดสินด้วยการลงคะแนนหนังสือที่ตัวเองอ่านแล้วชอบมากที่สุดในรอบปี โดยตั้งชื่อรางวัลนี้ว่า Kinderjury Prize (Kidsjury Prize)
Kinderjury แยกคุณสมบัติกรรมการและแบ่งหมวดการมอบรางวัลออกเป็น 2 ระดับ คือ รางวัลหนังสือที่เลือกจากกลุ่มเด็กเล็กอายุระหว่าง 6-8 ปี หรือเรียนอยู่ในกลุ่มที่ 3-5 กับรางวัลหนังสือที่เลือกจากกลุ่มเด็กโตอายุระหว่าง 9-12 ปี หรือเรียนอยู่ในกลุ่มที่ 6-8 (ระดับการเรียนที่นี่ กลุ่ม 1-2 คือ ระดับอนุบาล กลุ่ม 38 เทียบเท่ากับชั้นประถมศึกษาที่ 1-6 ในเมืองไทย) โดยเด็กหนึ่งคนสามารถลงคะแนนได้เพียงครั้งเดียวโดยระบุเลือกตามเกณฑ์อายุหรือระดับชั้นที่เรียนอยู่ ห้องสมุดประชาชนทุกแห่งทุกเมืองจัดกิจกรรมรณรงค์ให้เด็กอ่านหนังสือเพื่อลงคะแนน โดยเอื้ออำนวยจัดสรรนำหนังสือที่ตีพิมพ์จำหน่ายภายในปี ค.ศ. 2004 มาประชาสัมพันธ์ให้เด็กๆ เลือกหยิบไปอ่านเพื่อร่วมให้คะแนน หากหนังสือเล่มใดที่เด็กสนใจอยากอ่านแต่ห้องสมุดใกล้บ้านไม่มีให้อ่านให้ยืม ห้องสมุดจะมีบริการยืมข้ามห้องสมุดมาให้อ่านได้อีกด้วย หนังสือที่เข้าข่ายนำมาพิจารณารางวัล Kinderjury แต่ละปีนั้น หมายความรวมถึงหนังสือสำหรับเด็กทุกประเภท ไม่ว่า แนววรรณกรรม หนังสือภาพ บทกวี หนังสือทักษะความรู้ต่างๆ ที่ระบุว่าเหมาะสำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี และต้องเป็นหนังสือใหม่ที่ตีพิมพ์ออกจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคมของปีนั้นๆ เท่านั้น (ยกตัวอย่าง รางวัลหนังสือประจำปี ค.ศ. 2005 คัดเลือกจากหนังสือที่ตีพิมพ์ออกมาภายในปี ค.ศ. 2004 ) เด็กที่อยากเข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสิน ก็แค่ร่วมกติกาง่ายๆ คือหาหนังสือใหม่ที่ออกมาภายในกำหนดปีนั้นๆ มาอ่าน อ่านจบแล้วจดบันทึกความชอบและให้คะแนนไว้ในสมุดโน้ตตลอดทั้งปี เมื่อถึงช่วงเวลาลงคะแนน ก็รื้อฟื้นความทรงจำจากการอ่านคัดเลือกชื่อหนังสือที่ตัวเองชอบมากที่สุดในรอบปี 3 เล่ม (หรือน้อยกว่านี้ก็ได้) กรอกใส่ฟอร์มส่งเข้าไปเสนอชิงรางวัล การลงคะแนนเสียงเลือกหนังสือไปรับรางวัล มีจุดให้ส่งคะแนนอยู่หลายรูปแบบ เช่น เข้าไปกรอกชื่อหนังสือและคะแนนบน เว็บไซต์ ทางการของรางวัล หรือขอใบลงคะแนนซึ่งมีแจกให้ตามโรงเรียน ตามร้านขายหนังสือ ตามห้องสมุด หรือตัดมุมลงคะแนนจากหนังสือพิมพ์สำหรับเด็กชื่อ Kidsweek เด็กๆ มีเวลาในการส่งชื่อหนังสือและคะแนนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1 มิถุนายน รางวัล Kinderjury ทำให้นักอ่านรุ่นเยาว์คึกคักสนุกสนานกันมาก จนหนังสือพิมพ์ Kidsweek ต้องจัดพิมพ์ฉบับรางวัล Kinderjury ออกมาเป็นฉบับพิเศษ เพื่อลงรายละเอียดของหนังสือมากมายที่ออกมาตลอดทั้งปี และลงบทสัมภาษณ์เด็กๆ ที่อยากบอกเล่าถึงหนังสือเล่มโปรดของตัวเองที่ลุ้นอยากให้ได้รับรางวัล ในโรงเรียนก็มีการจัดกิจกรรมสอดสนองคล้องกัน อาทิ ให้เด็กๆ เขียนหรือเล่าถึงหนังสือที่ตัวเองชอบและอยากให้ได้รับรางวัล Kinderjury ด้วยเช่นกัน ผลพลอยได้จากการเข้าร่วมเป็นกรรมการเสียงสำคัญและกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คือเด็กๆ จะมีโอกาสลุ้นผลรางวัล รางวัลที่ 1 ได้ไปเที่ยวแบบ V.I.P พร้อมกันทั้งครอบครัว ณ ดินแดนเทพนิยายและสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ชื่อ Efteling จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 เป็นรางวัลโชคดีแบบหมู่คณะ เด็กคนใดที่ได้รับรางวัลนี้ เพื่อนร่วมชั้นเรียนจะได้รับรางวัลด้วยยกทั้งชั้นเรียน โดยมีเงื่อนไขเล็กๆว่า รางวัลคูปองหนังสือมูลค่า 10 ยูโร 1 ใบมอบให้สำหรับเด็กสองคน (10 ยูโร ประมาณ 500 บาท หนังสือวรรณกรรมเด็กที่นี่ราคาไม่ถูกนัก ตกเล่มละ 10 ยูโร) เพื่อเอาไปใช้เลือกซื้อหนังสือที่ชอบจากร้านหนังสือแล้วมาแบ่งกันอ่าน กล่าวคือ หากทั้งชั้นมีนักเรียน 24 คน ก็จะได้รางวัลคูปองหนังสือมูลค่า 10 ยูโรจำนวน 12 ใบ (เป็นรางวัลที่ช่างมีไอเดียน่ารักชะมัด) รางวัลสุดท้ายจำนวนหลายรางวัล คือ เด็กๆ จะได้ชุดหนังสือที่ได้รับรางวัลแห่งปีทั้งสองเล่ม สิ่งที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์ของรางวัล Kinderjury คือตลอดเวลา 17 ปีที่จัดกิจกรรมนี้มา หนังสือที่กรรมการเด็กคัดเลือกส่วนใหญ่ เป็นหนังสือที่เขียนโดยนักเขียนดัทช์เกือบทั้งสิ้น มีเพียงนักเขียนหนังสือเด็กต่างแดนที่ยิ่งใหญ่ 2 คนเท่านั้นที่สามารถแย่งชิงพื้นที่ดวงใจนักอ่านรุ่นเยาว์แห่งแดนกังหันได้สำเร็จ นั่นคือ ราชาโรอัลด์ ดาห์ล (ได้รับรางวัลเมื่อปี ค.ศ. 1989 / 1991 / 1993) กับราชินีเจ. เค. โรว์ลิ่ง (ได้รับรางวัลเมื่อปี ค.ศ. 2002)
Pluk redt de dieren (Pluk rescues the animals) ปีหน้าแล้วสินะ...เด็กคนโตที่บ้านฉันจะมีคุณสมบัติครบวัยสามารถเข้าร่วมเป็นกรรมการ Kinderjury ได้เป็นครั้งแรก ปีนี้ฉันเลยซื้อสมุดโน้ตมาคอยจดรายชื่อหนังสือใหม่ๆ ที่อ่านให้เธอฟังก่อนนอน ต่อแต่นี้เราคงมีกิจกรรมสนุกจากการอ่านหนังสือร่วมกันเพิ่มขึ้นมา นั่นคือ การลุ้นว่าเราจะเลือกมอบรางวัลให้กับหนังสือเล่มใด และนักเขียนคนใดจะสลับสับเปลี่ยนเข้ามาอยู่ดวงใจของเรา...ทุกๆ ปี ![]() |
|
|
| เกี่ยวกับผู้เขียน แก้ว กังหัน มีงานหลักเป็นแม่(บ้าน) ผู้ชอบทำกับข้าวและถักเสื้อกันหนาวให้ลูกสาวสามคน ยามลูกเผลอจะมาช่วยทำงานอาสาสมัครโครงการ www.books4brains.org ชอบอ่านหนังสือเพราะไม่ดูทีวี ปัจจุบันขี่จักรยานอยู่บนดินแดนกังหัน อนาคตจะกลับไปดูแลต้นปีปตรงเนินเขาภาคเหนือ-เมืองไทย |
๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘