* home   ชั้นหนังสือ : บทความ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
Rapunzel : Politically Correct Bedtime Story
James Finn Garner

กาลครั้งหนึ่ง มีช่างซ่อมหม้อชามรามไหที่เสียเปรียบทางเศรษฐกิจพักอยู่กับภรรยา การขาดแคลนความสำเร็จทางวัตถุไม่ได้หมายความว่าช่างซ่อมหม้อไหทุกคนจะต้องด้อยในทางเศรษฐกิจ หรือว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็มิได้หมายถึงว่าช่างเหล่านี้สมควรต้องเป็นเช่นนั้น ถึงแม้จะมีความคิดสำเร็จรูปในนิทานก่อนนอนว่าช่างเหล่านี้โดยทั่วไปจะเป็นพวกมีเคราะห์กรรม แต่ช่างผู้นี้เป็นช่างโดยอาชีพและเพียงบังเอิญเสียเปรียบทางเศรษฐกิจเท่านั้น

ช่างกับภรรยาพักอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ใกล้ที่พักขนาดปานกลางของแม่มดท้องถิ่น สองสามีภรรยามองเห็นสวนของแม่มดได้จากหน้าต่างบ้าน เป็นสวนที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ซึ่งนับเป็นความพยายามที่น่าคลื่นไส้ในการกะเกณฑ์เอาความเป็นระเบียบในแนวคิดของมนุษย์ไปยัดเยียดให้ธรรมชาติ

ภรรยาของช่างกำลังตั้งครรภ์ เมื่อมองไปที่สวนของแม่มดก็เกิดแรงปรารถนาอยากกินหัวผักกาดที่เห็นปลูกอยู่ ภรรยาอ้อนวอนให้สามีข้ามรั้วไปเอาผักกาดมาให้ สุดท้ายสามีก็จำยอม ตกกลางคืนจึงกระโดดข้ามกำแพงไปเก็บผักกาด แต่ยังไม่ทันได้กลับถึงบ้าน แม่มดก็จับตัวไว้ได้เสียก่อน

แม่มดผู้นี้บกพร่องความเมตตากรุณา (นี่ไม่ได้หมายความว่าแม่มดทั้งหมดหรือแม้แต่บางส่วนจะต้องเป็นเช่นนั้น และไม่ได้แปลว่าแม่มดผู้นี้จะไม่มีสิทธิแสดงความรู้สึกที่มีตามธรรมชาติของเธอได้ ที่เธอเป็นเช่นนี้ย่อมมาจากเหตุหลายประการ จากการเลี้ยงดูและสังคม ซึ่งต้องข้ามไปใน ณ ที่นี้ เพื่อความกระชับ)

ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่าแม่มดผู้นี้บกพร่องเรื่องความกรุณา ช่างหวาดกลัวสุดขีด แม่มดลากคอช่างแล้วถามว่า "แกจะเอาผักกาดฉันไปไหน?"

ช่างอาจจะโต้ได้เรื่องความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และบอกว่าผักกาดนี้มีสิทธิ "เป็นของ" ใครก็ได้ที่หิวโหยแล้วกล้าดีพอจะเอาไป แต่ช่างก็ได้ลดตัวร้องขอชีวิต "เป็นความผิดของภรรยาผมเอง" เขาคราญตามลักษณะผู้ชายทั่วไป "เธอตั้งท้องแล้วอยากกินผักกาดสวยๆของคุณ ปล่อยผมไปเถอะ ถึงครอบครัวที่มีพ่อแม่เพียงคนเดียวจะเป็นที่ยอมรับได้ แต่โปรดอย่าได้ฆ่าผมแล้วพรากลูกผมไปจากโครงสร้างครอบครัวพ่อแม่พร้อมหน้าที่มั่นคงเลย"

แม่มดคิดสักครู่ก็ปล่อยคอแล้วหายตัวไปโดยไม่พูดอะไร ช่างดีใจกลับบ้านไปกับผักกาด หลายเดือนต่อมา ด้วยความเจ็บปวดสาหัสที่ผู้ชายไม่เคยซาบซึ้ง ภรรยาช่างก็ให้กำเนิดเด็กสาวสวยแข็งแรง ทารกได้รับชื่อว่า ราพุนเซล ตามชื่อพันธุ์ผักกาดชนิดหนึ่ง

หลังจากนั้นไม่นาน แม่มดก็มาถึงประตูบ้าน เรียกร้องเอาตัวเด็กแลกกับที่ได้ไว้ชีวิตช่าง แล้วจะให้ช่างกับภรรยาทำเช่นใดเล่า? ความไร้อำนาจใดๆในชีวิตทำให้ทั้งคู่เปิดช่องให้ถูกฉกฉวยใช้ประโยชน์ได้ และคราวนี้ก็ไม่มีทางเลือก จึงยกราพุนเซลให้แม่มด แล้วแม่มดก็จากไป

แม่มดเอาเด็กไปไว้ในป่าลึก ขังเอาไว้ในหอคอยสูง ที่เป็นสัญลักษณ์ที่เรารู้กันดีว่าคืออะไร ราพุนเซลเติบโตเป็นสาว ในหอคอยไม่มีประตูหรือบันได มีแต่หน้าต่างบานเดียวบนยอด หนทางเดียวที่ใครจะขึ้นไปยังหน้าต่างได้คือราพุนเซลต้องปล่อยผมยาวสยายของเธอ แล้วปีนผมนั้นขึ้นไปบนยอดหอคอย ที่เป็นสัญลักษณ์ของอะไรเราก็รู้กันดีอีกเช่นกัน

แม่มดเป็นเพื่อนคนเดียวของราพุนเซล แม่มดจะยืนใต้หอคอยแล้วตะโกนว่า

ราพุนเซล ราพุนเซล ปล่อยผมเธอลงมา
ฉันจะได้ปีนผมทองของเธอขึ้นไปหา

ราพุนเซลทำตามอย่างว่าง่าย เธอยอมให้ร่างกายถูกใช้เป็นยานพาหนะตามความต้องการของผู้อื่นอยู่ปีแล้วปีเล่า แม่มดรักในเสียงเพลงจึงสอนให้ราพุนเซลร้องเพลง ทั้งคู่ร้องเพลงบนหอคอยด้วยกันวันละหลายๆ ชั่วโมง

วันหนึ่ง เจ้าชายขี่ม้าผ่านมาใกล้หอคอยก็ได้ยินเสียงราพุนเซลร้องเพลง พอใกล้ต้นเสียงก็เห็นตัวแม่มดจึงซ่อนตัวเองและม้าแล้วแอบดูอยู่ เจ้าชายเห็นแม่มดร้องเรียกราพุนเซล เห็นผมหย่อนลงมา แม่มดปีนขึ้นไป แล้วก็ได้ยินเสียงเพลง พอแม่มดออกจากหอคอยแล้วจากไปทางอื่นแล้ว เจ้าชายก็ออกจากป่าที่ซ่อนแล้วร้องเรียก

ราพุนเซล ราพุนเซล ปล่อยผมเธอลงมา
ฉันจะได้ปีนผมทองของเธอขึ้นไปหา

ผมปล่อยมาจากหน้าต่าง แล้วเจ้าชายก็ปีนขึ้นไป

พอเจ้าชายเห็นราพุนเซลกับความงามทางกายภาพที่เกินมาตรฐาน และเห็นเรือนผมยาวงามของเธอ เขาก็คิดแบบพวกที่ดูคนแต่ภายนอกว่านิสัยเธอคงจะดีไปด้วย (นี่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าชายทุกคนจะตัดสินคนจากแต่หน้าตา และไม่ได้หมายความว่าเจ้าชายผู้นี้จะไม่มีสิทธิคิดเช่นนี้ กรุณาดูหมายเหตุจากย่อหน้าต้นๆ)

เจ้าชายกล่าวว่า "สาวงามเอย ฉันได้ยินเธอร้องเพลงตอนขี่ม้าผ่านมา ร้องเพลงให้ฉันได้ฟังอีกครั้งเถิด"

ราพุนเซลไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นอะไร เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายใกล้ๆมาก่อน เขาดูเป็นสัตว์ประหลาด ตัวใหญ่มีขนตามใบหน้า มีกลิ่นแรง ราพุนเซลคิดว่าลักษณะเหล่านี้มีเสน่ห์ด้วยเหตุผลที่ไม่อาจบอกได้ เธอจึงเริ่มร้องเพลง

"หยุดนะ!" เสียงกรีดร้องจากหน้าต่าง แม่มดกลับมาแล้ว!

"ขึ้น... ขึ้นมาบนนี้ได้ยังไงกัน?" ราพุนเซลถาม

"ฉันมีผมชุดพิเศษ เอาไว้เวลาฉุกเฉิน" แม่มดบอกตรงๆ "แล้วนี่ก็ดูเป็นเรื่องฉุกเฉินพอใช้ ฟังนะ เจ้าชาย! ฉันสร้างหอคอยนี่มาเก็บราพุนเซลไว้จากผู้ชายอย่างแก ฉันสอนราพุนเซลร้องเพลง ฝึกเสียงหลายปี เธอจะต้องอยู่นี่ร้องเพลงให้ฉันฟังคนเดียว เพราะฉันเป็นคนเดียวที่รักเธอจริง"

"เราเก็บเรื่องปัญหาการพึ่งพิงคนอื่นของคุณไว้คุยกันทีหลัง" เจ้าชายกล่าว "แต่ก่อนอื่น ให้ผมได้ฟัง ... ราพุนเซล ใช่ไหม? ... ให้ผมฟังราพุนเซลร้องเพลงก่อน"

"ไม่ได้!" แม่มดตะโกนก้อง "ฉันจะผลักแกตกหอคอยไปในพุ่มไม้ที่มีหนามสีสันข้างล่าง ให้ลูกตาแกหลุด แล้วให้แกร่อนเร่ไปตามชนบท สาปแช่งความซวยของตัวเองไปจนตลอดชีวิต!"

"คิดใหม่ได้นะครับ" เจ้าชายบอก "ผมมีเพื่อนอยู่ธุรกิจค่ายเทปที่อาจจะสนใจราพุนเซล ใช่ไหม? ชื่อแปลกดีนะ ติดหูง่ายนะ ผมว่า..."

"ฉันรู้ล่ะ! แกจะเอาเธอไปจากฉัน!"

"เปล่า เปล่า ผมจะให้คุณฝึกเธอต่อไป ดูแลเธอ ... เป็น ผู้จัดการส่วนตัว ของเธอ" เจ้าชายบอก "แล้วพอได้เวลา สักอาทิตย์สองอาทิตย์ คุณก็ให้โลกได้รู้ความสามารถของเธอได้ แล้วเราก็จะได้เงินเป็นฟ่อน"

แม่มดหยุดคิดแล้วท่าทีอ่อนโยนขึ้นผิดตา แม่มดกับเจ้าชายคุยกันเรื่องสัญญาออกเทปและวิดิโอ กับไอเดียการตลาดอื่นๆ รวมทั้งทำตุ๊กตา ราพุนเซลTM ที่ดูเหมือนจริง ที่มีวิทยุ หอคอยเพลงTM ขนาดจิ๋วด้วย

ราพุนเซลเฝ้ามอง ความสงสัยแปรเป็นอารมณ์แรง ตลอดปีที่ผ่านมา เรือนผมของเธอถูกใช้เป็นยานพาหนะของผู้อื่น ตอนนี้ยังจะมาใช้เสียงของเธอด้วย "ความละโมบเกิดได้กับคนไม่เลือกเพศเลยจริงๆ" เธอได้คิดพลางถอนใจ

ราพุนเซลพาตัวไปที่หน้าต่างเงียบๆโดยไม่ให้ใครเห็น เธอปีนผมชุดสำรองลงไปหาม้าเจ้าชาย เอาผมชุดนั้นยกออกติดตัวไปด้วย ทิ้งให้เจ้าชายกับแม่มดถกเรื่องข้อผูกพันและเปอร์เซนต์ของหอคอยทรงองคชาติ

ราพุนเซลขี่ม้าเข้าเมือง เช่าห้องในตึกที่มีบันไดจริงๆ ต่อมาเธอตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อการเผยแพร่ฟรีทางดนตรี แล้วตัดผมออกประมูลในการจัดหาเงินทุน เธอร้องเพลงฟรีตามร้านกาแฟและแกลลอรีศิลปะตลอดชีวิต และไม่เคยหาเงินจากคนอื่นที่อยากฟังเธอร้องเพลงเลย

Bookจาก Rapunzel ในหนังสือ Politically Correct Bedtime Stories โดย James Finn Garner
ISBN 0-02-542730-X MacMillan, 79 pages $9.95 Hardcover
แปลโดย Fay

จากผู้แปล James Finn Garner เป็นนักเขียนอเมริกัน หนังสือ Politically Correct Bedtime Stories (1994) เป็นหนังสือเล่มแรกของเขาที่ติดอันดับขายดีมาก เขารวบรวมนิทานก่อนนอนเรื่องต่างๆมาเล่าใหม่ในแบบฉบับให้ถูกต้องตามแบบ Politically Correct ในแนวเสียดสี แบบที่ว่านี้ก็เช่นปรับเปลี่ยนการใช้ภาษาให้มีอคติน้อยที่สุด เช่นในสมัยนี้ไม่ใช้คำว่า fireman แต่เป็น firefighter แทน เพราะจะได้ไม่เดียดฉันท์ทางเพศ และเนื้อหายังปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ด้วย เช่นในเรื่องซินเดอเรลลา นางฟ้านั้นเป็นผู้ชาย แล้วถามซินเดอเรลลาว่าอยากไปงานเต้นรำหรือ "จะผูกตัวเองกับความคิดเรื่องสวยงามของผู้ชายหรือ? ต้องรัดติ้วในเสื้อคับๆที่จะทำให้เลือดลมติดขัด? รัดเท้าในรองเท้าส้นสูงที่จะทำลายโครงสร้างกระดูก? ระบายสีหน้าตาด้วยสารเคมีและเครื่องสำอางที่ทดสอบกับสัตว์?" ซินเดอเรลลาตอบทันใดว่าแน่นอน เทพทูนหัวก็ถอนใจหนักๆแล้วคิดว่าว่าจะเลื่อนการอบรมออกไปก่อน นิทานเหล่านี้มีบทจบที่ต่างออกไปจากของเดิมทั้งสิ้น

หนังสือเล่มนี้โด่งดังขายดีมากและแนวคิดน่าสนใจก็จริง แต่ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรน่าสนใจมากถึงกับจะพลาดไม่ได้ หนังสือเล่มนี้บางมาก เพียรไปยืนอ่านในร้านไม่นานก็น่าจะจบเล่ม หรือไม่ก็ขอยืมใครมาอ่านได้ก็ดี เพราะไม่ถึงกับจะแนะนำให้ต้องเสียสตางค์ซื้อ ถึงนิทานในเรื่องจะหักมุม แต่อ่านไปแล้วก็จะลืมในไม่ช้าเพราะไม่ได้ถึงกับบาดใจมาก แต่ก็เป็นหนังสืออ่านได้เพลิน เหมาะกับนำไปอ่านเวลาต้องรออะไรในช่วงสั้นๆ ผู้แปลบอกความเห็นจากใจตามตรงเพราะสมัยหนังสือเล่มนี้ออกใหม่ๆ ได้ยินเข้าก็ให้อยากอ่านเหลือเกิน แต่เมื่ออ่านแล้วก็เฉยๆ จึงบอกกันไว้ก่อน นิทานเล่มนี้สอนผู้แปลในวัยเยาว์กว่านี้ให้รู้ว่าหนังสือขายดีก็คือหนังสือที่ขายได้ปริมาณมากเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายว่าจะต้องเป็นหนังสือที่เราเห็นว่าดีไปด้วย แม้จะเป็นกระแสจากประเทศพัฒนาแล้วก็ตามที

Copyright © 2001 faylicity.com

.

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๔