 คุณรู้จักท่านมุ้ยได้อย่างไร?
หลายคนรู้จักท่านจากผลงานภาพยนตร์ แต่คนอ่านรู้จักท่านจาก โลกสีคราม หนังสือที่ทำให้ติดตามผลงานของท่านนับจากนั้นมา แม้แต่ในยุคที่ความนิยมต่อหนังไทยตกต่ำจนไม่มีวัยรุ่นคนใดยอมรับว่าตนไปดูหนังไทย คนอ่านก็ยังไปดูและกลับมาชักชวนเพื่อนๆ ด้วยคำชวนอันเร้าใจขนาดสัญญาว่าใครไปดูแล้วไม่ชอบ ให้กลับมาเอาเงินค่าตั๋วคืนได้และจะยอมให้เตะด้วย ยังไม่เคยมีใครดูหนังของท่านแล้วกลับมาเตะสักคนเดียว
แต่นั่นเป็นเรื่องในเวลาต่อมาหลังจากได้อ่านโลกสีครามแล้ว หนังสือที่เรารักมากเล่มหนึ่งย่อมผูกพันกับช่วงชีวิตเราอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นเราจึงไม่อาจเขียนถึงหนังสือที่รักโดยแยกตนเองออกมาได้ สิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้จึงเป็นการบอกเล่าว่าคนอ่านรักโลกสีครามมากอย่างไร
คนอ่านได้รู้จัก "โลกสีคราม" ครั้งแรกโดยยืมจากห้องสมุด ในวัย 12 ปี
ได้อ่านแล้วก็หลงรักหนังสือเล่มนี้อย่างเหลือเกิน เวลาเราอ่านอะไรแล้วชอบมากๆ เราอยากจะอ่านหนังสือเล่มนั้นซ้ำทันทีอีกรอบหนึ่ง โดยเฉพาะในวัยเยาว์ซึ่งเราไม่เบื่อกับความคุ้นเคย ทำให้โลกสีครามเป็นหนังสือที่อ่านได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกนับครั้งไม่ถ้วน
โลกสีครามจัดพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ดวงตา คุณรู้จักหนังสือของสำนักพิมพ์น่ารักแห่งนี้ไหม หนังสือของดวงตามีเอกลักษณ์ที่ขนาดเล่มกะทัดรัด สะดวกกับการหยิบอ่านและพกพาไปไหนต่อไหน ปกหนังสือของดวงตาสวยมาก หลายเล่มเป็นฝีมือออกแบบของ นภดล โชตะสิริ รวมถึงปกของโลกสีครามชุดนี้ด้วย เอกลักษณ์อีกประการของดวงตาคือฟอนต์ตัวหนังสือหน้าปก ที่จะใช้ฟอนต์ชนิดนี้เสมอไป
โลกสีครามเป็นหนังสือประเภทไม่ใช่เรื่องแต่ง หรือที่เราเรียกว่า สารคดี (non-fiction) ซึ่งผู้เขียนเล่าความรักต่อโลกใต้ท้องทะเลให้เราได้ทราบ ผู้เขียนรักการดำน้ำ เขาเล่าให้เราฟังถึงการดำน้ำในทะเลต่างๆ ตั้งแต่ออสเตรเลีย อเมริกา จนถึงการดำน้ำในอ่าวไทยนั่นเทียว
ประสบการณ์ดำน้ำเหล่านี้มีทั้งเรื่องน่าตื่นเต้น (เจอฉลาม) น่าลุ้น (หาซากเรือโบราณใต้ทะเล) น่าขัน (การถ่ายภาพยนตร์โทรทัศน์ใต้น้ำเรื่อง "เงือกน้อย", การสอนดำน้ำแก่นักศึกษาโบราณคดีศิลปากร) น่าใจหาย (ต้องอ่านเอง) แต่ที่สำคัญ หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกมาก คนเขียนเป็นนักเล่าเรื่องชั้นดีผู้เก่งกาจ ทำให้คนอ่านเห็นภาพอย่างที่เขาเห็น ได้รู้สึกอย่างเขารู้สึก ได้ร่วมอารมณ์หลากหลายเหล่านี้ไปจนสุดทาง นอกจากนั้นผู้เขียนยังมีอารมณ์ขันมากๆ ทำให้การอ่านสนุกเพลิดเพลิน ชนิดที่เรียกว่าในวัยเด็กนั้น ไม่มีหนังสือสารคดีเล่มใดจะอ่านเพลินไปกว่าโลกสีครามเลย
ผู้เขียนใช้ภาษาดีมาก ภาษาของเขามีชีวิตชีวา เล่าเรื่องขำก็ขำมาก เล่าเรื่องน่ากลัวก็แทบทำให้อยากคลุมโปง เสน่ห์ตรึงใจของโลกสีครามคือผู้อ่านจะได้ร่วมเดินทางไปกับผู้เขียน ทั้งในความสนุก ความตื่นเต้น ในอารมณ์ทั้งทุกข์และสุข ข้อน่าประทับใจอีกประการคือภาษาคำบรรยายของผู้เขียนที่มีคลังคำศัพท์รุ่มรวย น่าทึ่งว่าผู้เขียนเล่าเรื่องต่างประเทศเป็นไทยๆ ได้ดีเหลือเกิน
ไม่น่าแปลกใจถ้าใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะอยากดำน้ำ โลกสีครามเป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากดำน้ำ เพราะโลกใต้ทะเลในเล่มอ่านสนุก ได้ความรู้ บอกถึงด้านอันตรายและด้านงดงามของการดำน้ำได้อ่านเพลิน ความรู้เหล่านี้ไม่น่าเบื่อเลย แต่เล่าเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแทรกไปกับเนื้อเรื่องอย่างสนุกสนาน อ่านเข้าใจง่าย หลังจากอ่านโลกสีครามแล้ว ทำให้อดนึกไม่ได้ว่าครูสอนวิชาเคมีน่าจะอธิบายความได้ดีอย่างที่ท่านมุ้ยอธิบาย (วิชานี้เป็นวิชาที่ทำอย่างไรๆ คนอ่านก็ไม่อาจเข้าใจได้เลย) ดูเอาเถิดว่าเราอาจรักหนังสือสักเล่มมากจนอยากให้ผู้เขียนมาเป็นครูสอนเคมีของเราก็ยังได้
"อากาศที่เราหายใจ ประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด แต่ที่สำคัญมากๆ คือ ก๊าซอ๊อกซิเจน ที่ช่วยการเผาไหม้ในร่างกาย ช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ได้
นอกจากอ๊อกซิเจนแล้ว ในอากาศยังมีก๊าซไนโตรเจนในอัตราส่วน อ๊อกซิเจน ๑ ส่วนและไนโตรเจน ๔ ส่วน ไนโตรเจนไม่ได้ช่วยอะไรในการดำรงชีวิตของเรา นอกจากจะช่วยทำให้อ๊อกซิเจนอ่อนฤทธิ์ลง ก็เหมือนกับเอาโซดามาผสมแม่โขง ยังไงยังงั้นแหละครับ"
ในโลกสีคราม ผู้เขียนเล่าถึงเพื่อนพ้องนักดำน้ำได้น่าประทับใจมาก หากคุณเคยอ่าน พันธุ์หมาบ้า ของชาติ กอบจิตติมาแล้ว คงจำได้ถึงผองเพื่อนของนายชวนชั่ว ผู้อ่านจะได้ประทับใจและจดจำเพื่อนในโลกสีครามเหล่านี้เช่นกัน แดนนี่ เคย์ ทำให้เราหวาดเสียวกับการดำน้ำโดยใช้เครื่องช่วยหายใจครั้งแรก นังก้า เบ็ค นักล่าฉลามตาเดียวที่ทั้งเท่และเก่งกาจ แดดดี้ โอ กับความบ้าดีเดือดของเขา และสำคัญที่สุดคือสุภาพบุรุษแห่งโลกสีคราม คริส วิทเทกเกอร์ ที่คุณจะรักเขา
"อะไรก็ตามที่มีพิษ แดดดี้ โอ จะสรรหามาเลี้ยงดูใส่กรงประคบประหงมเป็นอย่างดี จนวันดีคืนดีพวกสรรพสิ่งมีพิษทั้งหลายของแดดดี้ โอ เกิดหลุดจากกรงมาเพ่นพ่าน เล่นเอาพวกเราต้องไล่ตีไล่กระทืบพวกสัตว์เลื้อยคลานพวกนั้นกันแทบแย่กว่าจะปราบมันได้"
ผองเพื่อนเหล่านี้เป็นเพื่อนเก่าแก่ที่เรารู้จักกันมานาน ยาวนานกว่าเพื่อนอีกหลายคน ดังนั้นความรู้สึกรักและผูกพันที่เกิดขึ้นจึงเป็นธรรมชาติ เรารักผู้คนเหล่านี้ได้มากจริงๆ
ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้รักโลกสีครามมาก จึงได้บอกความรักต่อท้องทะเล บอกให้เราดูแลรักษาทะเลของเราไว้ บอกผลร้ายของการทำลายทะเลและปะการัง ความรักเช่นนี้ได้ซึมซับมาแล้วในใจคนอ่านอย่างถาวร หากเด็กๆ หลายคนได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ในวัยเยาว์ ไม่แน่ว่าความรักทะเลจะเกิดกับเขาตั้งแต่เด็ก และอาจเป็นความหวังในการต่อลมหายใจของทะเลไทยให้สวยงามและยั่งยืนสืบไป
"บางทีถ้าคุณรักมันมากพอและคุณมีอำนาจพอที่จะยับยั้งการทำลายของโลกสีคราม คุณอาจจะยับยั้งมันได้ โลกสีครามกำลังจะตาย โลกสีครามกำลังรอคุณอยู่"
นานมาแล้วที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยม "โลกสีคราม" อีกครั้ง แต่แม้จะห่างกันนานสักแค่ไหน ทุกครั้งที่อ่าน ก็ให้รักหนังสือเล่มนี้เหลือประมาณ โลกสีครามเป็นหนังสือที่เขียนดีมาก อ่านสนุกเพลิดเพลิน เฟลิซิตี้อยากแนะนำให้คุณอ่านอย่างยิ่ง ด้วยเราทั้งสองตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่วัยเด็กทั้งคู่
โลกสีครามเป็นหนังสือในใจเรา และอาจเป็นหนังสือในใจคุณได้เช่นกัน ใครได้รู้จักโลกสีครามใบนี้แล้ว จะไม่มีวันลืมโลกแห่งนี้ลงได้ ภายในโลกสีครามนั้นมีความรัก
เป็นรักที่ประทับในใจเราได้ลึกซึ้งนัก
เกี่ยวกับผู้เขียน ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ปีเกิด พ.ศ. ๒๔๘๕ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมที่ออสเตรเลีย และระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิส ในวิชาธรณีวิทยา ทรงมีผลงานกำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก ผลงานเขียนคือ โลกสีคราม, เหี้ย ห่าและสารพัดสัตว์
โลกสีคราม : ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล
สำนักพิมพ์ดวงตา ๘๓๕ หน้า เล่ม ๑ ราคา ๔๕ บาท, เล่ม ๒ ราคา ๔๕ บาท
หน้าปกฉบับพิมพ์โดยแพรว เล่มเดียวจบ ราคา ๒๕๐ บาท
|