| ผีเสื้อและดอกไม้ : นิพพานฯ |
ผีเสื้อและดอกไม้
เป็นเรื่องที่ดีงาม สดสวย และสูงส่ง
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องในใจคนอ่านตั้งแต่วัยเยาว์
อ่านตั้งแต่ยังอายุน้อยกว่าตัวเอกในเรื่อง
อ่านได้ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความประทับใจ
คนอ่านจดจำไม่ได้แล้วว่าเหตุใดจึงชอบเรื่องนี้มาก
หลังจากห่างกันไปนานและได้มาอ่านอีกครั้ง
พบว่าในวัยวันนี้ยังรักหนังสือเล่มนี้ไม่คลาย
ด้วยเพราะเป็นเรื่องเล่าที่ดีงามนัก เรื่องนี้เล่าถึง ฮูยัน เด็กชายวัย 13 ที่พักกับพ่อและน้องๆ เช้าวันหนึ่งเมื่อพ่อของเขาบอกว่า "รายได้ของเราน้อยลง" ฮูยันต้องคิดหนัก คิดถึงพ่อ คิดถึงอนาคตของน้องที่ตอนนี้ยังไม่ได้เรียนหนังสือ เขาตัดสินใจเลิกเรียนมาขายไอสครีมแท่ง และต่อมาทำงานขนข้าวสารข้ามแดน จากบ้านไปสู่สุไหงโก-ลค มิมปีเป็นเพื่อนร่วมชั้นของฮูยัน เธอออกมาช่วยแม่ค้าขายไปกับรถไฟ มิตรภาพของฮูยันและมิมปีดำเนินไปเป็นความผูกพันที่แสนงาม ผีเสื้อและดอกไม้ บอกเล่าประเด็นที่ลึกซึ้งของชีวิตและความใฝ่ฝัน ตัวละครในเรื่องไม่ใช่ผู้คนที่สมบูรณ์พูนสุข แต่เป็นคนที่แร้นแค้น ดิ้นรน หากเรื่องนี้กลับแสดงคุณค่าที่แท้ในใจคน ว่าดีงามและสูงส่งได้ปานไหน เรื่องนี้ยังสะท้อนถึงความอยุติธรรม โอกาสในชีวิต และความยากไร้อย่างจริงจัง เรื่องที่สะท้อนความจริงชนิดนี้จำนวนมากจะมีโทนออกไปทางขมขื่น สิ้นหวัง และจนตรอก แต่ ผีเสื้อและดอกไม้ เล่าให้คนอ่านได้รับรู้ถึงประเด็นเหล่านี้อย่างเข้มข้น หากมีแสงสดสวยของความหวัง ความดีงาม และความฝันคลออยู่อย่างอ่อนหวาน ตัวละครต่างๆ ในเรื่องล้วนแต่น่าผูกใจ พ่อของฮูยันเป็นคนดี ถือเกียรติยศเป็นสำคัญ แม้ว่า "เท่าที่จำได้ ไม่เคยมีใครสักที่คนที่ได้มอบสิ่งนั้นแก่เขา" ฮูยันนั้นเล่าต้องคิดในเรื่องหนักหน่วงเกินกว่าเด็กวัยนั้นจะต้องคิด ต้องคิดเรื่องของปากท้องของครอบครัว ฮูยันเข้าโรงเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่น การเรียนของเขาจึงไม่ได้เริ่มต้นจาก ก.ไก่ ก.กา หากแต่บทเรียนแรกคือความอดทนเช่นเดียวกับที่พ่อของเขามี มันช่วยให้ชีวิตอยู่รอด อย่างมีเกียรติยศ โรงเรียนเป็นเพียงสถานที่ซึ่งเขาได้พบกับครู กับหนังสือ ได้อ่านออกเขียนได้ และพบกับเพื่อนๆ ที่ส่วนใหญ่อ่อนวัยกว่า มันทำให้เขาต้องมีความอดทนมากขึ้น มิใช่เพื่อตัวเอง เพื่อน้อง หรือเพื่อพ่อของเขา แต่เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ในท่ามกลางคนที่เขารู้จัก โดยที่คนเหล่านั้นไม่หัวเราะเยาะ ต่อมา ฮูยันได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่นอกโรงเรียน เขาพบว่าโลกใบนี้กว้างไกลกว่าที่เขาจะเคยรู้ หนังสือเรื่องนี้ยังบอกเล่าถึงการเรียนรู้ได้ดีและลึกซึ้งมาก ในวันที่ฮูยันต้องจากโรงเรียน เขาเดินไปลาต้นไม้ที่เขาปลูก บอกต้นไม้ว่า "อยู่ที่นี่ดีๆ นะ ... ต้องโตขึ้นให้เท่ากับต้นฉำฉาหน้าโรงเรียนนั่นทีเดียว แล้วเราจะมาดูทุกวัน" ในตอนนั้นแม้น้ำตาของฮูยันจะยังไม่ซึม แต่น้ำตาผู้อ่านน่าจะหยดลงแล้ว เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นว่าความรู้นั้นไม่ได้มีอยู่แต่ในโรงเรียน ฮูยันได้ประจักษ์ว่าน้องชายของเขารู้เรื่องธรรมชาติและเรื่องจำเป็นในชีวิตอีกหลายๆ เรื่อง ซึ่งเหล่านั้นไม่มีบรรจุในหลักสูตร ตัวละครที่คนอ่านรักที่สุดคือ อาเครฺญา น้องคนสุดท้องของฮูยัน อาเครฺญาเป็นเด็กหญิงน่ารัก ผมยาวเคลียไหล่ เป็นคนช่างฝัน เธออยากได้เสื้อสีขาวเอาไว้ใส่ไปโรงเรียน ความใฝ่ฝันของอาเครฺญาคือการไปโรงเรียน เธออยากอ่านออกเขียนได้ อาเครฺญาเป็นเด็กน่ารักมากๆ อ่านแล้วจะรักเธอตั้งแต่ต้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอชวนให้รักเด็กคนนี้ไปเสียทุกอย่าง ภาษาในเรื่องนี้ดีมาก อ่านได้รื่นรมย์เพลิดเพลิน ผู้เขียนสื่อความลึกซึ้งในเรื่องที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยบทบรรยายเรียบง่าย ภาษาพูดในเรื่องเป็นธรรมชาติ เป็นภาษาที่น่าเชื่อว่าผู้คนในเรื่องจะพูดกันจริงๆ เช่น พ่อพูดกับลูกโดยใช้คำว่า มึง, พี่พูดกับน้องใช้คำว่า แก หรือ "เดี๋ยวถีบ" หนังสือเด็กจำนวนมากที่เขียนขึ้น มักใช้ภาษาพูดไพเราะ แต่ฟังแล้วห่างไกลจากความจริง ดังนั้นภาษาพูดในเรื่องนี้จึงมีเสน่ห์ จังหวะการเล่าเรื่องทำได้ดี น่าติดตามอย่างที่หลายคนน่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้รวดเดียวจบ โดยไม่อยากวางทิ้งค้างไว้ที่ไหนเลย คนอ่านห่างหนังสือเล่มนี้ไปนานหลายปี เหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาทำให้อยากเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนภาคใต้ให้มากขึ้น ซึ่งหนังสือเล่มแรกๆ ที่นึกถึงคือ ผีเสื้อและดอกไม้ แต่นอกจากแง่มุมทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นหนังสือดีที่อ่านแล้วทำให้เกิดความรู้สึกดีงาม ด้วยเนื้อเรื่องและตัวละครเป็นความบริสุทธิ์สดใสและแสนดี ชื่อของฮูยันแปลว่าสายฝน ส่วนมิมปีคือความฝัน ประกายตาของมิมปีฉายประกายอย่างชื่อของเธอ ฮูยันเคยถามเธอว่าทำไมถึงชอบผีเสื้อนัก มิมปีตอบว่า "ฉันเคยบอกเธอ เรื่องที่จะเที่ยวไปให้ไกล เธอจำได้ไหม--- เหมือนกับผีเสื้อ ที่มันบินไปไหนก็ได้ ผีเสื้อน่ะได้พบดอกไม้มากที่สุด แล้วดอกไม้ก็สวย การได้พบกับของสวยๆ นี่นับว่าเป็นโชคดีนะ" การได้พบกับสิ่งสวยงามนั้นเป็นโชคโดยแท้ หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งสวยงามเหลือหลายอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้สดชื่นแจ่มใส และทำให้เราอยู่ใกล้กับความใฝ่ฝัน มีหนังสือไม่กี่เล่มเท่านั้นที่จะทำให้ผู้อ่านได้สัมผัสความรู้สึกดีงามเหลือแสนเช่นนี้ได้ โลกของเขานับแต่วันนี้ มีความหวังสดใสขึ้นอีกมาก ดังหนึ่งนกน้อยกำลังจะได้สัมผัสลำแสงแรกแห่งวัน รอแสงสีทองเยี่ยมฟ้า แล้วทุกสิ่งจะบรรเจิดจ้า * คำพิพากษาฎีกาที่ 2572/2548 เรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
ผลงานที่ตีพิมพ์ในนามปากกา นิพพานฯ ได้แก่ ทุ่งดอกไม้ (๒๕๒๐), ผีเสื้อและดอกไม้ (๒๕๒๑), หากแม้นจะเอ่ยนามแห่งความรัก (๒๕๒๙). ปีกความฝัน (๒๕๓๕) ผลงานที่ตีพิมพ์ในนาม มกุฏ อรฤดี ได้แก่ จดหมายถึงเมา (๒๕๑๖), เพลงนกเหยี่ยว (๒๕๑๙), เปลวไฟ (๒๕๑๙). ถนนดอกไม้ (๒๕๒๒), วันที่จากกัน (๒๕๒๒), ก่อนสิ้นมรสุม (๒๕๒๒) ผลงานที่ตีพิมพ์ในนาม วาวแพร มีเช่น พราวแสงรุ้ง (๒๕๓๐), เด็กน้อย (๒๕๓๐), เพลงดวงดาว (๒๕๓๑). เด็กชายจากดาวอื่น (๒๕๓๒), จะล่องลอยไปในฟากฟ้า (๒๕๒๙), ดอกไม้และสายฝน (๒๕๒๙), วาวแพร โต้ ไพลิน รุ้งรัตน์ (๒๕๓๑), เทวดาพเนจร ผีเสื้อและดอกไม้ : นิพพานฯ
Copyright © 2005 faylicity.com หนทางที่ทอดยาวไปข้างหน้าขณะนี้ อาจจะไปสิ้นสุดที่สถานีสุดท้ายตรงชายแดนก็จริง แต่เขาจะย้อนกลับมาอีกในวันรุ่งขึ้น เพื่อที่จะเริ่มต้นกันใหม่ และไม่ซ้ำลงไปบนเส้นทางนี้อีก เส้นทางใหม่ของเขาจะสดสวยกว่า--- |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๘ |