* home   ชั้นหนังสือ : เรื่องแปล
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
ดูช่างฝีมือให้ดูที่เครื่องมือ
ดูบราฟกา อูเกรชิช

 

ตลาดหนังสือปัจจุบันเอื้ออำนวยต่อแนวคิดประชาธิปไตยที่ว่าใครๆ ก็เป็นนักเขียนได้ ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้เกิดผลกำไรมหาศาลทั้งจากตัวแนวคิดเองและจากการนำไปปฏิบัติ เพราะทุกคนเป็นนักเขียนได้ก็จริง แต่ช่างฝีมือก็ยังต้องการเครื่องไม้เครื่องมือ

หนังสือจำนวนมากมีข้อแนะนำสอนเหล่าว่าที่นักเขียน ว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างไรโดยใช้ความสามารถเท่าที่มีอยู่ ตลาดการขายของแบบ "ทำเองก็ได้ง่ายจัง" อันหลากหลายนั้นยังได้บริการนักเขียนจริงๆ อีกด้วย นักเขียนที่มีข้อสงสัยในการเขียน ก็ยังเรียนรู้เพิ่มเติมได้เสมอ เช่นจากหนังสือ 12 สิ่งที่ข้าพเจ้าหวังจะได้รู้เมื่อเริ่มเขียนหนังสือ

ผู้เริ่มต้นเขียนอาจเริ่มจากหนังสือที่ให้ข้อมูลการตลาดของแนวหนังสือประเภทต่างๆ เช่น ตลาดผู้เขียนนิยายและเรื่องสั้น ต่อจากนั้นก็เรียนรู้ว่าจะขายต้นฉบับได้ที่ไหนอย่างไร (เช่น ได้ตีพิมพ์: สิ่งที่นักเขียนทุกคนต้องทราบ) หลังจากนั้น ก็มีหนังสือที่สอนนักเขียนอิสระว่าจะทำเงินได้อย่างไร (การทำเงิน: นักเขียนอิสระ) นักเขียนที่ละโมบและไม่ค่อยอดทนก็มีหนังสือการพัฒนานิสัยการทำงานที่ได้ผล เพื่อเรียกร้องค่าจ้างได้มากขึ้น และเพื่อเรียนรู้กลยุทธต่างๆ ในการขาย (เขียนได้มาก ขายได้มาก) สำหรับผู้ที่ไม่ศรัทธาในความสำเร็จแบบรวดเร็วก็ยังได้หันไปหา การเขียนนิยายแบบไปทีละขั้น

ผู้เริ่มต้นเขียนควรศึกษาหนังสือ แนวทางเริ่มต้นในการเขียน ไปพร้อมกับ วิธีการเขียนและขายนวนิยายเรื่องแรก ซึ่งเป็นหนังสือที่มีคำสอนที่ดีเกี่ยวกับการเขียน "ต้นฉบับอันทรงพลัง"

แนวคิดพื้นฐานที่ว่าความสามารถพิเศษนั้นไม่ได้เกิดกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และนักเขียนทุกคนย่อมมีจุดเด่นและข้อด้อย ได้ผลักดันตลาดส่วนนี้ด้วยเช่นกัน หากนักเขียนมีปัญหาเรื่องบทสนทนา ก็ควรไปเปิดดู การเขียนบทสนทนา หากขัดข้องในตัวละคร การสร้างอารมณ์ของตัวละคร ก็น่าจะช่วยบรรเทาได้ แต่ถ้ายังรู้สึกว่าตัวละครราบเรียบอยู่ดี ก็ยังมีหนังสือชื่อ การสร้างตัวละครที่น่าเชื่อถือ หากตัวละครทั้งเย็นชาและไม่น่าเชื่อ อย่างน้อยก็น่าจะมีชีวิตชีวาได้ ซึ่งจะพบได้จากหนังสือ ตัวละครไดนามิค แต่หากนักเขียนต้องการให้ตัวละครทั้งอ่อนไหว น่าเชื่อถือ และมีชีวิตชีวาในขณะเดียวกันแล้ว ก็ควรอย่างยิ่งที่จะอ่าน วิธีการเขียนตัวละครที่ผู้อ่านจะหลงรัก

หากนักเขียนรู้สึกว่าเป็นเอกในศิลปะตัวละครแล้ว แต่นวนิยายยังขาดความเข้มข้น ก็ควรซื้อ ศิลปะนวนิยายที่น่าตื่นใจ ที่ผู้แต่งรับประกันว่าจะเปิดเผยหลักการสำคัญที่ทำให้เรื่องธรรมดาๆ กลายเป็นเรื่องอันลืมไม่ลง หากนักเขียนรู้สึกไม่มีอัจฉริยภาพในการพรรณนา นักเขียนผู้นั้นก็น่าจะปรึกษากับ การระบายถ้อยคำ: แนวทางการเขียนบทบรรยาย หากนักเขียนคิดว่าข้อเขียนรกรุงรังเกินไป ก็ยังแก้ไขได้ พจนานุกรมการเขียนแบบกระชับ จะบอกนักเขียนว่าจะทำอย่างไรให้นวนิยายสั้นและกระชับดังมันฝรั่งทอดไขมันต่ำ

ตลาดวรรณกรรมประกอบไปด้วยนักเขียนหลากประเภท หลายแนวทาง และมีคลังเนื้อเรื่องอเนกอนันต์ที่แทบรอไม่ไหวให้ตกอยู่ในมือของผู้ที่มีความสามารถ มีหนังสือสำหรับการณ์นี้ด้วยเช่นกัน เช่น ใครที่จะเริ่มเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ให้ได้ดี ก็ควรต้องอ่าน มนุษย์ต่างดาวและสังคมมนุษย์ต่างดาว สำหรับนักเขียนที่ค่อนไปทางชีวิตสามัญ ก็ยังมี การเขียนเรื่องชีวิต ตลาดหนังสือยังท่วมท้นไปด้วยหนังสือที่สอนว่าจะเขียนจากหัวใจอย่างไร (เขียนบทความจากหัวใจ: วิธีเขียนและขายประสบการณ์ชีวิตของคุณ) และวิธีขายและนำชีวิตของตัวเองออกขาย (การเขียนจากประสบการณ์: วิธีเปลี่ยนชีวิตคุณให้เป็นนวนิยายที่ขายได้)

มีหนังสือจำนวนมากในเรื่องน่าสนใจต่างๆ เช่น จะสร้างโครงเรื่องอย่างไร (20 พล็อตเรื่องเอกและวิธีการสร้าง) จะเขียนเรื่องสืบสวนอย่างไร (หนังสืออาชญากรรมอ้างอิงฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเขียน) เรื่องรักโรแมนซ์ (การเขียนโรแมนซ์), นวนิยายอิงศาสนา (การเขียนและขายนวนิยายอิงศาสนา), นิยายอิงประวัติศาสตร์ (การเขียนนิยายประวัติศาสตร์ให้ตรงกับชีวิตจริง) เรื่องเยาวชน, หนังสือท่องเที่ยว และบทละคร

ยังมีนิตยสารเฉพาะทางที่แถมพกด้วยคำสอนในเรื่องบทเริ่มต้นและบทจบของนิยาย ว่าเราจะหาตัวละครได้อย่างไร และจะเขียนนิยายขายดีได้อย่างไร (วิธีการจบเรื่องนวนิยาย, วิธีค้นหาตัวละคร, 12 ขั้นตอนสู่หนังสือขายดี, การค้นพบและการตกแต่งแนวเรื่อง, แผนการ 5 ขั้นสู่การสร้างตัวละครที่ยิ่งใหญ่, 7 ประการที่ขาดไม่ได้ในบทความที่ดี)

มีเทปและวีดิโอการสอน ชั้นเรียน การฝึกปฏิบัติ และการบำบัดสำหรับผู้ที่มีนักเขียนถูกกักขังในตัวที่ไม่สามารถออกมาได้ นักบำบัดโฆษณาบริการนี้ด้วยคำขวัญว่า "เราปลดปล่อยนักเขียนในตัวคุณได้!" ในตลาดหนังสืออันหลากหลายของอเมริกา สิ่งเดียวที่พบได้ยากคือคู่มือการเขียนคู่มือประเภทนี้

มีหนังสือชุดสำหรับพวกอีเดียต คนโง่ และความเขลาลักษณะอื่นๆ ออกมาจำนวนมาก ด้วยเชื่อว่าตัวเองจัดอยู่ในประเภทสุดท้าย ฉันจึงไปซื้อ ชุดสังเกตการณ์: ชุดเครื่องมือสำหรับนักเขียน โดย นาโอมี เอเพล ผู้เขียนที่เป็น "ผู้ช่วยทางดูแลวรรณกรรม" โดยอาชีพ ซึ่งเป็นคนที่คอยดูแลนักเขียนขณะออกโปรโมทหนังสือ ถึงราคาชุดเครื่องมือ นี้จะสูงเป็นสองเท่าของคู่มือทั่วไป ($19.95) ฉันก็ยอมลงทุน อะไรที่เป็นอภิสิทธิ์ก็ต้องเป็นเรื่องเสียเงินเสมอ นอกจากนั้น ผู้ช่วยดูแลวรรณกรรมก็ย่อมเป็นผู้รู้ด้านวรรณกรรม ผู้เขียนชุดเครื่องมือ นี้ว่าไว้ว่า "เกือบทุกวันในเก้าปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้านั่งไปกับนักเขียนไม่ซ้ำหน้าในรถ"

ชุดเครื่องมือสำหรับนักเขียน เป็นกล่องกระดาษแข็ง มีสองลิ้นชัก ลิ้นชักหนึ่งใส่หนังสือ อีกลิ้นชักใส่บัตรต่างๆ รวมห้าสิบบัตร บัตรเหล่านี้ตรงกับห้าสิบบทในหนังสือ ในบัตรมีข้อความ และหนังสือจะอธิบายความหมายของข้อความเหล่านั้น ชุดเครื่องมือนี้ได้วางอยู่บนโต๊ะของฉันแล้ว ฉันจะได้ฝึกฝีมือด้วยเครื่องมือนี้

ดูข่าว บัตรคำว่าไว้อย่างนั้น ฉันเลยไปที่แผงใกล้บ้านแล้วซื้อหนังสือพิมพ์ เผื่อว่าจะเจอแนวคิดไปเขียนเรื่องได้ ดังที่ผู้เขียน ชุดเครื่องมือ ได้แนะนำไว้ เพราะนักเขียนหลายคน เช่นทรูแมน คาโพที และทอม แคลนซี พบแนวคิดเนื้อเรื่องมาแล้วจากข่าวหนังสือพิมพ์

ซูมเข้าซูมออก บัตรอีกใบว่าไว้ ฉันกำลังนั่งเก้าอี้ จึงเอาขาพาดโต๊ะและจินตนาการว่าตัวเองเป็นกล้องถ่ายรูป ฉันซูมเข้าที่หัวแม่โป้ง (ถึงเวลาต้องไปทำเล็บแล้ว!) และซูมเข้าไปที่สิ่งของประดามีบนโต๊ะ ขณะซูมอยู่ ฉันสังเกตหลายสิ่งเช่นชั้นบนสุดมีฝุ่นจับ การบริหารนี้ฝึกการมองเห็นและวิสัยทัศน์ของนักเขียน ฉันฝึกอยู่สิบนาที

พิจารณาพิธีการ! นักเขียนหลายคนมีพิธีการในการเริ่มและหยุดการเขียน แจ็ค เครูแอคจุดเทียนก่อนเริ่มเขียน ซอมเมอร์เซ็ต มอห์ม สวมหมวกใบพิเศษ พิธีการของฉันคือทุกวันก่อนเขียน ฉันจะหยิบบัตรห้าใบจาก ชุดเครื่องมือสำหรับนักเขียน และทำตามที่บัตรว่าไว้

หายใจ! ผู้เขียน ชุดเครื่องมือ บอกไว้ว่าการหายใจช่วยในการเขียนได้ การหายใจช่วยปลดปล่อยทางเดินให้ความคิดหมุนเวียนได้อิสระ และไม่ใช่เรื่องเสียหายที่เราควรท่องคำซ้ำๆ ไปด้วยระหว่างหายใจ คำนั้นจะเป็นวาทะก็ได้ หรือเป็นบทกลอน ชื่อ คำไร้สาระอะไรก็ได้ ฉันเปลี่ยนคำท่องไปสุดแต่ว่ากำลังหมกมุ่นกับเรื่องอะไร ฉันหายใจและท่องซ้ำๆ ว่า "อย่าลืมจ่ายค่าโทรศัพท์ อย่าลืมจ่ายค่าโทรศัพท์" ฉันฝึกอยู่สิบห้านาที

เปลี่ยนสภาพแวดล้อม! เมื่อนักเขียนอยู่ในภาวะวิกฤติหรือเหนื่อยล้า หลายคนเปลี่ยนสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้พวกนักเขียนพบวิธีแก้ปัญหาทางความคิดสร้างสรรค์ เช่น เลสลีย์ มาร์มอน ซิลโก ไม่อาจจบนวนิยายได้ แต่แล้วเธอได้สังเกตว่าเธอรำคาญผนังสีขาวที่ต้องมองเห็นจากหน้าต่าง เธอจึงออกไปซื้อสีและแปรงทาสี แล้วลงมือทาสีกำแพงนั้น เมื่อทำเสร็จกำแพงก็มีแต่งูยักษ์สีสดยาว 15 ฟุตที่มีหัวกะโหลกมนุษย์กลิ้งไปมาอยู่ในกระเพาะ เลสลีย์กลับไปที่โต๊ะและจบนวนิยายของเธอได้เช่นนั้น ฉันอยากจะเปลี่ยนสิ่งรอบตัวเช่นกัน พอเปิดเจอบัตร เปลี่ยนสภาพแวดล้อม! จึงเอาที่ดูดฝุ่นออกมาและดูดฝุ่นในห้องพักอยู่สิบห้านาที

ฉันต้องสารภาพว่าบัตรที่ฉันอยากเจอที่สุดคือบัตร ไปเดินเล่น ซึ่งฉันจะเลิกเขียนแล้วออกไปเดินเล่น เช่นเดียวกับนักเขียนที่ชอบเดินเล่นอย่าง ธอร์นตัน ไวล์เดอร์, วิลเลียม ซาโรยัน, โธมัส วูลฟ์, เรย์ แบรดบิวรี่, คาร์ลอส เฟวนเทส, และยังคนอื่นๆ ผู้เขียน ชุดเครื่องมือสำหรับนักเขียน บอกว่าเมื่อนักเขียนเดินเล่นนั้น เขาไม่ได้เสียเวลาไปเปล่าๆ แต่ว่าเป็นการทำงาน อีกนัยหนึ่งคือการเดินเล่นคือการเขียนในความคิด ฉันจึงใส่ใจไม่ยอมกลับมาจากเดินเล่นจนกระทั่งหมดวันแล้ว


 

Bookจากเรื่อง You Know a Craftsman by His Tools ในหนังสือ Thank You for Not Reading แปลโดย Fay

Thank You for Not Reading : Dubravka Ugresic
Translated from Croatian by Celia Hawkesworth, with the assistance of Damion Searls
ISBN 1-56478-298-0 Dalkey Archive 221 pages, $13.95

Copyright © 2003 faylicity.com

.

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

๑๖ มกราคม ๒๕๔๗