| ตีรทัสสี ชายผู้เป็นดวงตา |
| เฟย์ |
ตีรทัสสี นภาอำไพ หรือนายเต๊ะ เป็นพระเอกน่ารักน่าจดจำที่สุดคนหนึ่งในนิยายไทย โดยเฉพาะใครที่รักการอ่านจะรักเขาไม่ยากเย็น อาจเข้าขั้นเป็นพระเอกในดวงใจด้วยซ้ำ เพราะเขาชวนให้นึกถึงพระเอกที่รักคนอื่นๆ ในโลกหนังสือ ทั้งเป็นผู้ชายที่มีความรักและหัวจิตหัวใจยิ่งใหญ่นัก
นายเต๊ะอายุราว 28 ปี เป็นหนุ่มผู้มีอันจะกิน บุตรโทนของพลอากาศเอกปานนภและคุณหญิงบุหงาส่าหรี เขาพักในคฤหาสน์โอฬารของพ่อแม่ ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ชอบสะสมและเพาะเลี้ยงต้นไม้พันธุ์แปลกหายาก เขาเสาะหาต้นไม้เพื่อขายราคาแพงให้มัคนายกของวัดต่างๆ นำไปถวายพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเพื่อทำวัตถุมงคล บางครั้งเขารับจ้างแต่งสวนให้เศรษฐีใหม่ นายเต๊ะเคยแต่งฉันท์สดุดีน้ำผึ้งและแต่งโคลงบรรยายสรรพคุณของกระเทียมโทน เขาตลกทะเล้น ขี้เล่น ช่างเจรจา เขารักอยู่กับอติวาสน์ สาวสวยสะพรั่งผู้เป็นกำพร้า เกิดมาตาบอด โตมาในโรงเรียนสำหรับเด็กหญิงตาบอดนาม ดรุณีสยาม ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย นายเต๊ะอุปถัมภ์ให้เธอผ่าตัดดวงตา เขาตั้งเงื่อนไขว่าเมื่อเธอมองเห็น เขาจะมาฟังคำตอบว่าหล่อนจะแต่งงานกับเขาไหม โดยให้เวลาพิศดูรูปลักษณ์ (สารรูป) ของเขานานหนึ่งนาที ก่อนอติวาสน์ผ่าตัด นายเต๊ะเฉลยให้หล่อนทราบว่าเขามีร่างกายพิกลพิการ เพียบพร้อมด้วยลักษณะของบุรุษโทษสิบแปดประการ หลังคู้ไหล่ค่อม เตี้ยต่ำตะแหมะแขะ ลำคอโตตันสั้นกลม รูปโฉมโนมพรรณของเขานั้นอัปลักษณ์เกินกว่าที่ศัลยกรรมแผนใหม่จะช่วยเหลือได้ นายเต๊ะย้ำแล้วย้ำเล่าว่าเขารูปชั่วเพียงใด ยามแย้มยิ้มก็เหมือนว่าหลอนหลอก ยามเย้าหยอกก็เหมือนว่าตะคอกขู่ เขาถามหญิงที่รักว่ารู้จักกันมาตั้งนาน ไม่รู้เลยหรือว่า ผมน่ะสูงเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบสองเซนติเมตรเอง และน้ำหนักก็สี่สิบเก้ากิโลกรัมเท่านั้น อติวาสน์ไม่รู้มาก่อนเลย เมื่อทราบแล้วหล่อนนอนร้องไห้จนสาแก่ใจ แต่ไหนแต่ไรมา หล่อนคิดว่าคุณเต๊ะของหล่อนเป็นคนโก้ ถอดแบบพระเอกผู้ดีไทยไม่ผิดเพี้ยน เขาต้องมีเรือนกายสูงโปร่ง หล่อเหลา แต่งตัวเท่ คุณเต๊ะใส่น้ำหอมกลิ่นป่าในฤดูร้อนเป็นประจำ ถือไม้เท้าหนังแรดเคาะเสียงดังก็อกๆ อยู่เสมอ สุ้มเสียงหรือก็หล่อ พูดเพราะทรมานใจสาว ไม่น่าเลยที่เขาจะทุรลักษณ์ดังว่า อติวาสน์พยายามพิสูจน์โดยหาโอกาสแตะเนื้อต้องตัวนายเต๊ะ แต่ดูเขาจะรู้และพลิ้วกายหนีทันเสมอ เขาถามหล่อนว่า เอ นี่คุณไปได้นิสัยชอบล่วงเกินผู้ชายมาจากไหน พ่อแม่ของนายเต๊ะเป็นผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของโรงเรียนดรุณีสยาม ทั้งสองใช้เวลาว่างอ่านหนังสือใส่แถบบันทึกเสียงเพื่อบริจาคให้ห้องสมุดโรงเรียน แล้ววันหนึ่งก็มีเสียงเด็กหนุ่มอ่าน เพชรพระอุมา โดยสวมบท รพินทร์ ไพรวัลย์ เด็กหนุ่มคนนี้คือนายเต๊ะนั่นเอง เขากับเพื่อนๆ อ่านเรื่องสนุกนี้ให้เด็กหญิงโรงเรียนตาบอดติดงอมแงม ตอนนั้นอติวาสน์อายุราว 14 ปี สิ่งที่เขาและเพื่อนพ้องได้มอบให้แก่หล่อนและเพื่อนพ้องน้องพี่แห่งดรุณีสยาม คือความบันเทิงบริสุทธิ์โดยแท้ สิ่งนี้เป็นเสน่ห์ของนายเต๊ะ เขาน้ำใจงามหนักหนา รักหนังสือ นอกจาก เพชรพระอุมา เขายังอ่านเรื่องของอุษณา เพลิงธรรม และนายรำคาญ อติวาสน์คุ้นเคยกับเสียงเขามานานก่อนได้รู้จักกันจริง เขาและเพื่อนๆ ที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยมาช่วยติวหนังสือให้หล่อนและเพื่อนๆ ความสนิทสนมก่อตัวเป็นความรักในเวลาต่อมา ที่ยิ่งกว่าความรักคือมิตรภาพและน้ำใจที่เขามีให้หล่อนเสมอมา เขาเป็นผู้ชายคนพิเศษของอติวาสน์ เพราะเขาเป็นดวงตาในชีวิตเธอ เขาทำหน้าที่เป็นนัยน์ตาให้หล่อนมาตั้งสิบเอ็ด-สิบสองปีเต็ม ตั้งแต่เขาและหล่อนสมัครสมานคุ้นเคยกันใหม่ๆ โน่น เป็นนัยน์ตาที่เริงรื่นชื่นบาน ซุกซน และขันเขดีเสียด้วย จนอติวาสน์คุ้นเคยกับการมองโลกผ่านนัยน์ตาของเขา ช่างเป็นความรักน่าประทับใจนัก เขาเป็นแก้วตาดวงใจ ในโลกอันอ้างว้างและมืดมนของหล่อนนั้น เขาเป็นยามอุษาสาง น่าจับใจน้อยหรือนั่น นายเต๊ะบอกอติวาสน์ว่าเขาอยากให้แสงสว่างแก่ผู้หญิงที่เขารัก ถึงแม้ว่าการมองเห็นของคุณนั้นมันจะนำความเจ็บปวดครั้งใหญ่หลวงมาสู่ชีวิตผม เขาบอกว่าไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่เก็บหอมรอมริบให้หญิงที่รักได้ผ่าตัดดวงตา แต่ดูจะเป็นคนที่สาม คนก่อนหน้านี้เมื่อคู่รักมองเห็นได้ ก็เก็บกระเป๋าหนีหายไปสุดโลกด้วยน้ำตานองหน้า มีแต่เขาที่รอคอยคำตอบ ฟังถ้อยความของนายเต๊ะก็ต้องหลงรักเขาอีกแล้ว เขาพูดถึงหนัง City Lights (ค.ศ. 1931) ของชาลี แชปลิน ที่มีฉากจบน่าจดจำ ติดตรึง และชวนให้ใจสลายที่สุดฉากหนึ่ง ยิ่งใกล้วันผ่าตัด นายเต๊ะยิ่งเครียดและกังวลจนอติวาสน์รู้สึกได้ สุดท้ายแล้วเขาจะได้คำตอบอย่างไร ความรักแท้จะ มองทะลุรูปโฉมภายนอกเข้าไปจนเห็นรูปโฉมภายใน อย่างที่นายเต๊ะเชื่อหรือไม่ ต้องติดตามจากเรื่อง ดวงตาที่สาม ที่สำคัญ การอ่านนิยายเรื่องนี้จะทำให้รู้จักพระเอกน่าทึ่งเปี่ยมเสน่ห์ ผู้เป็นแสงสว่างแห่งชีวิตของผู้หญิงคนที่เขารัก
* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนในหนังสือ นิตยสาร ฅ คน ฉบับเดือนมกราคม ๒๕๕๑ ดวงตาที่สาม แดนอรัญ แสงทอง
Copyright © 2008 faylicity.com |
| . |
๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ |