|
Peter Pan in Kensington Gardens |
|
J.M. Barrie |
![]() ปีเตอร์แพน ถ้าคุณถามแม่ ว่าตอนแม่เป็นเด็ก..รู้จักกับปีเตอร์แพนหรือยัง แม่คงตอบว่า "แน่นอนสิลูกรัก" แล้วถ้าคุณถามอีก..แล้วตอนนั้นปีเตอร์แพนขี่แพะหรือเปล่าครับ แม่ก็จะตอบว่า "ถามอะไรอย่างนั้นนะ เขาขี่แพะแล้วสิลูก" ที่นี้ลองหันไปถามคุณยายบ้าง..รู้จักกับปีเตอร์แพนไหมครับตอนคุณยายเป็นเด็ก คุณยายบอกว่า "รู้จักสิหลานเอ๋ย" แต่ถ้าถามปีเตอร์แพนขี่แพะหรือเปล่าตอนนั้น คุณยายจะตอบว่าไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องปีเตอร์แพนขี่แพะเลย ซึ่งบางทีคุณยายอาจจะลืม เหมือนที่เคยลืมชื่อคุณแล้วเรียกคุณว่า มิลเดรด ซึ่งเป็นชื่อของแม่ คุณยายไม่น่าลืมเรื่องสำคัญเช่นเรื่องของแพะนี้ แต่อย่างไรตอนคุณยายเป็นเด็กเราก็ยังไม่มีเรื่องแพะเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าถ้าเราเริ่มต้นเล่าเรื่องปีเตอร์แพนด้วยแพะ(คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มเช่นนี้) ก็จะเป็นเรื่องโง่เขลาเหมือนเวลาเราใส่เสื้อแจ็กเก็ตก่อนจะใส่เสื้อกั๊กนั้นแหล่ะ
อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องนี้บ่งบอกว่า ปีเตอร์อายุมากแล้ว แต่เขาดูเหมือนมีอายุเดียวอยู่ตลอดกาล ก็เป็นการดีสำหรับเขาเพราะแท้จริงแล้วเขามีอายุได้แค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น แม้เขาจะเกิดมานมนามแต่ปีเตอร์แพนก็ไม่เคยมีงานวันเกิดสักครั้ง และไม่มีวี่แววว่าจะได้มีงานเลี้ยงกับเขาบ้าง เหตุผลก็คือเขาหลบหนีจากความเป็นมนุษย์ตอนเขาอายุได้เจ็ดวัน หนีออกไปทางหน้าต่างและบินกลับไปที่สวนเคนซิงตัน
คุณอาจคิดว่าเขาเป็นเด็กน้อยคนเดียวที่อยากหนี นั่นคงเพราะคุณลืมวัยเยาว์ของคุณไปหมด ตอนที่เดวิด*ได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกเขากล่าวว่าเขาไม่เคยคิดจะหนีอย่างปีเตอร์แพนเลย แต่ผมบอกให้เขาคิดให้ดีดี เขาเลยเอามือกุมขมับทำท่าทางครุ่นคิดอย่างหนัก จนเขาจำได้..ตอนเด็กอยากหนีกลับขึ้นไปอยู่บนบ้านต้นไม้ และทันทีที่ความทรงจำแรกย้อนกลับมา เรื่องอย่างอื่นก็ค่อยๆเคลื่อนคล้อยเข้ามาใกล้ เดวิดนอนอยู่บนเตียงเคยคิดวางแผนการหนีแม่ตอนที่แม่หลับ แต่แล้วถูกแม่จับได้คาหนังคาเขาขณะปีนออกทางปล่องไฟ เด็กเด็กมักจะรำลึกได้เสมอถ้าเอามือกดขมับแรงๆว่าตัวนั้นเคยเกิดเป็นนกก่อนที่จะได้เป็นคน และมักซนเกเรในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต และเกิดความรู้สึกคันบริเวณหัวไหล่ที่เคยมีปีกโผล่ออกมาตามลำตัว เดวิดบอกกับผมอย่างนี้
ผมเกริ่นไว้ในที่นี้ถึงวิธีที่เรื่องราวต่างๆเริ่มขึ้น ตอนแรกผมเป็นคนเล่าเรื่องก่อน หลังจากนั้นเขาจะเล่าต่อ ความจริงแล้วมันเป็นละเรื่องกัน เพราะเขาจะเติมเรื่องของเขาเข้าไปเอง เรื่องก็จะดำเนินต่อไปเรื่อยจนไม่รู้ว่าเรื่องที่แท้เป็นของเขาหรือของผม อย่างเรื่องปีเตอร์แพนนี้ ส่วนของการบรรยายโล่งเตียนไร้จินตนาการและแฝงความชอบธรรมนี้มาจากผม แม้ไม่ทั้งหมด เพราะเด็กคนนี้ก็แฝงความเป็นนักสอนศีลธรรมตัวยง ความน่าสนใจในเนื้อหาน่าจะเป็นขั้นตอนการเป็นทารกเด็กอ่อน ซึ่งได้มาจากความทรงจำเล็กน้อยของเดวิดโดยวิธีเอานิ้วกดขมับและครุ่นคิดอย่างหนัก
เอาล่ะ ปีเตอร์แพนออกไปทางหน้าต่างที่ไม่มีซี่กรงขวางกั้น ตอนเขายืนอยู่บนเชิงหน้าต่าง มองเห็นต้นไม้ไกลเป็นลำดับ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่นั่นคือสวนเคนซิงตัน ในวินาทีที่เขาเห็นสถานที่แห่งนั้น เขาลืมทันทีว่าเขาเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กใส่ชุดนอน เขาเริ่มออกบิน ลอยขึ้นเหนือบ้านตรงดิ่งไปที่สวน มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่เขาบินได้โดยไม่มีปีก ตรงลำตัวนั้นคันคะเยอมาก และ-และ-บางทีเราอาจจะบินได้บ้างถ้าเรามั่นใจในตัวเราหมือนอย่างปีเตอร์แพนคนกล้าในคืนนั้น
เขาร่อนลงอย่างร่าเริงบนสนามหญ้าระหว่างเบบี้พาเลซ*(วังที่ควีนวิคตอเรียประสูติ)กับบึงเซอเพนทีน สิ่งแรกที่ปีเตอร์ทำคือทิ้งตัวนอนราบลงกับพื้น เตะขาลอยในอากาศ โดยไม่ทันรู้ตัวหรอกว่าเขาเคยเป็น คน กำลังคิดว่าตัวเองเป็นนก เพราะเขายังคงมีรูปร่างเหมือนวันแรกเกิด และเมื่อพยายามเอื้อมมือไปจับแมลงวัน เขาก็ไม่เข้าใจว่าที่จับมันไม่ได้เพราะนกไม่สามารถมีมือทำอย่างนั้น เขาสังเกตว่าเวลานี้สวนคงปิดทำการ มีเทพยดาตัวอื่นอื่นอีก ทุกตัวก็กำลังง่วนวุ่นวายเกินกว่าจะสังเกตเห็นเขา บางคนกำลังเตรียมอาหารไว้ตอนเช้า บางคนกำลังรีดนมวัว รดน้ำต้นไม้บ้างหรือทำอย่างอื่น ปีเตอร์เห็นถังน้ำใบใหญ่ทำให้นึกได้ว่ารู้สึกกระหายน้ำ เขาจึงไปบินไปที่ราวด์พอนด์*(บ่อน้ำที่เด็กและผู้ใหญ่ชอบมาแล่นเรือจำลอง)เพื่อหาน้ำดื่ม เขาหยุดที่ริมบ่อ ยื่นจะงอยปากจุ่มน้ำ แต่ความจริงมันคือส่วนจมูก น้ำน้อยลอยตัวขึ้นมา แต่ปีเตอร์ไม่ค่อยพอใจเพราะรู้สึกไม่สดชื่นเหมือนเคย หลังจากนั้นเขาเริ่มกวนน้ำให้ขุ่น แล้วทิ้งตัวโงนเงนตูมลงไปในน้ำ เวลานกตีปีกพรึ่บพรั่บในน้ำ มันจะค่อยๆสะบัดขนที่ปีกแล้วมีกรรมวิธีจิกให้แห้ง แต่ปีเตอร์จำไม่ได้ว่าเป็นนกนั้นควรทำอย่างไร เขาจึงตัดสินใจไปนอนบนต้นบีชใกล้ทางเบบี้วอล์ค
ตอนแรกปีเตอร์พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะทรงตัวเวลายืนอยู่บนกิ่งไม้ แต่ในที่สุดเขาก็รู้ว่าควรจะทำยังไง หลังจากนั้นเขานอนหลับลงและตื่นขึ้นตอนเช้าตรู่ เสียงเริ่มสั่นรำพึงกับตัวเองว่า 'ผมไม่เคยออกมาในคืนที่หนาวเหน็บอย่างนี้เลย' เขาก็ไม่เคยจริงๆแม้ในวันที่เกิดเป็นนก แน่นอนอย่างที่ทุกคนรู้ดี ถึงคืนไหนจะอบอุ่นสำหรับนกแต่ก็เป็นคืนที่หนาวเหน็บอยู่ดีสำหรับเด็กชายที่ใส่เพียงชุดนอน ปีเตอร์รู้สึกแปลกๆ เขามึนงง พอได้ยินเสียงดังจึงหันไปมองรอบตัวในฉับพลัน มันคือเสียงจามฟึดฟัดของเขาเอง ตอนนี้มีอะไรบางอย่างที่เขาต้องการมาก แต่เขาก็ไม่รู้ว่าตัวต้องการอะไร และอะไรที่เขาอยากได้นั้นคือแม่นั่นเอง คนที่คอยเป่าจมูกให้เขา เขาไม่เอะใจในเรื่องนี้แต่อย่างใด กลับมองหาพวกเทพยดาทั้งหลายเพื่อความกระจ่างใจ เพราะพวกนี้มีชื่อเสียงในการรู้จักแต่สิ่งดีดีเท่านั้น
มีคนสองคนกำลังเดินเล่นอยู่บนทางเบบี้วอล์ค ต่างเอามือโอบล้อมเอวซึ่งกันและกัน ปีเตอร์กระโดดปุบลงไปทัก พวกเทพมักชอบทะเลาะกับพวกนก แต่เทพก็ยินดีตอบคำถามสามัญที่ถูกถามเสมอ ปีเตอร์จึงโกรธนักเมื่อสองเทพนั้นวิ่งหนีอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นเขา ส่วนอีกเทพหนึ่งกำลังเอกเขนกบนเก้าอี้ในสวน อ่านดวงสแตมป์ที่มีคนทิ้งไว้แถวนั้น ซึ่งพอคนนี้ได้ยินเสียงปีเตอร์ เขาก็กระโดดตัวลอยไปแอบอยู่หลังต้นทิวลิปทันที
ความตระหนกตกใจของปีเตอร์ทำให้เขาทราบว่าเทพยดาทุกตัวที่พบวิ่งหนีหายไปหมด กลุ่มคนสวนกำลังเด็ดเห็ดมีพิษก็เผ่นหนีอย่างเร็ว ทิ้งเครื่องมือไว้เบื้องหลัง สาวรีดนมวัวทำถังหกคะเมนเพื่อซ่อนตัวลงใต้ถัง และในที่สุดก็เกิดเสียงโกลาหลไปทั่วสวน ฝูงเทพยดาออกวิ่งไปทางนี้ที นู้นที สอบถามกันอย่างกล้าหาญว่าใครกันที่กลัวลนลาน ไฟถูกดับ ประตูถูกปิด และตรงบริเวณหน้าพระราชวังควีนแมบ*(ควีนแมบเป็นพระราชินีของพวกแฟร์รี่) มีเสียงตีกลองกึกก้องกังวาล คงเป็นเวลาที่นายทหารประจำพระราชวังออกปฎิบัติการ กองทหารพลหอกได้ครอบครองพื้นที่บนบอร์ดวอล์ค*(ทางเดินสายเอกในสวน) ในมือถือใบต้นฮอลลี่เป็นอาวุธเอาไว้ทิ่มแทงถ้าเกิดมีศัตรูเดินผ่าน ปีเตอร์ได้ยินเสียงร้องระงมไปทั่วเหมือนกับว่าพวกมนุษย์ถูกขังอยู่ในสวนที่ปิด ก็เขาไม่รู้นี่ว่าตัวเขาเองก็เป็น คน ด้วย หน้าตาเขาบูดบึ้ง จนกระทั่งเริ่มโหยหาเมื่อนึกถึงเวลาที่คิดว่าอยากให้จมูกของเขาได้รับการปฎิบัติอย่างไร การตามคำถามฉกรรจ์นี้ไร้ประโยชน์นัก สัตว์ขี้ตื่นวิ่งหนีจากไป แม้แต่กลุ่มทหารพอเดินแถวเข้าใกล้ตรงบริเวณเนินฮัมพ์ ก็รีบแยกออกตรงบาทวิถีทันทีเมื่อเห็นเขา
ปีเตอร์รู้สึกผิดหวังมากกับพวกเทพยดา เขาเลยตั้งใจจะไปปรึกษานก แต่ตอนนี้ก็เพิ่งนึกอะไรประหลาดออก ว่านกบนต้นบีชก็ได้บินจากไปตอนที่เขากระโดดทัก ปีเตอร์ไม่ได้กังวลใจแต่เพิ่งมาเข้าใจความหมายเอาตอนนี้เอง ปีเตอร์แพนผู้น่าสงสาร! เขาทรุดลงกับพื้น ร้องไห้ สำหรับการเกิดเป็นนกแล้ว ปีเตอร์ก็ไม่รู้ว่าเขานั่งผิดท่าที่นกควรจะนั่ง แต่นี้เป็นเรื่องดีเพราะไม่อย่างนั้นเขาจะเสียศรัทธาต่ออำนาจในการบินไปด้วย เพราะวินาทีที่คุณสงสัยว่าคุณบินได้หรือไม่ ขอให้คุณรู้เถอะว่าคุณจะสูญสิ้นถึงความสามารถที่จะทำมันตลอดไป เหตุผลที่นกบินได้และคนเราบินไม่เป็นเพราะนกมีศรัทธาที่สมบูรณ์กว่าเรา เพราะการมีความศรัทธาคือการมีปีก
ยกเว้นเรื่องถ้าบินเป็น ตอนนี้ก็ไม่มีใครสามารถไปเกาะกลางบึงเซอร์เพนทีนได้ การพายเรือของมนุษย์ไปจอดที่เกาะนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม และรอบเกาะยังมีเสาเล็กเล็กตั้งเต็ม ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ในน้ำโดยที่แต่ละเสาก็มีนกนั่งเฝ้ายามอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่เกาะกลางน้ำนี้เองที่ปีเตอร์บินไปหานกผู้เฒ่า โซโลมอน คอว์ เขากระโดดลงบนเกาะ รื่นเริงดีใจที่ในที่สุดก็ถึงบ้านแล้ว บ้านที่นกเรียกว่าเกาะ นกทุกตัวกำลังหลับ รวมทั้งบรรดานกยามเหล่านั้นด้วย ยกเว้นโซโลมอนผู้เฒ่าซึ่งตื่นยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ผู้เฒ่าฟังเรื่องผจญภัยของปีเตอร์อย่างเงียบๆ และบอกปีเตอร์ถึงความจริง
'ดูชุดนอนเธอสิ ถ้าเธอไม่เชื่อฉันนะ' โซโลมอนกล่าวขึ้นขณะปีเตอร์เบิ่งตามองชุดนอน แล้วหันไปมองพวกนกหลับ พวกมันไม่ได้สวมอะไรกันเลย
นกบนเกาะไม่ชินกับการมาของปีเตอร์ ความแปลกของเขาทำให้พวกนกหัวเราะขันทุกวันเหมือนเรื่องนี้เป็นข่าวใหม่ ทั้งที่เรื่องนกต่างหากที่ใหม่เพราะพวกนกให้กำเนิดวางไข่ทุกวัน พอเกิดมาก็หัวเราะเยาะปีเตอร์ทันที หลังจากนั้นก็จากไปเพื่อเป็นมนุษย์ นกตัวใหม่ก็ออกมาจากไข่ใบใหม่อื่นอีกและเป็นอย่างนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พวกแม่นกเวลาที่เบื่อกกไข่ ก็จะทำให้ทารกนกแตกไข่ออกมาเองล่วงหน้าก่อนกำหนดหนึ่งวันเสมอ โดยแอบกระซิบลูกว่า..นี้เป็นโอกาสที่เจ้าจะได้เห็นปีเตอร์ทำการล้าง ทำการดื่ม และทำการกินนะ.. นกเป็นร้อยเป็นพันจึงมาห้อมล้อมดูปีเตอร์ทำสิ่งเหล่านี้ทุกวัน เหมือนกับที่เราดูนกยูงแหกปากส่งเสียงดีใจเมื่อสลัดเปลือกขนมปังแข็งใส่ปีเตอร์ได้ เขาใช้มือเก็บแทนที่จะเป็นทางปากแบบนก อาหารถูกนกนำส่งมาจากสวนโดยคำสั่งของผู้เฒ่าโซโลมอน ปีเตอร์ไม่กินหนอนหรือแมลง(ซึ่งพวกนกว่าแปลก) เมื่อนกคาบขนมปังมาให้ ดังนี้เองเวลาเราร้องว่า 'เจ้านกตะกละ ตะกละ'กับนกที่บินคาบเปลือกขนมปังแผ่นใหญ่ ก็ให้ทราบว่าเราไม่ควรกระทำอย่างยิ่งเพราะนกกำลังคาบอาหารเหล่านี้ไปให้แก่ปีเตอร์แพน
ปีเตอร์เลิกสวมชุดนอนแล้ว เนื่องจากนกพยายามขอชุดเขาทีละน้อยเอาไปแปะทำรัง และความเป็นคนใจดีทำให้เขาปฎิเสธไม่เป็น ดังนั้นเขาจึงซ่อนส่วนที่เหลือไว้ตามคำแนะนำของโซโลมอน ตอนนี้ตัวเขาโกร๋นปราศจากเสื้อผ้า แต่คุณไม่ควรคิดว่าปีเตอร์จะหนาวหรือไม่มีความสุข เพราะเขามีสุขและร่าเริงอยู่เสมอ เหตุผลก็คือโซโลมอนรักษาคำสัญญาที่จะสอนเขาบินในวิถีแห่งนก เป็นเรื่องง่ายที่คนเราจะพอใจเวลาได้ทำอะไรสักอย่าง และคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นมีความสำคัญยิ่งใหญ่ ปีเตอร์ฉลาดขึ้นในการหาหนทางช่วยเหลือพวกนกในการสร้างรัง และอีกไม่นานเขาก็จะสร้างอะไรที่ดีกว่านกพิราบไม้ และดีเกือบจะเท่ากับนกแบล็คเบิร์ด แม้ว่าปีเตอร์จะไม่ค่อยชอบพวกนกชนิดเล็ก แต่เขาก็สร้างรางน้ำให้ใกล้กับรังของมัน ขุดหาหนอนมาเป็นอาหารให้แก่พวกลูก เขาเรียนรู้อย่างมากมายในอาณาจักรนก และเรียนรู้การพัดผ่านของลมตะวันออกที่แยกจากลมตะวันตกด้วยการสูดกลิ่น เขามองเห็นต้นหญ้าเติบโต ได้ยินเสียงแมลงเดินเล่นอยู่ในโพรงต้นไม้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้เฒ่าโซโลมอนได้ทำ คือสอนปีเตอร์ให้มีหัวใจเบิกบาน นกเป็นสัตว์ที่มีหัวใจเบิกบานยกเว้นว่าคุณได้ทำการปล้นรังของมัน และมันเป็นหัวใจชนิดเดียวที่โซโลมอนรู้จัก จึงเป็นการง่ายที่เขาจะสอนปีเตอร์ให้มีหัวใจเยี่ยงนี้
หัวใจของปีเตอร์นั้นดีใจหายจนรู้สึกว่าอยากร้องเพลงทั้งวันเหมือนเวลาที่นกร้องเพราะความหรรษา แต่เพราะปีเตอร์มีส่วนหนึ่งซึ่งเป็นคน เขาจึงต้องการเครื่องดนตรีมาช่วยทำเพลง เขาทำขลุ่ยขึ้นมาจากไม้กก นั่งเล่นอยู่ริมฝั่งบนเกาะในตอนบ่ายๆ ฝึกฝนการเป่ากับเสียงลมพัดเสียงกระเพื่อมของน้ำ เขาคว้าแสงจันทรามาหยิบกำมือ จับมันใส่ลงไปในขลุ่ย บรรเลงออกมาอย่างไพเราะเพราะพริ้ง แม้แต่พวกนกเองก็ยังหลงกลในเสียงสวรรค์นี้ จนพึมพำออกมากันว่า 'นั่นปลากระโดดขึ้นเหนือน้ำหรือปีเตอร์เล่นกับปลาให้กระโดดขึ้นมาเพราะขลุ่ย?' บางครั้งเขาก็เล่นเพลงต้นกำเนิดนก ตัวแม่ก็จะหันมามองในรังว่าไข่ออกหรือยัง และถ้าคุณเป็นเด็กในสวน คุณคงรู้จักกับต้นเชสนัทใกล้กับสะพาน มันออกผลเป็นดอกไม้ เรื่องนี้ถ้าคุณไม่เคยได้ยินว่าทำไมต้นไม้เป็นอย่างนี้ ก็เพราะมีอยู่ฤดูร้อนหนึ่ง ปีเตอร์เดินท่องเล่นในสวน ต้นไม้ซึ่งอยู่ใกล้ได้ยินจึงถูกลวงด้วยมนต์เพลง
เมื่อปีเตอร์นั่งอยู่ชายเกาะแล้วเป่าขลุ่ยอย่างสนุกสนาน ก็มีบางครั้งที่เขาจมลงไปในความคิดที่เศร้าหมอง เสียงเพลงก็จะขับขานเศร้าโศกตาม และเหตุที่ปีเตอร์เศร้ามากเพราะเขาข้ามไปฟากสวนไม่ได้นั้นเอง ได้แต่มองสวนผ่านความโค้งที่ใต้สะพาน เขารู้แล้วว่าเขาจะไม่ได้เป็น คน อีก ทั้งที่อยากเป็นมาก โอ้..เขาอยากจะไปเล่นแบบที่เด็กคนอื่นๆเล่นกัน ไม่มีที่ไหนแล้วที่จะสวยงามอย่างในสวน พวกนกจะนำข่าวมาฝากปีเตอร์ว่าเด็กเด็กเล่นกันอย่างไร และน้ำตาแห่งความปรารถนาก็ปรากฎขึ้นในดวงตาของเขา
คุณคงสงสัยทำไมปีเตอร์ไม่ว่ายน้ำข้ามไป เพราะเขาว่ายน้ำไม่เป็นน่ะเอง เขาอยากรู้วิธีว่ายน้ำแต่ตัวที่อยู่บนเกาะไม่มีใครรู้จักวิธีที่ว่านี้เลย ยกเว้นเป็ด ซึ่งก็ช่างเขลานัก พวกมันอยากสอนปีเตอร์อยู่หรอก แต่สิ่งที่พวกนี้ทำคือบอกแก่เขาว่า 'เธอนั่งลงเหนือพื้นน้ำอย่างนี้นะ แล้วเตะขาออกไปแบบนี้' ปีเตอร์ลองทำบ่อย แต่ก่อนที่เขาจะเตะขาออกไปได้เหมือนมันเขาก็จมลงก่อน สิ่งที่เขาควรรู้คือทำอย่างไรถึงจะนั่งบนน้ำได้โดยไม่จม พวกเป็ดบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายของง่ายๆแบบนี้ บางครั้งก็มีหงส์ว่ายมาที่เกาะ ปีเตอร์จะให้อาหารของเขากับหงส์ และหลอกถามว่านั่งในน้ำได้อย่างไร แต่พอเขาไม่มีอาหารเหลือจะให้ พวกหงส์น่าชังก็ส่งเสียงแฉ่แล้วรีบจรลีไป
ครั้งหนึ่งปีเตอร์ค้นพบวิธีข้ามไปที่สวน เมื่อมีอะไรสีขาวคล้ายหนังสือพิมพ์ลอยมาติดเกาะ หลังจากนั้นก็กลิ้งลุนลุนดั่งกิริยาเวลานกปีกหักร่อนลง ปีเตอร์ตกใจจนเอามันไปซ่อน แต่พวกนกเห็นเลยบอกว่า..นั่นเขาเรียกว่าว่าว ว่าวคืออะไร มันคงจะเอาไว้ผูกมือเด็กผู้ชายจนลอยขึ้นสูง พวกนกหัวเราะปีเตอร์เรื่องว่าวที่เขาชอบ เพราะปีเตอร์เอามันไปนอนกอดตอนกลางคืนด้วย เรื่องนี้ผมว่าน่าสงสารเมื่อรู้ว่าที่ปีเตอร์ชอบใจเพราะเขาเชื่อว่ามันเป็นของเล่นที่เคยมีเด็กเป็นเจ้าของจริงๆ
สำหรับพวกนกเด็ก เรื่องนี้อ่อนต่อเหตุผลที่สุด แต่สำหรับพวกนกผู้ใหญ่ พวกเขารู้สึกขอบคุณปีเตอร์เสมอเพราะเขาช่วยเลี้ยงลูกนกให้พ้นจากหัดเยอรมัน พวกนกผู้ใหญ่เลยช่วยสอนปีเตอร์ถึงวิธีที่นกเล่นว่าว นกหกตัวคาบเชือกไว้ด้วยจะงอยปาก บินพาว่าวขึ้นไป และด้วยความประหลาดใจของปีเตอร์ ว่าวลอยตัวสูงขึ้นสูงขึ้นจนกระทั่งสูงกว่านกทั้งหมด
ปีเตอร์ตะโกนร้องออกมา 'เอาอีกครับ' พวกนกใจดีจึงแสดงอีกหลายครั้ง แต่แทนที่เขาจะขอบคุณ เขาก็ได้แต่ร้องว่า 'เอาอีกครับ' นี้คงบอกได้ว่าปีเตอร์ไม่เคยลืมความเป็นเด็กของเขาเลย
ในที่สุดด้วยดวงใจที่เปี่ยมความกล้าหาญ ปีเตอร์ขอร้องบรรดานกให้ทำอีกครั้งหนึ่งเพื่อผูกเขาเข้ากับหางของว่าว คราวนี้นกเป็นร้อยช่วยกันบินดึงเขาขึ้นไป ปีเตอร์ติดอยู่กับหาง เขาจะถูกปล่อยพอถึงฝั่งด้านสวน แต่ว่าวขาดออกเป็นชิ้นกระจายเสียก่อนจะถึงฝั่ง เขาคงจะจมอยู่ในบึงน้ำเซอรเพนทีนถ้าไม่ได้คว้าจับหงส์สองตัวเอาไว้ทัน ปีเตอร์บอกหงส์ให้ไปส่งเขาที่เกาะ หลังจากนั้นพวกนกบอกว่าจะไม่ช่วยเขาแล้วถ้าทำบ้าบ้าแบบนี้อีก
อย่างไรก็ตาม ปีเตอร์กลับไปสวนได้ในที่สุดเพราะเรือของเชลลีย์ ซึ่งผมจะเล่าต่อไป
A Peter Pan in Kensington Gardens J.M. Barrie
Copyright © 2002 faylicity.com
|
| . |
๑๕ มกราคม ๒๕๔๕ |