| ทำในจีน : ศิริลักษณ์ เอกอุกฤษฎ์กุล
read by O |
มีคนใจดีนำหนังสือกองหนึ่งมาให้อ่าน หลังจากพิจารณาอยู่สักพักว่าจะอ่านเล่มไหนดี ก็เกิดภาพรวมของคนไม่ค่อยพบไม่ค่อยเจอหนังสือไทยนานนานดังนี้ หนึ่ง หนังสือส่วนใหญ่มีหน้าปกและอาร์ตไดเรคชั่นภายในสวยงาม ชวนอ่าน สอง ทั้งสำนักพิมพ์และคนเขียนผุดเกิดอย่างกับดอกเห็ดที่ได้สัมผัสกับดินและน้ำอันอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้น เป็นนิมิตหมายที่ดีว่าเมืองไทยมีการอ่านหนังสือเยอะและกระจายวงกว้างขึ้น ประโยชน์ก็ตกกับผู้อ่านเองในฐานะผู้มีสิทธิ์เลือกอ่านเอาตามใจชอบ สาม เนื้อหาหนักไปทางบทความและเรื่องสั้น โดยมีเทรนด์การเขียนไปในทิศทางเดียว หรือเปล่า? (คำว่าเทรนด์ มาจาก trend ที่ใช้ในแฟชั่น ทรงผม เพลง) เรื่องนี้พิจารณาจากความบกพร่องของผู้อ่านเพียงคนเดียว เนื่องจากไม่สามารถแยกออกในบางประเด็นก็เลยตั้งคำถามเอาไว้ อย่างไรเสีย นี้เป็นการพิจารณาในระยะสั้นที่หาความเชื่อถือแน่นอนไม่ได้เพราะไม่ได้อิงกับอะไร (นอกจากการเลือกหนังสือของผู้ให้ยืม) ในที่สุดก็คิดเอาว่า..อ่านเรื่องไหนแล้วสบายใจก็เลือกอ่านเล่มนั้นแล้วกัน
"ทำในจีน" หรือ "เมดอินไชน่า" เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนช่วงหนึ่งของผู้เขียน ศิริลักษณ์ เอกอุกฤษฎ์กุลได้ไปศึกษาต่อด้านภาษาจีนในเมืองปักกิ่ง หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือชวนท่องเที่ยวจึงไม่มีคู่มือประกอบการเดินทางกับแผนที่ และมิใช่บันทึกประจำวันจึงไม่มีเรื่องเล่าซ้ำไปซ้ำมาชวนเหงา ตัวหนังสือแบ่งออกเป็น 15 บท ใช้ชื่อบทจากคำนามง่ายๆ เช่น ลม ที่พัก น้ำแข็ง ฟ้า จักรยาน เป็นต้น โดยเนื้อหาเรียงร้อยตั้งแต่ต้นเดินทางไปจนกระทั่งลาจากประเทศจีน ที่น่าสนใจคือ วิธีเล่าอันเป็นเสน่ห์ที่สามารถสอดแทรกความอลังการของวัฒนธรรมจีนผ่านสายตาเล็กๆของเด็กหญิงคนหนึ่ง เด็กหญิงหง่าวในท้องเรื่องมิได้มีความเล็กในมุมมองต่อสิ่งต่างๆเลย กลับตระหนักดีถึงธรรมชาติของโลกอันกว้างใหญ่และความเป็นฝุ่นละอองของมนุษย์ เรื่องราวในหนังสือจึงมีเกร็ดที่มีคุณค่าและเป็นการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน อีกประการหนึ่งก็คือเด็กหญิงหง่าวมีอารมณ์ขันดี และเป็นอารมณ์ขันที่ไม่ทำให้ใครต้องฝืนยิ้ม ทะเลสาบขุดโดยมนุษย์ลึกสามเมตร กว้างไกลสุดลูกตา กลายเป็นน้ำแข็งสีม่วงอ่อนเมื่อสะท้อนเงาของท้องฟ้าไล่ไปจนถึงสีส้มของพระอาทิตย์ ที่กำลังคล้อยลงทางทิศตะวันตก สองหนุ่มสาวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เหยียบลงบนพื้นผิวทะเลสาบ มันลั่นลื่นแต่ยังพอจะเดินได้ สองคนจูงมือกันไว้ค่อยๆเดินไปถึงจุดที่คนน้อยที่สุดแล้วนั่งลงบนพื้นน้ำแข็ง ชมพระอาทิตย์อัสดง หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วไม่เกิดอาการเวียนหัวอย่างที่ทางสำนักพิมพ์เกริ่นเอาไว้ในตอนต้น เด็กหญิงหง่าวกลับเล่าเรื่องด้วยตัวอักษรที่ชัดเจนในถ้อยคำ ตรงตัว ไม่เปลื้อง อ่านง่ายและเพลิดเพลินไปจนจบเล่ม และที่ชอบใจในรายละเอียด คือหนังสือเล่มนี้พิมพ์แทบไม่ผิดเลย (ยกเว้นคำเดียวหน้า ๑๗๕) มีคนเคยบอกว่าซื้อหนังสืออย่าดูแต่หน้าปกเพียงอย่างเดียว คุณค่าของหนังสือแต่ละเล่มอยู่ที่เนื้อหา ซึ่งมีแต่นักอ่านที่จะเป็นคนค้นพบคุณค่าดังกล่าวด้วยการลองอ่าน.. เรื่องนี้เองก็เกือบไปแล้ว
เกี่ยวกับผู้เขียน ศิริลักษณ์ เอกอุกฤษฎ์กุล ไม่มีประวัติของผู้เขียนนอกจากสิ่งที่สำนักพิมพ์เล่าว่าเป็นน้องของเพื่อน แต่ตัวหนังสือในเล่มก็สามารถสื่อความเป็นผู้เขียนได้ดี ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการพัฒนานักออกแบบ Talent Thai 2010 ในแบรนด์ YENNDESIGN ทำในจีน : ศิริลักษณ์ เอกอุกฤษฎ์กุล
ด.ญ.หง่าวลงทุนเรียนกับคุณครูที่มาเปิดสอนวิชาตัดกระดาษที่มหาวิทยาลัย.. ครูจบจากมหาวิทยาลัยศิลปะปักกิ่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทางด้านศิลปะของจีน ตอนแรกเรียนเจ็ดแปดคน เรียนไปเรียนมาเหลือสองคน คือ ด.ญ.หง่าวและเด็กเกาหลี ด.ญ.หง่าวสงสารคุณครูว่ามาสอนแค่สองคนแค่นี้ ได้เงินคุ้มค่าสอนเหรอ |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ |