* home   ชั้นหนังสือ : เรื่องแปล
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
ลานหลังบ้าน
Miranda July

 
ถึงมันจะเกิดขึ้นตอนที่เขาไม่มีสติ มันก็ยังสลักสำคัญ ยิ่งสลักสำคัญขึ้นไปอีกเพราะจิตใจที่มีสติมักทำอะไรพลาด ตกหลุมรักคนผิด แต่ลึกลงไปในบ่อน้ำ ในที่ไร้แสงสว่าง มีแต่น้ำอายุนับพันปี คนเราไม่มีเหตุผลที่จะผิดพลาด พระเจ้าบอกให้เราทำ เราก็ทำ ให้รักเธอเราก็รัก เขาเป็นเพื่อนบ้านฉัน มีเชื้อสายเกาหลี เขาชื่อวินเซนต์ จาง ไม่ได้เล่นฮัปกิโด เวลาพูดคำว่า 'คนเกาหลี' บางคนจะนึกถึงแต่อาจารย์คิมจินปัล ครูเกาหลีใต้ผู้สอนฮัปกิโดให้เฉินหลง แต่ฉันนึกถึงวินเซนต์

สิ่งน่ากลัวที่สุดที่คุณเคยเจอมาคืออะไร เกี่ยวกับรถราใช่ไหม หรือเกิดขึ้นบนเรือ หรือเกิดจากสัตว์ ถ้าคุณตอบว่าใช่ข้อใดข้อหนึ่ง ฉันจะไม่แปลกใจเลย รถชน เรือล่ม พวกสัตว์นั้นน่ากลัว หลีกให้ห่างจากพวกนี้ไว้จะดีกว่า

วินเซนต์มีภรรยาชื่อเฮเลนา เป็นคนกรีก ผมสีบลอนด์ เป็นผมย้อม ฉันว่าจะสุภาพและไม่บอกว่าเป็นผมย้อม แต่เธอคงไม่แคร์ถ้าใครรู้เรื่องนี้ อันที่จริง ฉันว่าเธออยากให้ดูออกว่าย้อมผม โดยการโชว์สีรากผมด้วย ถ้าเกิดฉันกับเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน เกิดฉันขอยืมเสื้อเธอมาใส่ และเธอบอกว่าฉันใส่แล้วดูดีกว่าอีก เก็บไว้เถอะ ถ้าเกิดเธอโทรมาหาฉันแล้วร้องห่มร้องไห้ ฉันต้องไปหาไปปลอบใจเธอในครัว วินเซนต์พยายามเข้ามาในครัว เราบอกว่าไปไกลๆ ผู้หญิงเขาจะคุยกัน! ฉันเห็นอะไรทำนองนี้ในทีวี ผู้หญิงสองคนคุยกันเรื่องชุดชั้นในถูกขโมย ชายคนหนึ่งเข้ามา ทั้งคู่บอกว่า ไปไกลๆ ผู้หญิงเขาจะคุยกัน! เหตุหนึ่งที่ฉันกับเฮเลนาไม่มีวันเป็นเพื่อนสนิทกันได้ เป็นเพราะฉันเตี้ยกว่าเธอเท่าหนึ่ง คนเรามักสมาคมกับคนตัวขนาดเดียวกัน คุยกันง่ายกว่า ยกเว้นคนรักกัน ซึ่งความแตกต่างของขนาดตัวเป็นเรื่องเซ็กซี่ หมายความว่าฉันเต็มใจฝ่าระยะทางไปเพื่อเธอ

ถ้าคุณเสียใจ ให้ถามตัวเองว่าเสียใจทำไมแล้วกดโทรศัพท์หาใครสักคน บอกคำตอบของคำถามนี้ต่อเขา ถ้าคุณไม่รู้จักใคร ให้โทรเรียกโอเปอเรเตอร์แล้วบอกเขา คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าโอเปอเรเตอร์ต้องรับฟัง เป็นเรื่องทางกฎหมาย เช่นกัน บุรุษไปรษณีย์เข้าไปในบ้านเราไม่ได้ แต่เราคุยกับเขาในสถานที่สาธารณะได้นาน 4 นาที หรือจนกว่าเขาอยากจะไป แล้วแต่ว่าอะไรมาก่อน

วินเซนต์อยู่ที่ลานบ้านรวม ฉันจะเล่าเรื่องลานบ้านให้ฟัง เป็นลานบ้านใช้ร่วมกัน ถ้าคุณดูแล้วจะต้องคิดว่าเป็นลานบ้านของเฮเลนากับวินเซนต์ เพราะประตูหลังเขาเปิดสู่ลานนี้ แต่ตอนย้ายเข้ามา เจ้าของบ้านบอกว่าลานนี้เป็นของทั้งห้องชั้นบนและชั้นล่าง ฉันอยู่ห้องชั้นบน เจ้าของบ้านบอกว่าอย่าอายที่จะใช้ลานนี้ เพราะฉันจ่ายค่าเช่าเท่าๆ กับห้องข้างล่าง ฉันไม่แน่ใจว่าเจ้าของบ้านบอกวินเซนต์กับเฮเลนาหรือเปล่าว่านี่เป็นลานบ้านส่วนรวม ฉันพยายามแสดงความเป็นเจ้าของด้วยการวางข้าวของทิ้งไว้ เช่นรองเท้า มีครั้งหนึ่งฉันทิ้งธงอีสเตอร์ไว้ ฉันพยายามใช้ลานบ้านให้มากเท่าๆ กับพวกเขา ทำอย่างนี้เราจะได้ต่างคนต่างได้ส่วนแบ่ง ทุกครั้งที่ฉันเห็นพวกเขาออกไปที่ลานบ้าน ฉันจะกาปฏิทิน คราวหน้าที่ลานบ้านว่าง ฉันจะออกไปนั่งแล้วมาลบรอยกาออก บางครั้งฉันล้าหลังไปมาก ทำให้ต้องไปนั่งที่ลานบ้านบ่อยๆ ช่วงปลายเดือน เพื่อจะตามให้ทัน

วินเซนต์อยู่ที่ลานบ้าน ฉันจะเล่าเรื่องเขาให้ฟัง เขาเป็นตัวอย่างของผู้ชายแนวใหม่ เราอาจได้อ่านบทความเรื่องผู้ชายแนวใหม่จากนิตยสารทรูเดือนที่แล้ว ผูชายแนวใหม่สัมผัสความรู้สึกตนเองได้มากกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ ผู้ชายแนวใหม่ร้องไห้เป็น อยากมีลูก ปรารถนาให้กำเนิดลูก บางครั้งจึงร้องไห้เพราะไม่อาจทำได้ ไม่มีที่ทางให้ทารกคลอดออกมา ผู้ชายแนวใหม่มีแต่ให้ ให้ และให้ วินเซนต์เป็นอย่างนั้น ครั้งหนึ่งฉันเห็นเขานวดเฮเลนาที่ลานหลังบ้านรวม คิดไปก็ตลกดี วินเซนต์ต่างหากที่ต้องมีคนนวด เขาเป็นโรคลมชักอ่อนๆ เจ้าของบ้านบอกฉันตอนย้ายเข้ามาเพื่อเตือนให้ระวัง ผู้ชายแนวใหม่มักเปราะบางเล็กน้อย วินเซนต์ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายศิลป์ นี่เป็นผู้ชายแนวใหม่ตัวจริง เขาบอกเรื่องนี้ตอนเราออกจากบ้านพร้อมกันวันหนึ่ง เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายศิลป์ของนิตยสารพันต์ เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะฉันเป็นผู้จัดการโรงพิมพ์ บางครั้งเราพิมพ์นิตยสาร เราไม่ได้พิมพ์พันต์ แต่เราพิมพ์นิตยสารชื่อคล้ายๆ กัน ชื่อโพสิทีฟ จริงๆ แล้วเป็นเหมือนจดหมายข่าวมากกว่า ออกสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีโพสิทีฟ

คุณโกรธหรือ ชกหมอนสิ แล้วดีขึ้นไหม เปล่าเลย ทุกวันนี้คนเราโกรธมากจนการชกเอาไม่อยู่ คุณอาจลองการแทงดู หาหมอนเก่าๆ มาวางที่สนามหน้าบ้าน แทงด้วยมีดแหลมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก แทงแรงๆ ให้ปลายมีดจมดิน แทงจนหมอนไม่เป็นหมอน และเหลือแต่เราแทงพื้นโลกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังเราฆ่ามันข้อที่มันหมุนเรื่อยไป ดังเราแก้แค้นที่ต้องมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์นี้วันแล้ววันเล่า--เพียงลำพัง

วินเซนต์อยู่ที่ลานบ้าน ฉันล้าหลังเรื่องการใช้ลานบ้าน จึงกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาที่ลานบ้านตอนปลายเดือนอย่างนี้ ฉันเกิดความคิดว่าไปนั่งกับเขาก็ได้นี่ ฉันใส่ขาสั้น แว่นกันแดด และทาน้ำมันทาผิวสำหรับออกแดด ถึงนี่จะเป็นเดือนตุลาคมแต่ฉันรู้สึกถึงฤดูร้อน ฉันมีภาพฤดูร้อนในใจ แต่ความจริงลมแรงเสียจนต้องวิ่งกลับไปเอาเสื้อหนาว และประเดี๋ยวเดียวก็ต้องวิ่งไปเปลี่ยนกางเกง สุดท้ายฉันนั่งเก้าอี้ข้างๆ วินเซนต์ที่ลานบ้านรวม น้ำมันทาผิวชุ่มผ่านเนื้อผ้ากางเกง เขาบอกว่าชอบกลิ่นน้ำมันนี้ นับเป็นการรับรู้สถานการณ์ของฉันด้วยวิถีสง่างาม ผู้ชายสง่านี่ล่ะคือผู้ชายแนวใหม่ ฉันถามว่านิตยสารพันต์เป็นยังไงบ้าง เขาเล่าเรื่องตลกให้ฟังเกี่ยวกับการพิมพ์ผิด เราทำงานสายเดียวกัน เขาจึงไม่ต้องอธิบายว่าการพิมพ์ผิดเป็นคำย่อจากความผิดพลาดทางการพิมพ์ ถ้าเฮเลนาออกมา เราต้องไม่ใช่ศัพท์เฉพาะทาง เธอจะได้เข้าใจไปด้วยได้ แต่เฮเลนาไม่ออกมาเพราะเธอยังอยู่ที่ทำงาน เธอเป็นผู้ช่วยแพทย์ ซี่งอาจจะเป็นอย่างเดียวกับพยาบาลหรือไม่ใช่ก็ได้

ฉันถามวินเซนต์เรื่องต่างๆ เขาตอบยาวขึ้นและยาวขึ้น จนอยู่ระดับขับเคลื่อนเอง ฉันไม่ต้องถาม เขาเพียงแต่ปาฐกถา นี่เป็นเรื่องไม่คาดคิด เหมือนจู่ๆ พบว่ามาทำงานวันหยุด ฉันมาทำอะไรที่นี่ โรมันฮอลิเดย์ของฉันอยู่ไหน อเมริกันอินปารีสของฉันล่ะ นี่ก็เหมือนกัน เป็นอเมริกันในอเมริกา สุดท้ายเขาหยุด หยีตามองฟ้า ฉันเดาว่าเขาคงกำลังคิดคำถามดีเลิศสำหรับฉัน คำถามพิเศษที่ฉันต้องทะยานไปสู่ ต้องเรียกเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรู้เกี่ยวกับตัวเอง ตำนานเทพ และโลกสีดำใบนี้ แต่เขาเพียงหยุดเพื่อเน้นสิ่งที่เขาพูดว่า การออกแบบปกไม่ใช่ความผิดเขา สุดท้ายเขาถามฉันบ้าง ถามว่าคิดว่าเป็นความผิดของเขาไหม โดยให้ตัดสินจากทุกสิ่งที่เขาเล่าให้ฟังนี่น่ะนะ ฉันมองฟ้าดูว่าเป็นอย่างไร ฉันแกล้งนิ่งไปก่อนบอกเขาเรื่องความเบิกบานลับๆ ที่ซ่อนในอก เฝ้ารอ เฝ้ารอ เฝ้ารอให้ใครสังเกตว่าฉันตื่นมาทุกเช้า ดูไม่รู้จะอยู่เพื่ออะไร แต่ฉันตื่นมาเพียงเพราะความเบิกบานลับๆ นี้ ความรักของพระเจ้าในอกฉัน ฉันลดสายตาจากฟ้าลงมองตาเขา แล้วบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ ฉันสุขใจที่ได้นั่งข้างๆ เขา แต่ว่านี่เป็นเพราะฉันมีความคาดหวังที่ต่ำมากๆ ต่อคนส่วนใหญ่ ตอนนี้เขากลายเป็นคนส่วนใหญ่

แล้วเขาก็โน้มตัวไปข้างหน้า ด้วยอาการกระตุกทันใด เขาก้มไปข้างหน้าด้วยมุมไม่ปกติมนุษย์ และค้างอยู่อย่างนั้น นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่พฤติกรรมผู้ชายแนวใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ชายแก่อาจปฏิบัติ ฉันเรียกวินเซนต์ วินเซนต์ ฉันตะโกน วินเซนต์ จาง แต่เขาก้มไปข้างหน้าเงียบๆ หน้าอกเกือบชนเข่า ฉันคุกเข่าและมองตาเขา ดวงตาเปิดอยู่ แต่ดูปิดเหมือนร้านรวงที่ปิดตัวและดูหลอกหลอนเมื่อดับไฟทุกดวงลง เมื่อไฟดับลง ฉันได้เห็นว่าเขาส่องแสงสว่างเพียงใดเมื่อครู่ที่ผ่านมา--แม้กระทั่งในความเห็นแก่ตัวของเขา ฉันนึกขึ้นมาว่านิตยสารทรูอาจจะผิดก็ได้ อาจไม่มีผู้ชายแนวใหม่ มีแต่คนที่อยู่กับคนที่ตาย ทุกคนที่ยังอยู่คู่ควรกันและเท่าเทียมกัน ฉันผลักไหล่ให้เขานั่งตรง ฉันไม่รู้เรื่องโรคลมชัก แต่คิดว่าน่าจะมีการสั่นมากกว่านี้ ฉันปัดผมเขาจากใบหน้า เอามือรองจมูก รู้สึกได้ถึงลมหายใจอ่อนโยนสม่ำเสมอ ฉันแตะริมฝีปากกับหูเขา กระซิบอีกว่า ไม่ใช่ความผิดของเธอ บางทีนี่อาจเป็นสิ่งเดียวที่ฉันอยากพูดกับใคร และอยากได้ยินจากใคร

ฉันดึงเก้าอี้เข้าไป เอียงหัวพิงไหล่เขา ถึงฉันจะหวาดกลัวเอาจริงๆ กับอาการลมชักที่ฉันต้องดูแล แต่ฉันหลับไป ทำไมฉันถึงทำสิ่งที่อันตรายและไม่สมควรนี้ ฉันอยากคิดว่าไม่ได้ทำแต่เกิดขึ้นเอง ฉันหลับไป ฝันว่าวินเซนต์ค่อยๆ เลื่อนมือเข้าไปในเสื้อฉันขณะเราจูบกัน ฉันบอกได้ว่าหน้าอกตัวเองเล็กจากลักษณะการงองุ้มของฝ่ามือเขา หน้าอกใหญ่ๆ จะมีมุมโค้งไม่แหลมเท่านี้ เขาประคองหน้าอกเสมือนเป็นสิ่งที่อยากได้มานาน จู่ๆ ฉันก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขารักฉัน เขาเป็นคนซับซ้อน มีชั้นอารมณ์ซาบซึมหลายชั้น บ้างเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณ บ้างเป็นการทรมานในวิถีทางโลก เขามอดไหม้เพื่อฉัน สิ่งมีชีวิตเพลิงอันซับซ้อนนี้เป็นของฉัน ฉันประคองใบหน้าร้อนๆ ของเขาไว้ และถามคำถามยากเย็นออกไป

แล้วเฮเลนาล่ะ

ไม่เป็นไร เธอทำงานสายแพทย์ ต้องทำแต่อะไรที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว

ใช่สิ คำสัตย์สัญญาของคนอาชีพนี้นี่

เธอคงเสียใจ แต่จะไม่มายุ่งกับเรา เพราะคำสัตย์นั้น

จะย้ายข้าวของมาอยู่ห้องฉันไหม

ไม่ล่ะ ผมต้องอยู่กับเฮเลนา เพราะเราสาบานกันไว้แล้ว

คำสาบานเหรอ แล้วคำสัตย์ล่ะ

ไม่เป็นไรน่า เรื่องพวกนี้ไม่มีความหมายเทียบได้กับเรื่องของเราหรอก

เคยรักเธอจริงๆ บ้างไหม

ไม่หรอก ไม่เคย

แล้วฉันล่ะ

รักสิ

ถึงฉันจะไม่ได้มีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้นอะไรน่ะนะ

พูดอะไรน่ะ เธอดีพร้อม

เธอเห็นว่าฉันดีพร้อมหรือ

เห็นในทุกอย่างที่เธอทำ ผมดูเวลาคุณวางก้นข้างอ่างอาบน้ำแล้วล้างก่อนนอน

เห็นฉันทำงี้ด้วยเหรอ

ทุกคืนเลย

เผื่อไว้น่ะ

ผมรู้ แต่ไม่มีใครเข้าไปในตัวเธอตอนเธอนอนได้หรอก

แน่ใจได้ยังไง

ก็ผมคอยดูคุณอยู่

ฉันคิดว่าต้องรอสิ่งนี้ไปจนตาย

จากนี้ไปผมเป็นของคุณ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะ ถึงเธอจะอยู่กับเฮเลนา และฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเตี้ยที่อยู่ชั้นบน ฉันก็ยังเป็นของเธอนะ

ใช่แล้ว เป็นความจริงระหว่างเรา แม้เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเลยก็ตาม

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ

แล้วเฮเลนาก็อยู่ตรงนั้น เขย่าตัวเราทั้งคู่ แต่วินเซนต์ยังหลับไหล ฉันสงสัยว่าเขาตายหรือเปล่า ถ้าตาย เขาพูดสิ่งเหล่านี้ในฝันก่อนหรือหลังตาย อย่างไหนจะดูแท้จริงกว่ากัน และฉันเป็นอาชญากรหรือเปล่า จะถูกจับเพราะเพิกเฉยละเลยหรือเปล่า ฉันเงยมองเฮเลนา หล่อนทำอะไรต่ออะไรวุ่นวายไปหมดในชุดผู้ช่วยแพทย์ การเคลื่อนไหวทั้งหมดทำให้ฉันเวียนหัว ฉันหลับตาอีก กำลังจะฝันต่อ เฮเลนาก็ตะโกนว่า เริ่มชักเมื่อไหร่ เป็นห่าอะไรถึงหลับไป เธอตรวจชีพจรด้วยท่วงท่ามืออาชีพ พอเธอมองฉันอีกครั้ง ฉันรู้ว่าไม่ต้องตอบคำถามพวกนี้อีกแล้ว ฉันได้กลายเป็นผู้ช่วยของเธอไปแล้ว เป็นผู้ช่วยของผู้ช่วยแพทย์ เธอบอกให้ฉันวิ่งไปในห้องเธอ ไปเอาถุงพลาสติกที่อยู่เหนือตู้เย็น ฉันวิ่งเข้าห้องไปด้วยอาการสำนึกคุณและปิดประตู

ห้องพักของทั้งสองเงียบมาก ฉันย่องอยู่ในครัว แนบหน้ากับช่องแข็ง หายใจเอากลิ่นอันซับซ้อนของชีวิตทั้งสอง เขามีรูปเด็กๆ ติดตู้เย็น เขามีเพื่อน เพื่อนๆ ซึ่งคลอดลูกออกมาให้ได้เพื่อนๆ เพิ่มขึ้น ฉันไม่เคยเห็นสิ่งที่แนบแน่นลึกซึ้งเท่ารูปเด็กๆ พวกนี้ ฉันอยากเอื้อมไปหยิบถุงพลาสติกเหนือตู้เย็น แต่ฉันอยากดูรูปเด็กๆ ทุกคน เด็กคนหนึ่งชื่อเทรเวอร์จะจัดงานเลี้ยงวันเกิดวันเสาร์นี้ มานะ! บัตรเชิญว่าไว้ เราจะมีเวลาสุดมัน! มีรูปปลาวาฬด้วย ปลาวาฬจริงๆ รูปปลาวาฬตัวจริง ฉันมองนัยน์ตาเล็กจิ๋วฉลาดของปลาวาฬ และสงสัยว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน ยังมีชีวิตว่ายน้ำอยู่ดี หรือตายไปนานแล้ว หรือกำลังจะตายอยู่เดี๋ยวนี้ เวลาปลาวาฬตาย มันจะค่อยๆ จมลงเชื่องช้าสู่ทะเล ใช้เวลาเป็นวัน ปลาอื่นๆ เห็นมันจมลงดังอนุสาวรีย์ยักษ์ เหมือนตึก จมลงเชื่องช้า เชื่องช้า ฉันจดจ่อที่ดวงตาปลาวาฬ พยายามเข้าไปถึงข้างใน ในตัวปลาวาฬจริง ปลาวาฬที่กำลังตาย ฉันกระซิบว่า ไม่ใช่ความผิดของเธอ

เฮเลนาพุ่งเข้ามาทางประตูหลังบ้าน เบียดอกของเธอกับหลังฉันชั่วครู่ ตอนเธอเอื้อมหยิบถุงพลาสติกและวิ่งกลับไป ฉันหันมองเธอผ่านทางหน้าต่าง เธอฉีดยาให้วินเซนต์ เขาฟื้นแล้ว เธอจูบวินเซนต์ เขาลูบคอตัวเอง ฉันสงสัยว่าเขาจำอะไรได้บ้าง ตอนนี้เฮเลนานั่งตักเขา โอบแขนรอบศีรษะเขา ทั้งคู่ไม่ได้เงยหน้ามามองเลยตอนที่ฉันเดินออกไป

เรื่องน่าสนใจของนิตยสารโพสิทีฟคือไม่เคยพูดถึงโรคเอดส์เลย ถ้าไม่ใช่เพราะโฆษณาอย่าง Retrovir, Sustiva, Viramune เราจะคิดว่านี่เป็นนิตยสารเกี่ยวกับการมองโลกแง่ดี เป็นความสดชื่นกระฉับกระเฉง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นนิตยสารเล่มโปรดของฉัน นิตยสารอื่นๆ ดึงเราขึ้นมาเพื่อจะทุบเราลง แต่บรรณาธิการที่โพสิทีฟเข้าใจว่าเราถูกทุบเรียบร้อยแล้ว--ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงตอนนี้เราไม่อยากสอบตกกับแบบทดสอบเรื่อง "คุณเซ็กซี่หรือแค่ธรรมดา" โพสิทีฟพิมพ์วิธีการต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกดี คล้ายๆ กับคำแนะนำเรื่องชีวิตจากอิลูอิส ฟังดูน่าจะเขียนง่าย แต่นี่เป็นมายาของคำแนะนำดีๆ ทั้งหลาย สามัญสำนึกและความจริงควรจะทำให้รู้สึกว่าไม่มีผู้แต่ง ทว่าเขียนด้วยกาลเวลา เป็นเรื่องยากที่จะเขียนอะไรให้ผู้ป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่ได้อ่านแล้วรู้สึกดี โพสิทีฟมีกฎไม่ให้ยกข้อความจากไบเบิลหรือหนังสือเซ็น เขาต้องการเนื้อหาของแท้ดั้งเดิม ตันฉบับที่ฉันส่งไปทั้งหมดยังไม่มีเรื่องไหนถูกตอบรับตีพิมพ์เลย แต่ฉันคิดว่าใกล้แล้วล่ะ

เคยสงสัยเรื่องชีวิตบ้างไหม ไม่แน่ใจว่ามีค่าพอที่จะต้องยุ่งยากหรือเปล่า มองฟ้าสิ ฟ้านั้นเพื่อเธอ มองหน้าคนทุกคนที่เราผ่านตามท้องถนน ใบหน้านั้นเพื่อเธอ รวมทั้งถนน พื้นดินเบื้องล่างถนน และดวงไฟภายใต้พื้นดินด้วย ทุกสิ่งนั้นเพื่อเธอ มีเพื่อเธอเท่าๆ กับที่มีเพื่อคนอื่น จำสิ่งนี้ไว้เวลาตื่นมาตอนเช้าและคิดว่าเราไม่มีอะไร ยืนขึ้นมองไปทางทิศตะวันออก ชมเชยท้องฟ้า ชมแสงสว่างในตัวคนทุกคนภายใต้ท้องฟ้า การไม่แน่ใจนั้นไม่เป็นไรหรอก แต่ให้ชื่นชม ชื่นชม และชื่นชม
 


Miranda Julyเกี่ยวกับผู้เขียน Miranda July เกิดปี ค.ศ 1974 เป็นคนทำหนัง, คนทำเพลง และ performance artist ชาวอเมริกัน เกิดที่เวอร์มอนต์ โตที่เบิร์กลีย์ แคลิฟอร์เนีย ศึกษาด้านภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ แต่เลิกเรียนตอนอยู่ปีสอง ผลงานด้านศิลปะของเธอได้จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์เช่น Museum of Modern Art, กุกเกนไฮม์ เป็นผู้กำกับและแสดงในหนังเรื่อง Me and You and Everyone We Know (2005) ที่ได้รับรางวัลในเทศกาลหนังเมืองคานส์และซันแดนซ์ เธอมีผลงานเรื่องสั้นลงในนิตยสารเช่น The Paris Review, The Harvard Review, The New Yorker, Zoetrope ผลงานหนังสือของเธอคือ The Boy from Lam Kien (2005) No One Belongs Here More Than You (2007) ปัจจุบันพำนักที่ลอสแองเจลิส

* แปลจาก The Shared Patio จากหนังสือ No One Belongs Here More Than You (2007) โดย Fay

Copyright © 2007 faylicity.com

.

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐