* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book เยือกเย็น ร้อนแรง : ท์ซึจิ ฮิโตนาริ, เอคุนิ คาโอริ

Book CoverBook Coverหนังสือชุด Reisei To Jounetsu No Aida (冷静と情熱のあいだ ระหว่างความเยือกเย็นและร้อนแรง) เป็นเรื่องรักโรแมนติกร่วมสมัยของญี่ปุ่น ที่นักเขียนชาย ท์ซึจิ ฮิโตนาริ เขียนสลับกับนักเขียนหญิง เอคุนิ คาโอริ ลงเป็นตอน ๆ ในนิตยสาร เมื่อพิมพ์เป็นเล่มจึงแบ่งเป็นสองเล่ม คือ Blu โดยนักเขียนชาย บอกความเยือกเย็นของผู้หญิงที่ตนรัก และ Rosso จากนักเขียนหญิง บอกความร้อนแรงจากชายคนรัก

ตัวละครเด่นในเรื่องชุดนี้คือ จุนเซ และ อาโออิ เมื่ออายุยี่สิบปี อาโออิฝ่ายหญิงเคยขอสัญญาไว้ว่าในอีกสิบปีข้างหน้า ให้ทั้งคู่มาพบกันที่ยอดมหาวิหารแห่งนครฟลอเรนซ์ อันเป็นสถานที่ๆ อาโออิทราบมาว่าจะผูกใจคู่รักทุกคู่ให้รักกันตลอดไป เมื่อเวลาผ่านไป หนุ่มสาวคู่นี้ต้องแยกทางกันไปด้วยเหตุการณ์บางอย่างในชีวิต แต่ต่างก็อาวรณ์ซึ่งกันและกัน ทั้งคู่ยังจำสัญญานี้ได้ แม้ไม่แน่ใจว่าจะได้พบกันอีกหรือไม่

เยือกเย็น (Blu) จากมุมมองของจุนเซ เผยให้เห็นชายหนุ่มที่เต็มใจจะจมกับอดีต ทั้งเรื่องงานในฐานะนักซ่อมภาพ ที่เขาคิดว่าเป็นงานเดียวในโลกที่ฉุดเวลาที่ผ่านไปแล้วให้หวนคืนมาได้ ทั้งการใช้ชีวิตในนครฟลอเรนซ์ อิตาลี เมืองที่หยุดเวลาภายนอกเอาไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และทุกคนต่างมีชีวิตในอดีต ทั้งเรื่องของหัวใจที่ยังผูกพันกับความทรงจำเก่าๆ ในความรักกับอาโออิ

แม้จุนเซจะบอกว่าการลืมอาโออิไม่ลง ไม่ใช่หมายความว่าชีวิตจะไม่เป็นสุข และไม่ได้หมายถึงการหนีจากโลกความจริง แต่ในใจลึกๆ ของเขากลับ "รู้สึกดีใจที่ได้จมอยู่ในอดีต" อดีตได้กักขังตัวเขาไว้ดังคำบรรยายที่เขาเรียกว่า "พันธนาการ" และ "คำสาป" หากกระนั้น เขาก็ยอมสูญเสียปัจจุบันและอนาคตไปเพื่อรักษาอดีตไว้ สิ่งนี้ทำได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะเมื่อแวดล้อมด้วยสถานที่ที่ผู้คนยอมมีชีวิตในอดีตโดย "พวกเขาไม่มีอนาคตเลยสักนิด"

จุนเซเสียใจและครอบงำกับอดีตตลอดมา เขาเป็นชายหนุ่มโรแมนติกที่อดีตฉุดให้ตัวเองล่องลอยห่างจากปัจจุบันไปทุกที "ผมใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ เหม่อลอยไปวันๆ ทำตัวไม่ต่างจากคนชราผู้เกษียณอายุแล้วและมีเวลาว่างเหลือเฟือ ผมไม่ยอมออกหางานทำ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในห้อง... เปิดวิทยุ นอนฟังดนตรี... ผมทิ้งหัวใจไว้ที่ฟลอเรนซ์เสียแล้ว"

จุนเซหนีโลกแห่งความจริงโดยการอยู่กับความทรงจำของอาโออิ ได้แต่หวังว่าเวลาจะเยียวยา เขาตั้งคำถามว่าคนเราจำเป็นต้องมีชีวิตมุ่งสู่อนาคตด้วยหรือ มีสิ่งที่จำเป็นต้องลงมือทำตอนนี้ ที่ถ้าไม่ทำก็จะสายเกินการด้วยหรือ จุนเซตอบตนเองว่าไม่มีอยู่เลยแม้แต่เรื่องเดียว

คนปกติใช้ชีวิตอย่างจุนเซไม่ได้ แต่จุนเซล่องลอยกับอดีตได้เพราะเขามีปู่ฐานะดีเลี้ยงดู เขาจึงไม่ต้องทำงานและทุ่มเทให้ความโรแมนติกได้เต็มที่ จุนเซนึกภาพอนาคตของเขาไม่ออกเลย เขาเฝ้าใฝ่ฝันถึงอดีตที่เอื้อมไปไม่ถึง และอนาคตที่ไม่อยู่ตรงหน้า หากถึงวันสัญญาที่ฟลอเรนซ์แล้วอาโออิไม่ปรากฏตัวเล่า "มีความเป็นไปได้สูงมากว่าอาจไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นเลยในวันพรุ่งนี้ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็เท่ากับชีวิตสามสิบปีที่ผ่านมาของผมถูกลบทิ้งโดยสิ้นเชิง ผมคงสับสนจนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี คงต้องหันมาเผชิญหน้ากับชีวิตอีกครั้งทั้งๆ ที่จิตใจยังเหม่อลอย" แต่จุนเซทราบดีว่าการเป็นเช่นนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะนี่เป็น "วิถีชีวิตของผม"

ใน ร้อนแรง (Rosso) อาโออิเป็นผู้หญิงที่มากกว่าเยือกเย็น เธอเฉยชา เก็บคำ เก็บความรู้สึก นิ่งอยู่ในตนเอง อาโออิเป็นคนที่ใส่ใจวัตถุรอบตัวพอใช้ เธอจึงบรรยายรายละเอียดของวัตถุรอบตัวตลอดเวลา (กระดุมข้อมือสีเงินรูปเรือยอร์ช แก้วไวน์มีหยดน้ำเกาะ เสื้อเชิ้ตลงแป้งรีดเรียบ มือเรียวยาวขาว น้ำแข็งก้อนใหญ่ชุ่มฉ่ำสะท้อนเป็นประกาย รถจากัวร์ นาฬิกาแท็ค ฮอยเออร์) และเธอใส่ใจคอยเติมความอ่อนหวานน่ารักให้สิ่งของรอบตัวเสมอ (กลิ่นหวานอ่อนๆ จากบุหรี่ กลิ่นหวานของฝน เสียงร้องหวานน่ารัก กลิ่นหวานชื้นของท้องฟ้ายามค่ำคืน พระจันทร์สีเหลืองคัสตาร์ด เหล้าหวาน ลิเกอร์หวาน) อาโออิเป็นความจืดชืดเรียบง่าย เธอใช้ชีวิตเป็นกิจวัตรกับการอ่านหนังสือและนอนแช่น้ำอุ่น อาโออิทราบดีว่าวันคืนและโลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป มีแต่เธอที่หยุดนิ่ง "ข้อเสียของการอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย ก็คือความทรงจำมันจะไม่ไหลผ่านเราไป ถ้าฉันอยู่นิ่ง ความทรงจำก็จะหยุดนิ่งตามไปด้วย"

อาโออิแนบแน่นกับความทรงจำต่อจุนเซ แม้ว่าเธอจะมีผู้ชายแสนดีอย่างมาร์ฟข้างกาย มาร์ฟเป็นชายอเมริกัน ตัวใหญ่ "มีไหวพริบ ฉลาดหลักแหลม ชนิดที่ว่ามองก็รู้ทันทีว่าเป็นคนอเมริกัน" มาร์ฟมีกลิ่นหอมของสบู่ ร่ำรวยและมีความเป็นอยู่หรูหรา อาโออิก็รักมาร์ฟ (หน้า ๕๘) การใช้ชีวิตอยู่กับมาร์ฟเป็นความเรียบง่ายลงตัว ไม่มีอะไรขาดเกิน มาร์ฟเป็นชีวิตชีวาของเธอ แต่เธอยังคิดถึงจุนเซตลอดเวลา

อาโออิจึงแยกทางกับมาร์ฟในเวลาต่อมา เธอยังคิดถึงมาร์ฟไม่น้อยและหวนหาความหรูหรามีรสนิยมต่างๆ ที่เคยมี มาร์ฟมีอพาร์ตเมนท์หรูหราที่ตกแต่งอย่างคลาสสิกในฟลอเรนซ์ โดยมีคนมาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง แม้แต่รถจากัวร์ของมาร์ฟก็มีกลิ่นที่ส่อว่าตกแต่งอย่างหรูหราโอ่โถง เธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชั้นดีที่มาร์ฟเลือกให้ แต่เมื่ออาโออิแยกมาอยู่คนเดียว เธอต้องดื่มอมาเล็ตโตจากแก้วธรรมดาแทนที่จะเป็นแก้วเจียระไนเนื้อดี ชีวิตใหม่ทำให้อาโออิรำพึงว่า "เหล้าอมาเล็ตโต เวลาดื่มจากแก้วคริสตัลก็อร่อยกว่าดื่มจากแก้วธรรมดามาก"

ชีวิตใหม่ของอาโออิเปลี่ยนไปมาก ดังที่เราได้ทราบจากเธอว่าห้องอาบน้ำก็ไม่มีภาพถ่ายของไอซิสอีกแล้ว ไม่มีผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนุ่ม มีแต่ห้องที่สีบนผนังลอกเป็นแห่งๆ "ผ้าขนหนูสีชมพูไร้รสนิยมผืนนั้น" ที่ "ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองเลือกสีอย่างนี้มาได้อย่างไร" เธอไม่มีดอกไม้ประดับในห้องอีกแล้ว ไม่ได้ขับรถเบนซ์ แต่เปลี่ยนเป็นรถเฟียตมือสองสีเขียวมอส

ทั้งจุนเซและอาโออิรู้ว่ามีแต่อีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้นที่จะเข้าใจตนเองได้ อนาคตที่ต่างรอคอยจึงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจไว้ว่ายังมีความหวัง ไม่ว่าจะริบหรี่เพียงใดก็ตาม

"ที่สำหรับคนเราน่ะนะ มันก็อยู่ในจิตใจใครสักคนเท่านั้นแหละ" -- ร้อนแรง

จุนเซได้ตระหนักในที่สุดว่าคนเราควรใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน แต่สิ่งที่เขาทำก็คือการไขว่คว้าอดีตให้กลับมา ผู้ที่โหยหาอดีต จะเป็นไปได้ก็เพราะสิ่งที่ไขว่คว้านั้นมาไม่ถึง จึงทำให้ความโหยหาดำรงอยู่ได้ แต่หากจุนเซได้ทุกสิ่งที่ต้องการแล้ว เขาจะเหลือความถวิลหาอันใดต่อไป ชีวิตที่อยู่กับอดีตตลอดมาต้องถูกกระชากให้ดำรงกับปัจจุบันที่เขาไม่คุ้นชิน จะน่าหนักใจสักเพียงไหนว่าจุนเซจะหลงเหลืออะไรให้โรแมนติกอีกต่อไป

อดีตเป็นความสวยงามได้เพราะคนเราเลือกจำสิ่งที่อยากจำ (อาโออิเฝ้าคิดว่า "ทั้งที่เรารักกันมากขนาดนั้น" จุนเซเคยปรารภว่า "ผมกับอาโออิเคยเลิกกันแล้วก็กลับมารักกันใหม่หลายหน การที่เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกทำให้เกิดช่องว่างขึ้น") แต่ปัจจุบันจะทำให้ความจริงทั้งหมดกลับมาตรงหน้า การอยู่กับผู้หญิงที่เก็บงำความรู้สึกอย่างอาโออิอาจทำให้เขาหวนคิดถึงลูกแมวน้อยที่ร่าเริงเปิดเผยอย่างแฟนคนล่าสุดของเขาก็เป็นได้ ส่วนอาโออิที่นิ่งเงียบ ไม่บอกไม่กล่าวความรู้สึกในใจตน แม้จะบอกรักก็บอกเป็นรหัสลับที่ไม่มีใครไขปริศนาออก ถึงอาโออิจะอายุสามสิบแล้ว เธอก็ยังไม่สามารถบอกความรู้สึกในใจได้ตรงไปตรงมา ได้แต่อมพะนำและเฝ้าคิดว่าตัวเองสูญเสียและถูกทอดทิ้งอยู่เรื่อยไป น่าสงสัยว่าหากจุนเซหวนกลับมา เธอจะออกจากกาลเวลาที่หยุดนิ่งในใจตนได้หรือไม่ ในชีวิตจริงที่ไม่มีความหรูหราน่าใฝ่ฝัน เธอจะลืมมาร์ฟได้หรือไม่ จุนเซของอาโออิเคยเป็นคนที่ "มุ่งไปแต่ข้างหน้า เปี่ยมล้นด้วยพลัง เขามีสิ่งที่ฉันไม่มี" แต่บัดนี้ทั้งคู่อยู่สภาพเฉื่อยเช่นเดียวกัน อาโออิจะยังรักจุนเซที่ฝังตัวกับอดีตได้หรือไม่ บางทีคนทั้งคู่อาจมีความสุขกับการใช้ชีวิตเฝ้าคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้ว มากกว่าการอยู่กับปัจจุบันก็เป็นได้

ข้อด้อยของหนังสือชุดนี้คือข้อที่สร้างจุดเด่นให้กับเรื่องนั่นเอง เรื่องนี้จะพาผู้อ่านไปสู่โลกแห่งความโรแมนติกที่ห่างไกลจากชีวิตจริง ท่ามกลางบรรยากาศสถานที่และตัวละครที่รื่นรมย์ใจน่าใฝ่หา นวนิยายชุดนี้เป็นความโรแมนติกสมัยใหม่ อ่านเพลินจากมุมมองที่สะท้อนค่านิยมตะวันออกรุ่นใหม่ ตัวละครในเรื่องไม่มีอาการร้ายสุดขีดหรือดีสุดโต่ง จนทำให้เกิดปมสำคัญของเรื่องเหมือนอย่างนวนิยายไทยตามขนบ การอ่านเรื่องนี้จึงน่าติดตาม โดยเฉพาะผู้อ่านในอารมณ์ที่อยากโรแมนติกน่าจะถูกใจมาก เรื่องชุดนี้สร้างความบันเทิงใจแบบเบาสบายได้ไม่น้อย ผู้อ่านที่สนใจน่าจะอ่านเรื่อง เยือกเย็น ก่อน เพราะโดยรวมแล้วเขียนดีและน่าติดตามมากกว่า (ไม่ว่าผู้อ่านจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม) อีกทั้งจุนเซเป็นตัวละครที่น่าผูกใจกว่าอาโออิ

เรื่องทั้งสองจบลงในเวลาที่เหมาะสมให้เราคาดเดาอนาคตเอาเอง เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่ตัวละครทั้งคู่ไม่เคยอยากรู้
 

เกี่ยวกับผู้เขียน เอคุนิ คาโอริ 江國 香織 เกิดปี 1964 ที่โตเกียว มีผลงานเขียนได้รับรางวัลมากมาย ผลงานแทบทุกเล่มได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์กับละครทีวี

เกี่ยวกับผู้เขียน ท์ซึจิ ฮิโตนาริ 辻 仁成 เกิดปี 1959 ที่โตเกียว เป็นนักเขียน กวี ศิลปินเพลงร็อค ดีเจ ช่างภาพ ผู้กำกับภาพยนตร์ มีผลงานเขียนได้รับรางวัลหลายเล่ม นวนิยายหลายเรื่องได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ รวมถึงเรื่อง Blu ด้วย

Book CoverBook Coverเยือกเย็น : ท์ซึจิ ฮิโตนาริ (สมเกียรติ เชวงกิจวณิช แปลจากภาษาญี่ปุ่น)
ISBN 974-90744-8-3 อิมเมจ ๒๔๑ หน้า ๑๖๕ บาท (๒๕๔๕)

ผมไม่เคยมีชีวิตเพื่ออนาคตเลย ... มนุษย์ทุกคน จำเป็นต้องมีชีวิตมุ่งสู่อนาคตจริง ๆ หรือ
ท์ซึจิ ฮิโตนาริ

Book CoverBook Coverร้อนแรง : เอคุนิ คาโอริ (ขวัญใจ แซ่คู แปลจากภาษาญี่ปุ่น)
ISBN 974-90744-7-5 อิมเมจ ๒๕๒ หน้า ๑๖๕ บาท (๒๕๔๕)

โลกยังคงเคลื่อนต่อไป ขณะที่ตัวฉันยังคงหยุดนิ่ง
เอคุนิ คาโอริ

Copyright © 2003 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๖