* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book THE LIFE AND ADVENTURES OF TROBADORA BEATRICE AS CHRONICLES BY HER MINSTREL LAURA: Irmtraud Morgner
read by O

Book Cover

Of course this country is a land of miracles.

เอียมทราวด์ มอร์กเนอร์ เริ่มต้นนิยายมหัศจรรย์ของเธอในเช้าวันหนึ่ง เมื่อผู้เขียนพบลอร่ายืนอุ้มลูกชายหน้าตามอมแมมอยู่ข้างถนน ลอร่ายื่นซองกระดาษหนาปึกหนึ่งให้แล้วขอเงินห้าพัน มอร์กเนอร์ไม่สนใจ ลอร่าจึงต่อรองจนเหลือสามพันพร้อมกับรับประกันว่านี่เป็นเรื่องที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในโลก เป็นโอกาสที่นักเขียนอย่างมอร์กเนอร์ควรจะไขว่คว้าไว้ มอร์กเนอร์พยายามจะอธิบายว่าปกตินักเขียนจะไม่ซื้อต้นฉบับ เพราะพวกเขาสามารถเขียนได้ด้วยตัวเอง แต่สภาพของลอร่าและลูกชายกับคำอ้อนวอนที่ต้องการเงินไปซื้อป้ายหินหลุมฝังศพให้เพื่อนรัก ผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเบียทริซ เดอ เดีย ทำให้มอร์กเนอร์ชั่งใจ ลอร่ายื่นคำขาดว่า "พันเดียวเพื่อคุณโดยเฉพาะ กระดาษปึกนี้จะช่วยประหยัดการเดินทางมากกว่าสิบหนของคุณ ประหยัดเป็นพันชั่วโมงกับการหาข้อมูลและสนทนากับชาวบ้าน โลกทั้งหมดอยู่ในกระดาษปึกนี้ ถ้าให้เงินสดเจ็ดร้อย รับรองว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่บรรลุแล้ว" มอร์กเนอร์รีบคว้าต้นฉบับมาไว้ในมือ เอาเงินล่วงหน้าการเขียนมาจ่าย และเริ่มต้นเล่าชีวิตแสนสนุกของโทบราดอร่า เบียทริซและลอร่า ซาลแมนให้เราฟัง

ตัวละครเอกในเรื่องคือเบียทริซ เดอ เดีย (นำชื่อมาจากตัวตนจริงในประวัติศาสตร์) เธอเป็นนักแต่งกลอนร้องเพลงมีชีวิตอยู่ในยุคกลางที่ฝรั่งเศส ยุคนั้นผู้หญิงอย่างเบียทริซไม่ได้รับการยอมรับเลย เธอรู้สึกขมขื่น ผิดหวัง อยากหนีออกจากโลกยุคกลางที่มีแต่อำนาจของผู้ชาย เทพีเพอเซโฟเน่ (ในตำนานเทพนิยายกรีก) จึงดลบันดาลให้คำวิงวอนเป็นจริง โดยแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือบริการในอนาคตของเบียทริซ

เพอเซโฟเน่ทำให้เบียทริซนอนหลับใหลนานถึง 810 ปี จนกว่าจะพบโลกหรือสังคมที่ผู้หญิงมีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมผู้ชาย ระหว่างที่เบียทริซหลับไปนั้น ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องราวของโลก เธอได้รับการบอกเล่าและสอนภาษาฝรั่งเศสสมัยใหม่ผ่านพี่สะใภ้ครึ่งคนครึ่งมังกรที่เธอเรียกว่า Beautiful Melusine เบียทริซตื่นขึ้นมาในเดือนพฤษภาคม ปี 1968 ในบ้านเธอเองซึ่งปัจจุบันโดนห้อมล้อมด้วยต้นไม้รกชันจนมองไม่เห็นตัวบ้าน เธอได้ยินเสียงวิศวกรถกเถียงกับช่างเรื่องการรื้อป่าเพื่อสร้างทางด่วน เบียทริซจึงออกจากบ้านเพื่อดำเนินชีวิตผู้หญิงในสังคมสมัยใหม่

เบียทริซหาทางไปปารีส อาชีพของเธอในอดีตทำให้เธอไม่สามารถหางานทำได้ง่าย เธอจึงดิ้นรน สับสนแต่เธอก็ไม่ย่อท้อ มอร์กเนอร์เขียนเบียทริซสนุกและมีอารมณ์ขันสูงมาก ฉากหนึ่งเบียทริซเห็นคนโบกมืออยู่ข้างถนน เธอจึงโบกกลับแต่เขาไม่สนใจ เธอรู้ตัวอีกทีมีรถมาจอดข้างข้าง เธอจึงได้ติดรถเข้าเมืองหลวงแบบไม่รู้ตัว หรือทุกครั้งที่เบียทริซสบถ Holy Mother! จะมีกรงลอยมาจากฟ้าตกตรงหน้าเธอ เสียงแตรวงบรรเลงเพลงจากเหล่าเทวดาน้อยเบื้องหน้า เพอเซโฟเน่และดีมีเธอร์ค่อยค่อยปรากฏกายอยู่ในกรง ถามเบียทริซว่าเรียกพวกฉันมาทำไม ต้องการความช่วยเหลือหรือ แม้ในประเด็นที่มอร์กเนอร์ต้องการจะสะท้อนบทบาทผู้หญิงที่โดนกดขี่ข่มเหง ผู้เขียนยังใช้วิธีล้อเลียน เสียดสีด้วยอารมณ์ขบขันจากคำพูดคำเขียนของตัวละคร ซึ่งทำให้หนังสือเบาลงในอารมณ์การอ่านแต่ก็ทิ้งความครุ่นคิดให้มากในประเด็นที่นำเสนอ หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกและเพลิดเพลินทั้งที่รู้ว่าบางเรื่องเป็นเรื่องเศร้าใจของชีวิตอีกนัยหนึ่ง

สังคมสมัยใหม่ที่เบียทริซตื่นขึ้นมานี้เป็นช่วงที่ฝรั่งเศสมีการเลือกตั้งครั้งใหม่เมื่อปี 1968 ยุคนั้นเป็นยุคแห่งระบอบสังคมนิยมจากรัสเซียคืบคลานเข้าครอบงำประเทศต่างต่างในยุโรป จึงเป็นการลำบากที่เบียทริซจะหาตัวตนของเธอเจอโดยเฉพาะความเสมอภาคในสิทธิสตรี จนกระทั่งเธอเจอกับอูเว่ นักข่าวชาวเยอรมันตะวันออก เขาเล่าชีวิตแต่งงานสองหนและเล่าถึงบ้านเมืองของเขาให้ฟัง สังคมนิยมที่เยอรมันตะวันออกเท่านั้นที่เป็น "ดินแดนมหัศจรรย์" ทุกคนที่นั่นมีโอกาสมีงานมีการทำและผู้หญิงมีสิทธิ์เทียบเท่าผู้ชาย อูเว่จึงทิ้งชื่อและที่อยู่ของภรรยาเก่า (ลอร่า) ให้เบียทริซ เผื่อเธอจะตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่ที่เบอร์ลิน เบียทริซรู้สึกเชื่อคำของอูเว่ในทันทีแต่สิ่งที่ทำให้เธอเชื่อใจ เธอกล่าวว่า "What a country it must be, thought Beatrice, in which a man like this is rejected twice."

ลอร่า ซาลแมนเป็นพนักงานขับรถรางในกรุงเบอร์ลิน เบียทริซหาตัวจนเจอและชักชวนให้มาทำงานช่วยเธอ ลอร่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าที่นักร้องช่วยที่ว่าเป็นอย่างไร มอร์กเนอร์เล่าชีวิตลอร่าตามแบบฉบับของผู้หญิงในสังคมเยอรมันตะวันออก ผู้ที่ต้องดูแลตัวเอง หาเลี้ยงชีพ มาจากครอบครัวชนชั้นแรงงาน เป็นแม่บ้านมีลูกต้องเลี้ยง และจริงจังกับชีวิตในทุกมุม ลอร่าเรียกเสียงหัวเราะในความซื่อตรงของเธอทุกตอน เธอช่วยเบียทริซในการทำงาน และการทำงานที่ว่านี้คือการเป็นนักเขียนหญิงในประเทศสังคมนิยม หลายครั้งที่ลอร่าแต่งเรื่องเองแทนเบียทริซ แล้วเขียนได้ดีกว่าเบียทริซผู้เป็นกวีหลายเท่า

A mosaic is more than the sum of its stones. In the composition they have a strange effect with and against each other under the eye of the viewer. Reading should be creative work: pleasure.

The Life and Adventures of Trobadora Beatrice as Chronicled by Her Minstrel Laura เป็นหนังสือที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะนำมาเล่าได้หมดในที่นี้ ใต้ชื่อเรื่องมีคำอธิบายว่าเป็นนิยายแบ่งออกเป็นสิบสามเล่มและมีเรื่องเล่าสลับฉากอีกเจ็ดตอน แต่ในความเป็นจริงแล้วหนังสือเล่มนี้มีขนาดพิเศษเล่มเกือบเท่ากระดาษ A4 มีเนื้อหาละเอียดมาก พูดถึงทุกประเด็นของสังคมอยู่ในนั้น หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยบททั้งสั้นและยาวเป็นร้อยบท มีเนื้อเรื่องบรรจุอยู่ในเนื้อเรื่องอีกทีซับซ้อน ทั้งรูปแบบบันทึก นิทาน เทพนิยาย เรื่องสั้น บทสัมภาษณ์ คำปราศัย บทความ จดหมาย สารพัดรูปแบบที่ประกอบกันขึ้นมาได้ เป็นนิยายที่รับการยกย่องมากในประเทศเยอรมันจากในปัจจุบันและอดีต ผู้เชี่ยวชาญจัดหนังสือเล่มนี้เป็นทั้งนิยายเฟมมินิสต์และโซเชียลลิสต์ แมคจิคคัล เรียลลิสซึ่ม ความคมคายของเอียมทราวด์ มอร์กเนอร์อยู่นอกเหนือคำบรรยายของคนอ่าน อ่านจบต้องบอกว่าสนุกครับ นึกถึงแต่ความคมคายของมิลาน คุนเดอร่ากับอลัสเดอร์ เกรย์ อาจหาหนังสือยากหน่อย คงต้องสั่งซื้ออย่างเดียว เพราะนิยายเล่มนี้เพิ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษเมื่อปี 2000 นี้เอง และตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยซึ่งทำให้ราคาแพงกว่าปกติ ซึ่งอย่างไรก็ไม่ควรพลาดทั้งปวงครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน: Irmtraud Morgner (1933-1990) เอียมทราวด์ มอร์กเนอร์ เป็นชาวเยอรมันตะวันออก หลังจากเยอรมันรวมประเทศแล้วเธอก็ยังอยู่ที่เดิม มอร์กเนอร์เป็นนักเขียนหญิงที่ได้รับการยกย่องมากในสังคมนิยมยุคนั้น จบการศึกษาด้านภาษาศาสตร์และวรรณคดีจาก University of Leipzig ทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการให้กับวารสาร Neue Deutsche Literatur ก่อนยึดอาชีพนักเขียนในปี 1958 ตีพิมพ์ผลงานสามเล่มเล็กๆ ก่อนโดนแบนหนังสือ Rumba auf einen Herbst (Rumba for an Autumn) ในปี 1966 จนไม่ได้รับการตีพิมพ์ แต่มอร์กเนอร์ไม่ได้ทิ้งเรื่องครอบครัวของลอร่าดังกล่าว เธอดัดแปลงและบรรจุเป็นบทคั่นเจ็ดตอนใน The Life and Adventures of Trobadora Beatrice

มอร์กเนอร์เริ่มมีชื่อเสียงในปี 1968 จาก Hochzeit in Konstantinopel (Wedding in Constantinople), Gauklerlegende: Eine Spielfrauengeschichte (Juggler's legend: A story of women minstrels, 1970), Die wundersamen Reisen Gustavs des Weltfahrers: Lugenhafter Roman mit Kommentaren (The wondrous journeys of Gustav the world traveler: Mendacious novel with commentaries", 1972) The Life and Adventures of Trobadora Beatrice และ Amanda: Ein Hexenroman (Amanda: A witch novel, 1983) เอียมทราวด์ มอร์กเนอร์เสียชีวิตในปี 1990 ด้วยโรคมะเร็ง ดู ประวัติเพิ่มเติม

The Life and Adventures of Trobadora Beatrice as Chronicled by Her Minstrel Laura : Irmtraud Morgner, translated by Jeanette Clausen
ISBN:0803282605 University of Nebraska Press, 544 pages, £21.50

Wherein Irmtraud Morgner tries by means of a solemn oath to persuade certain male readers to keep on reading

Gentleman!

Hereby I do solemnly swear based on my own observation that the physical Beatrice de Dia was a woman who matched today's ideal of beauty completely. I guarantee that she looked absolutely youthful. Even on her deathbed, her figure could be described as flawless. The poet Guntram Pomerenke cited 92-61-90 centimeters as her typical measurements. ...

Irmtraud Morgner . . . The Life and Adventures of Trobadora Beatrice

Copyright © 2004 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗