| Mr.Palomar On the Beach |
| อิตาโล คาลวิโน |
การอ่านคลื่น ทะเลปรากฎรอยยับเพียงน้อยนิด คลื่นระลอกเล็กซัดกระทบหาดทราย มิสเตอร์ปาโลมาร์กำลังยืนอยู่ริมฝั่ง เหม่อมองเกลียวคลื่น เขาไม่ได้จมภวังค์ของมันแต่ประการใด ทั้งยังมิได้หมกหมุ่น กลับรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไร เขาต้องการจะดูคลื่นและตอนนี้กำลังเพ่งมองมัน เขาไม่ได้พินิจพิจารณา เพราะเรื่องของการใคร่ครวญอย่างละเอียดนี้ คุณจำเป็นต้องมีภาวะจิตใจที่สอดคล้อง อารมณ์พอเหมาะ และมีการผสมผสานของสภาวะแวดล้อมภายนอกที่พอดี ถึงแม้ว่ามิสเตอร์ปาโลมาร์ไม่มีข้อขัดแย้งกับหลักการวินิจฉัย แต่สามข้อดังกล่าวนำมาใช้กับเขาไม่ได้ เพราะในที่สุดแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจอยากจะมอง"คลื่น"ทั้งหมด เป็นเพียงคลื่นระลอกเดียวต่างหากที่เขาปรารถนา ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกคลุมเครือ เขาจึงกระทำทุกอย่างอย่างจำกัดและและมุ่งไปที่สรรพสิ่งเพียงหนึ่งเดียว มิสเตอร์ปาโลมาร์เห็นคลื่นยกตัวสูงขึ้นในระยะหนึ่ง เติบโต เข้าใกล้ แปรรูปและเปลี่ยนสี ม้วนตัวเข้าหา แตกออก คลายตัว และสลายลอยไปอีกครั้ง ตรงจุดนี้เองที่เขาเชื่อว่าเขาสามารถสรุปการดำเนินงานที่เขาตั้งใจจะทำให้สำเร็จ และหลังจากนั้นเขาจะได้จากไป แต่การแยกคลื่นออกมาเพียงลูกเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อมีคลื่นลูกหลังตามมาติดๆ ดูเหมือนว่ามันจะมีพลังผลักเข้าหา และในเวลานั้นเมื่อครอบคลุมไว้ได้ทั้งหมด ก็จะมีแรงสะท้อนกวาดออกไปพร้อมกัน และไม่ใช่เป็นการง่ายเช่นกันที่จะแยกระลอกคลื่นออกจากคลื่นก่อนหน้านั้น มีแรงบางอย่างลากมันเข้าฝั่ง ยกเว้นแต่ว่ามันมีกำลังย้อนต้านเกลียวคลื่นที่ตามมา ประหนึ่งว่าจะโถมเข้าจับกุม ต่อไปถ้าคุณพิจารณาความกว้างของตัวคลื่นที่เทียบขนานขวางกับฝั่ง ก็เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะตัดสินว่าตรงส่วนไหนคือด้านหน้าที่ล่วงขยายอาณาเขตมาก่อน และตรงส่วนไหนที่เป็นจุดพรากจากกัน โดยแยกออกเป็นระลอกเข้าสู่เกลียวคลื่นอิสระ จะแยกโดยความเร็ว รูปทรง กำลัง หรือทิศทาง ในอีกความหมายหนึ่ง คือคุณไม่สามารถสังเกตคลื่นโดยปราศจากความตระหนักถึงลักษณะซับซ้อนที่บรรจบกันในการสร้างรูปทรงหนึ่งๆ โดยมีโครงที่ซับซ้อนตามธรรมชาติแต่แรกเริ่มอยู่แล้ว เกณฑ์เหล่านี้แตกต่างกันออกไป ดังนั้นคลื่นแต่ละลูกจึงแตกต่างจากกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันหรือประชิดกันก็ตาม อีกนัยหนึ่งคือ คลื่นมีรูปทรงและลำดับเหตุการณ์ที่จะเกิดซ้ำรอยเดิมอีก ซึ่งเกิดขึ้นต่างกันในห้วงทางและเวลา ในตอนนี้มิสเตอร์ปาโลมาร์ตั้งใจแค่มองคลื่นง่ายๆ นั้นคือการได้รับรู้อาการต่อเนื่องที่ประกอบคลื่นขึ้นพร้อมกัน โดยไม่มองข้ามสิ่งต่างๆ การจับจ้องของเขาตั้งมั่นอยู่ที่การเคลื่อนไหวของคลื่นที่กระแทกเข้าหาฝั่ง จนกระทั่งสามารถบันทึกไว้ได้ว่า เกณฑ์รูปการนี้ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน ทันทีที่เขาสังเกตได้ถึงภาพรวมที่เกิดซ้ำขึ้น เขาจะเรียนรู้ว่าเขามองเห็นทุกอย่างที่เขาต้องการจะดูทั้งหมด และเมื่อนั้นเขาถึงจะหยุด ชายขวัญอ่อนผู้อาศัยอยู่ในโลกแห่งความแออัดและโกลาหล มิสเตอร์ปาโลมาร์อยากลดความความสัมพันธ์ของเขาต่อโลกภายนอก และปกป้องตัวต่อความอ่อนเพลียที่เกิดแก่ตน เขาพยายามควบคุมกระบวนความรู้สึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขบวนคลื่นระลอกหน้ายกตัวขึ้นสูงกว่าครั้งใดที่จุดหนึ่ง เกิดประกายห้อมล้อมเป็นสีขาว ถ้าระยะนี้เกิดขึ้นห่างจากฝั่ง จะมีเวลาพอสำหรับฟองทะเลม้วนเข้าหาตัวก่อนหายไปอีกครั้ง ดั่งถูกกลืนกิน ขณะเดียวกันเป็นเวลาบุกรุกอย่างครบถ้วน คราวนี้ปรากฎกายจากล่างสุด คล้ายพรมสีขาวลอยตัวขึ้นสูงเหนือจากฝั่งคอยต้อนรับคลื่นที่เพิ่งมาใหม่ แต่เมื่อคุณคาดหวังว่าคลื่นจะคลายตัวแผ่ทับพรม คุณจะตระหนักได้ว่ามันไม่ใช่คลื่นอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นพรมแล้วสิ่งนี้ก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นประกายของทรายเปียกที่ทอดถอน ดั่งถูกขับด้วยการขยายตัวของทรายแห้ง เคลื่อนไหวซึ่งขอบขรุขระล่วงหน้า เช่นเดียวกันที่รอยเว้าของเกลียวคลื่นก็ควรจะนำมาพิจารณา เนื่องจากเป็นรอยที่แตกแยกให้เป็นปีกทั้งสอง สายหนึ่งยืดตัวตรงสู่ฝั่งจากขวาไปซ้าย และอีกสายหนึ่งจากทางด้านซ้ายไปขวา จุดพรากและจุดปลายทางของการแผ่ออกหรือมาบรรจบกันนี้คือจุดแห่งการลบล้าง ตามมาด้วยความเคลื่อนหน้าของสายคลื่นที่ขณะเดียวกันก็รั้งตัวไว้ เป็นหนทางการเลือกเมื่อเกิดการเหลื่อมล้ำของคลื่นหนึ่งๆ คลื่นที่แข็งแรงกว่าเข้าครอบครอง จะแผ่ออกหรือบรรจบกัน แต่จะกลายเป็นคลื่นที่มีพลังแข็งแกร่งขึ้นและแก้ไขเงื่อนด้วยการแตกตัวในที่สุด เมื่อจะนำรูปแบบของคลื่นมาเป็นตัวอย่าง ชายหาดรุนเข้าหาน้ำอย่างแผ่วเบาเป็นนัย จมตัวทอดยาวเป็นหาดทรายใต้น้ำ ก่อตัวและทำลายสายน้ำทุกกระแส มิสเตอร์ปาโลมาร์เลือกเนินต่ำของทรายเป็นจุดสังเกตของเขา เพราะถ้าคลื่นกระแทกเข้าข้างใดข้างหนึ่งในมุมเอียง ย่ำพื้นผิวให้จมตัวลงครึ่งหนึ่ง จนพบสิ่งที่ตรงกันข้าม ดังนั้นเพื่อความเข้าใจการเรียบเรียงของคลื่น คุณต้องพิจารณาพลังผลักดันที่ต่อต้าน ซึ่งเป็นส่วนขยายที่ถ่วงสมดุลย์กันไว้หรือเป็นส่วนเพิ่มแรงเข้าด้วยกัน เพื่อผลิตพลังแตกกระจายรุนแรงจากการแผ่ของโฟมทะเล มิสเตอร์ปาโลมาร์พยายามกำหนดวิถีแห่งการสังเกต ถ้าเขาคิดถึงพื้นที่ในโซนหนึ่ง ดั่งเช่นว่า สิบตารางเมตรของฝั่งต่อสิบตารางเมตรของทะเล เขาสามารถทำการทดลองการเคลื่อนไหวของคลื่นได้ทั้งหมดซึ่งมันจะย้อนรอยซ้ำด้วยความถี่ที่ต่างกันในช่วงเวลาหยุดพักหนึ่งๆ เรื่องที่ยากคือการแก้ไขขอบเขตของโซนนี้ เพราะถ้าเขาพิจารณาเส้นเด่นชัดของระลอกคลื่นที่เคลื่อนเข้ามาจากด้านที่ไกลที่สุดจากตัวเขา เมื่อแนวนี้ปรากฎเข้ามาใกล้ มันจะยกตัวซ่อนสิ่งที่ตาเขาควรมองเห็นไว้ที่ด้านหลัง ด้วยเช่นนี้การตรวจสอบห้วงทะเลจึงถูกพลิกและพังลง ไม่ว่าจะอย่างไร ใจเขายังไม่เสีย แม้ทุกชั่วขณะเขาคิดว่าเขาจัดการให้ตัวเองได้มองเห็นสิ่งที่ต้องการจากการสังเกตแล้ว แต่บางสิ่งมักโผล่มาเป็นอุปสรรคเสมอโดยไม่ทันระวัง ถึงเขาหมดความอดกลั้นก่อนจะได้ข้อสรุปสมบูรณ์แบบจากการเฝ้าดู การมองคลื่นถือเป็นการออกกำลังกายอันเงียบสงบสำหรับเขา ช่วยให้เขาหายจากอ่อนเพลีย หัวใจวาย หรือแผลในกระเพาะอาหาร และนี่อาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการควบคุมโลกที่สับสนวุ่นวายด้วยกลวิธีง่ายๆในชีวิต และในความพยายามที่จะจำกัดความตัวรูปแบบ เราควรจะพิจารณาระลอกคลื่นที่พัดเป็นแนวยาวในทิศทางที่ตั้งฉากกับคลื่นหัวแตกและขนานกับชายฝั่งด้วย เกิดการไหลเลื่อนเป็นสันเหนือผืนผิวน้ำ คลื่นที่พัดกระเพื่อมเข้าหาฝั่งจะไม่รบกวนสันมั่นคง กลับโดนมันแล่ออกเป็นชิ้นบางๆในมุมต่าง ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหนและจะไปทางใด บางทีมันอาจจะเป็นลมหายใจของลมตะวันออก คอยขยับกวนผิวหน้าทะเล กระพือมวลน้ำที่ดิ่งลึกให้ไกลออกไปในทะเล แต่คลื่นนี้เกิดในอากาศผ่าน รับการผลักดันเฉเฉียงจากก้นบึ้งใต้น้ำและย้อนคืนในทิศทางใหม่ ยืดตัวออกและแบกขบวนไปตามทาง คลื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและเพิ่มแรงกำลังขึ้นจนกระทั่งเกิดการปะทะกันของต่างคลื่น ค่อยๆทึบลงและหายไปในที่สุด หรือไม่ก็ม้วนตัวจนมันสับสน ให้กลายเป็นหนึ่งในสกุลคลื่นเอียงลาดที่ปิดปังไปกับชายฝั่ง การเพ่งความตั้งใจในเรื่องราวหนึ่ง มักทำให้มันกลายเป็นทัศนียภาพที่อยู่ใกล้และครอบครองพื้นที่สี่เหลี่ยมทั้งหมด เหมือนกับมองภาพวาดภาพหนึ่งที่คุณต้องหลับตาของคุณ และเมื่อคุณลืมตาขึ้นส่วนสัดที่ปรากฎแก่สายตาก็ถูกเปลี่ยนไป ตอนนี้สันคลื่นเหลื่อมล้ำเคลื่อนที่ต่างกันในหลายทิศทาง รูปแบบโดยทั่วไปเริ่มแตกแยกเป็นส่วน ก่อตัวสูงขึ้นและหายไป นอกจากนี้การไหลกลับของคลื่นยังมีอำนาจในตัวซึ่งทำให้ความสนใจของเราถูกขัดขวางด้วยคลื่นลูกต่อไป ถ้าเราตั้งความสนใจกับการผลักดันย้อนกลับนี้ จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวที่แท้จริงลำดับแรกคือเริ่มจากชายฝั่งและออกไปสู่ทะเล นี้อาจจะเป็นผลจริงแท้ซึ่งมิสเตอร์ปาโลมาร์กำลังจะบรรลุหรือ? การทำให้คลื่นพัดไปในทิศทางตรงกันข้าม การพลิกผันเวลา เรียนรู้สาระที่แท้ของโลกภายใต้ประสาทสัมผัสและนิสัยใจคอ? ไม่เลย เขารู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรไปไกลกว่านั้น ความดื้อดึงผลักดันคลื่นให้โถมเข้าหาฝั่งในชัยชนะหนนี้ โดยแท้จริงแล้ว คลื่นโตขึ้นอย่างลึกซึ้ง หรือเพราะลมกำลังจะเปลี่ยนทาง? คงเป็นเรื่องเสียดายถ้าภาพที่มิสเตอร์ปาโลมาร์มองเห็นโดยรวบรวมขึ้นอย่างเจ็บปวด เกิดจะแตกดับและสูญหายไป แต่ถ้าเขาสามารถพยุงความคิดในใจได้ในช่วงหนึ่งแล้ว เขาก็จะสามารถเริ่มการปฎิบัติงานในขั้นที่สอง คือขยายความรู้ที่มีอยู่ออกสู่อำนาจของจักรวาลได้ คงจะดีถ้าเขาไม่หมดความอดทนซึ่งเขากำลังจะเป็น มิสเตอร์ปาโลมาร์เดินต่อไปบนหาดทราย เคร่งเครียดและกังวลเหมือนตอนที่มาใหม่ๆ และเริ่มไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับสรรพสิ่งต่างๆมากขึ้น
มิสเตอร์ปาโลมาร์ เป็นหนังสือเล่มเล็กที่เล่าถึงการมองโลกอย่างละเอียดอ่อนของชายผู้หนึ่งที่มีต่อสรรพสิ่งต่างๆ เป็นการผจญภัยที่รับรู้ผ่านดวงตาเพื่อเรียนรู้จิตใจเบื้องลึกของมนุษย์ อาจหาญนำบทนี้มาแปลเพราะคนอยากแปลกับคนใจหวานเป็นคนชอบคลื่นและเหม่อมองอยู่บ่อยๆ ผิดพลาดประการใดเป็นความผิดของผู้อยากแปลเอง เนื่องจากไม่มีความเป็นมืออาชีพด้านภาษาศาสตร์ด้วยประการทั้งปวง เกี่ยวกับผู้เขียน Italo Calvino |
Mr.Palomar: Italo Calvino, Translated by William Weaver ISBN 0-15-662780-9 A Harvest Book $11, 126 pages (1983) Copyright ฉ 2001 faylicity.com |
| . |
๑ กันยายน ๒๕๔๔ |