ฤดูของผึ้งในชื่อเรื่องหมายถึงฤดูการแข่งขันสะกดคำที่จัดขึ้นระดับชาติทุกปีในอเมริกา โดยมีเด็กนักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วม ผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้เรียกว่าเป็น spelling bee หนังสือเล่มนี้เปิดตัวด้วยฤดูของผึ้งสะกดคำที่มาถึง พร้อมทั้งนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่ง และเมื่อฤดูผึ้งนี้ผ่านไป ครอบครัวนี้ก็ไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมอีกเลย
อิไลซาเป็นเด็กหญิงชั้นประถมห้าที่คุ้นเคยกับความธรรมดาสามัญมาตลอด เธอเป็นเด็กในระดับซี ที่ไม่เคยและไม่คาดหวังจะได้รับรางวัลใดๆ อิไลซาคุ้นเคยแต่รอยผิดหวังที่ซ่อนไม่มิดจากสายตาพ่อเวลาเห็นใบเกรดของเธอ แต่แล้วในการแข่งขันสะกดคำปีนี้ เธอได้เป็นตัวแทนโรงเรียนและตัวแทนระดับภูมิภาคไปเข้าร่วมการแข่งระดับชาติรอบสุดท้าย ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่จะจุดความหวังให้พ่อของเธออีกครั้ง แต่ยังได้ส่งผลต่อทุกคนในบ้านต่างๆ กันไป เราจะได้ไปรู้จักแต่ละชีวิตในครอบครัวยิวนี้ ที่ดูเผินๆก็ปกติธรรมดา แต่เมื่อรู้จักมากขึ้นก็จะได้เห็นรอยแผลของแต่ละคนที่นับวันก็จะบาดลึกขึ้นเรื่อยๆ
แต่ละคนในครอบครัวนี้พยายามสมานแผลของตน ด้วยการไปให้ถึงความฝันของตัว แต่ดูเหมือนการหาทางออกของแต่ละคนจะยิ่งสร้างความห่างเหินต่อกันมากขึ้น ซอล ผู้เป็นพ่อวางรากฐานความฝันให้กับอิไลซา แต่ด้วยกระบวนการนี้ก็ได้ทอดทิ้งคนอื่นในบ้าน เอรอน พี่ชายวัยสิบเจ็ดของอิไลซาแสวงหาพระเจ้าและการยอมรับ แต่การแสวงหากลับนำความขัดแย้งมาสู่เขากับพ่อ มิเรียม แม่ที่เชื่อว่าตัวตนของเธอกระจัดพลัดพรายไปตามที่ต่างๆ เฝ้าตามหาตัวตนส่วนที่ขาดหายไปด้วยวิธีการของเธอเองโดยไม่ไยดีต่อใครอื่น อิไลซาดิ้นรนลบล้างตัวตนเก่าๆ ที่น่าผิดหวังของตน ขณะที่เฝ้าดูรอยแตกร้าวในครอบครัว
เรื่องของครอบครัวแปลกแยกไม่ใช่หัวข้อใหม่ แต่หนังสือเล่มนี้โดดเด่นเพราะโกลด์เบิร์ก ผู้เขียนบรรยายความรู้สึกของแต่ละตัวละครได้น่าประทับใจมาก เราต่างผ่านอารมณ์บางอย่างเช่นเดียวกับตัวละครเหล่านี้ และโกลด์เบิร์กเขียนอารมณ์เหล่านี้ออกมาให้เรารับรู้ได้ ด้วยการไปปลุกความรู้สึกเก่าเก็บข้างในตัวเราออกมา ให้ความรู้สึกของตัวละครกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามาแล้ว ความสิ้นหวังเจ็บร้าวจึงไม่ใช่เป็นแต่เพียงตัวหนังสือ แต่เป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้ลึกซึ้ง และด้วยความสามารถในการเล่าเรื่องเช่นนี้เอง ตัวละครในเรื่องจึงมีมิติความลึกที่น่าสนใจมาก เธอให้น้ำหนักและเหตุผลที่น่าเชื่อถือต่อพัฒนาการของตัวละคร ตัวละครที่น่าทึ่งที่สุดในเรื่องคือมิเรียมที่แปลกประหลาดน่าอัศจรรย์มาก โกลด์เบิร์กให้ภาพมิเรียมได้จริงจังน่าเชื่อ จนทำให้การอ่านกลายเป็นความน่าใจหายไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังสือที่ทารุณคนอ่านไม่น้อยกับความมืดมนในเนื้อเรื่อง ถึงแม้เนื้อเรื่องช่วงหลังจะมีทิศทางกำหนดไปสู่ทางออกที่เดาได้ไม่ยาก แต่ข้อด้อยนี้ก็พอมองข้ามไปได้เพราะโกลด์เบิร์กเล่าเรื่องได้ดีเหลือเกิน แม้เราจะรู้ว่าจะถูกต้อนให้ไปสู่วังวนใด ก็ดูเหมือนเราจะยอมเดินตามเธอไปแต่โดยดี
การถ่ายทอดความรู้สึกของโกลด์เบิร์กนั้น ยกตัวอย่างได้จากอิไลซา เราได้รู้จักเธอผ่านคำบอกเล่าว่าอิไลซารู้ตัวว่าเธอได้รับการชี้ขาดตั้งแต่อยู่ประถมสอง ว่าเป็น "เด็กนักเรียนที่ไม่มีใครคาดหวังถึงความยิ่งใหญ่อันใด เติบโตมากับการทำใจให้ชินกับภาพโปสเตอร์ซีดแดดรูปลูกหมาลูกแมวที่แขวนอยู่ เป็นเด็กที่พยายามปีนป่ายและสวมหมวกใบใหญ่เกินตัวที่มีคำประเภท "สู้ต่อไป" "ถึงครั้งแรกจะไม่สำเร็จ..." และ "ยังมีเวลาเติบโต" รูปลูกสัตว์ต่างๆ ที่ประดับฝาห้องเรียนของเธอตั้งแต่ชั้นประถมสามเป็นต้นมา ได้แต่คอยเฝ้าดูปีแล้วปีเล่าของนักเรียนระดับซีที่ไม่เคยได้รับเลือกเป็นนักเรียนประจำสัปดาห์ ผู้ชนะลำดับที่หกที่ไม่เคยได้รางวัล เด็กหญิงผมเปียที่ไม่เคยถูกเด็กผู้ชายไล่เล่นในตอนพัก" อิไลซาต้องปรับตัวให้เข้ากับรูปสัตว์ที่ตายไปนานแล้วเหล่านี้ ขณะที่อยากได้ความอบอุ่นจากที่บ้าน คราวหนึ่งที่พ่อของอิไลซาเอามือมาแตะไหล่ "เธอแกล้งจดจ่อกับทีวีเพื่อที่มือนั้นจะได้วางอยู่ให้นานขึ้น อิไลซาได้เรียนรู้อุบายนี้มาจากตัวซอลเอง ถึงแม้เธอจะรู้ดีว่าพลังในการใช้สมาธิของพ่อจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม" ครั้งหนึ่งที่แม่พาอิไลซาไปเข้านอน "อิไลซาขอน้ำกับผ้าห่มเพิ่มเพียงเพื่อจะประวิงเหตุการณ์เกิดยากครั้งนี้ให้นานออกไป เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธออยากมีผมยาว เพื่อจะได้ขอให้แม่หวีผมให้" โกลด์เบิร์กยังให้อิไลซาเล่าความนึกคิดต่อเรื่องตัวอักษรได้ดีมากในหลายตอน ดังเช่น
Eliza gleans not only the natural laws that govern the letters but their individual behaviors. R, M, and D are strong, unbending and faithful. The sometimes silent B and G and the slippery K follow strident codes of conduct. Even the redoubtable H, which can make P sound like F and turn Room into RHEUM, obeys etymology. Consonants are the camel of language, proudly carrying thier lingual loads.
Vowels, however, are a different species, the fish that flash and glisten in the watery depth. Vowels are elastic and inconstant, fickle and unfaithful. E can sound like I or U. -IBLE and -ABLE are impossible to discern. There is no combination the vowels haven't tried, exhaustive and incestuous in their couplings. E will just as soon pair with A, I, or O, leading the dance or being led. Eliza prefers the vowels' unpredictability and, of all vowels, favors Y. Y defies categorization, the only letter that can be two things at once. Before the bee, Eliza had been a consonant, slow and unsurprising. With her bee success, she has entered vowelhood.
หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานเขียนเล่มแรกของโกลด์เบิร์ก หากจะถือเป็นก้าวแรกก็เรียกได้ว่าเป็นก้าวที่มั่นคงและงดงามในศิลปะการเขียน ไม่ว่าฤดูกาลของผึ้งจะผ่านครอบครัวอิไลซาไปอย่างไรก็ตาม ฤดูนี้จะนำเสน่ห์การเล่าเรื่องที่สัมผัสใจผู้อ่านได้อย่างน่าตระหนกเยือกเย็นมาสู่เรา
เกี่ยวกับผู้เขียน Myla Goldberg ไมลา โกลด์เบิร์ก ปัจจุบันพำนักที่บรูกลิน นิวยอร์ก Bee Season เป็นนวนิยายเรื่องแรก โกลด์เบิร์กเคยตอบคำถามเรื่องคำแนะนำต่อนักเขียนใหม่ไว้ว่า
"just write. No one's going to tell you that you should do it--only you can tell yourself to. It's not going to just happen. Being a writer is not a passive role. You need to actively and proactively structure your life and your consciousness around doing it. I've very rarely worked a 9-5 job; as soon as I could I started doing freelance work that would allow me to work three days a week and write for the rest of my time. It means that you don't eat in restaurants, and you don't go to first-run movies. That's what I mean by being proactive--you can't do all the fun stuff and be a writer, unless you have a trust-fund or are independently wealthy. If you're a regular person, it means making sacrifices. But it also means that if it's what you want to do, you should do it and not worry what anyone else thinks. If you believe in it, and do it long enough, you'll eventually find somebody who wants to read your work. it could be that it doesn't happen till your forty or fifty, but as long as you keep at it, eventually something's going to happen."
BEE SEASON : Myla Goldberg
ISBN 0385498802 Knopf, 288pages $13 Paperback
"The mystics believe that in the beginning of the world God's Divine Light, containing all that is good, was enclosed in sacred vessels, but because there was already sin in the world, these vessels could not contain the Light and shattered into countless pieces. Th Light was dispersed and the shards fell upon the world, becoming poverty, hatred, cruelty, and all the other forms injustice takes. According to the mystics, it is our job to locate these shards and to mend them through good deeds, so that God's light can be whole again. This is called Tikkum Olam, or the fixing of the world."
... Miriam realizes she is a broken vessel, pieces of her scattered everywhere. She has been finding these pieces, in their many forms, and bringing them together so that she can be whole again.
Myla Goldberg . . . Bee Season
Copyright © 2001 faylicity.com
|