อเลซซานโดร บาริกโกยังคงเขียนหนังสือได้เป็นเอกลักษณ์ คือต้องอ่านด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษในการติดตามความคิดของตัวละครในหนังสือ ไม่อย่างนั้นแล้วคนอ่านจะรู้สึกเหมือนว่ายน้ำท่ามกลางมหาสมุทร แต่ที่มีเสน่ห์และมหัศจรรย์กับจินตนาการคือ บางทีคุณรู้สึกว่าต้องว่ายน้ำพร้อมกันหลายๆครั้งและต้องว่ายให้ถึงฝั่งด้วยความอยากรู้ หนังสือเล่มที่แล้วของบาริกโก Ocean Sea เล่าเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาจากต่างที่มาอยู่ในโรงแรมริมทะเลแห่งหนึ่ง เพราะเชื่อว่าทะเลจะสามารถรักษาปัญหาของแต่ละคนได้ ผมชอบหนังสือเล่มนั้นเพราะอ่านแล้วเหมือนฟังเสียงดนตรี ภาษาได้รับการแปลอย่างสวยงาม มีจังหวะจะโคนแม้จะเต็มไปด้วยสัญลักษณ์เปรียบเทียบ จะว่าไปแล้วเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าตัวหนังสือของบาริกโกเป็นอย่างไร คงจะเหมือนกับหนังที่ดัดแปลงมาจากหนังสือของเขาเรื่อง The Legend of 1900 คือรู้ว่าชอบ แต่บอกไม่ถูกว่าชอบอะไร..
City เปิดเรื่องด้วยบทสนทนาประหลาดทางโทรศัพท์ของแชทซี่ เชล พนักงานตอบรับความเห็นของบริษัทซีอาร์บีกับกูลด์ เด็กผู้ชายอายุ 13 ขวบ บริษัทซีอาร์บีเป็นผู้พิมพ์การ์ตูนยอดฮิตของฮีโร่ เบลโล แมค หมอฟันผู้ใช้น้ำลายปกป้องโลกจากการพวกวายร้าย ทางบริษัทอยากทราบว่า ถ้ามามี่ เจน แม่ของพระเอกตายไป คนอ่านจะรู้สึกอย่างไร? กูลด์ไม่ได้บอกความเห็นกับแชทซี่ แต่เขากลับบอกว่าจะมีผู้ชายร่างยักษ์-ดีเซล กับผู้ชายร่างเล็กไร้เสียง-พูมเมอร์แรง เข้าไปที่บริษัทและทำลายข้าวของ กูลด์พยายามจะบอกว่าสองคนนี้เป็นคนดี การพูดคุยหนนี้ทำให้ทั้งสองรู้จักกันและทำให้แชทซี่ตกงาน จนเธอต้องกลายมาเป็นผู้ดูแลชีวิตของกูลด์
บาริกโกบอกว่าเขาเขียน City ด้วยความรู้สึกอยากจะพาคนอ่านเดินเข้าไปในเมือง ตัวละครเปรียบเสมือนถนน หนังสือเล่มนี้จึงเต็มไปด้วยผู้คนและเรื่องเล่าต่างๆสลับสับเปลี่ยน มีทั้งช่างตัดผมที่ตัดผมฟรีในวันพฤหัส นักบาสผิวดำผู้ไม่เคยพลาดทำคะแนน คนขับรถเมล์ นักบอล อาจารย์ ผู้คนซึ่งดำเนินชีวิตแวดล้อมไปด้วยแสง สี เสียงที่ปรากฎแลเห็นได้ง่ายแบบในเมือง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อ่านตอนแรกๆบางทีก็งง ไม่รู้ใครเป็นใครเพราะมีทั้งเรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่า บาริกโกปล่อยให้ตัวละครพูดยังกับรถไฟวิ่งโดยที่คนอ่านยังไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าใคร แล้วพูดถึงเรื่องในจินตนาการหรือเรื่องจริงในหนังสือ จนผมนึกว่าได้เจอสตีเฟ่นใน Ulyssess อีกรอบซะแล้ว (หลายคนบอกว่าหนังสือของจอยส์เล่มนี้ดีมาก ผมก็ยอมรับว่าดี ดีจนผมอ่านจบก็ยังไม่รู้เรื่อง) แต่ City อ่านง่ายกว่านั้นพอผ่านไปสักพัก เริ่มจับความและเรื่องของตัวละครหลักได้ กลับพบว่าหนังสือเล่มนี้ออกจะเศร้าลึกๆทั้งที่บาริกโกเขียนให้สนุกและตลกดี กูลด์นั้นเป็นเด็กอัจฉริยะ เขาได้รับรางวัลโนเบิลไพรซ์ โดยถูกค้นพบตอนอายุหกขวบว่ามีไอคิวสูงผิดปกติ เขาถูกนำไปทดสอบ ศึกษาและได้รับจ้างให้เรียนหนังสืออย่างเดียว เขาจบมหาวิทยาลัยตอนอายุได้สิบเอ็ดปี ในสาขา Theoretical Physics แต่ที่น่าเศร้าใจก็คือเขาต้องอาศัยอยู่คนเดียว ถึงพ่อของเขาจะคอยส่งเงินมาดูแลแต่พ่อไม่เคยมาหา พ่อทำงานในกองทัพโดยย้ายไปอยู่เมืองอื่นพร้อมกับแม่ที่ป่วยเป็นโรคประสาทอยู่แต่ในโรงพยาบาล
ชีวิตของกูลด์เงียบเหงา เขาไม่มีอิสระ ไม่เคยเป็นเด็ก และไม่อยากพูด เขามีบรรดาอาจารย์และห้องเรียนเป็นเพื่อน กูลด์มีเพื่อนในจินตนาการอีกสองคนคือดีเซลกับพูมเมอร์แรง ซึ่งสองคนนี้เป็นเสมือน ego สะท้อนความคิดลึกๆของเขาที่มีต่อโลก เขามีเรื่องราวจินตนาการเป็นของตัวเองอีกเรื่องหนึ่ง ชีวิตของลาร์รี่-นักมวย ซึ่งจะดำเนินเรื่องตลอดเล่มทุกครั้งที่กูลด์เข้าห้องน้ำ จนกระทั่งเขามาเจอแชทซี่ เชล ที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้ดูแล แชทซี่เป็นผู้หญิงธรรมดา ปากร้าย ออกจะตลกแต่กลับเข้าใจกูลด์มาก เธอพกรูปสองรูปในกระเป๋าตลอดเวลา รูปหนึ่งคือรูป Eva Braun ผู้หญิงของฮิตเลอร์ กับรูปของ Walt Disney ซึ่งคุณต้องตามอ่านกันเองว่ามีความหมายกับเธออย่างไร รวมทั้งนิทาน Western ของเธอด้วยเพราะจะทำให้คุณหัวเราะ (มีอีกฉากหนึ่งในหนังสือตอนที่เธอกับกูลด์ไปร้านแฮมเบอร์เกอร์ เป็นฉากที่เสียดสีสังคมในเมืองได้ดี) จนกระทั่งวันหนึ่งกูลด์ต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองหนึ่งเพื่อการศึกษา เขาออกเดินทางไป แต่เขาหายตัวไปเลย แชทซี่บอกพ่อของกูลด์ว่าไม่ให้ตาม ให้ปล่อยเด็กน้อยคนนี้ไป เรื่องราวครึ่งหลังของหนังสือเต็มไปด้วยความสนุก เพราะเราจะรู้เรื่องครอบครัวเขามากขึ้น ได้รู้จักแม่ของเขา และได้พบความคิดแปลกๆที่ไม่ต่างกับเวลาเรามองภาพแสนสวยของเมืองๆหนึ่ง
เกี่ยวกับผู้เขียน Alessandro Baricco
อเลซซานโดร บาริกโก เกิดที่เมืองตูรินปี 1958 เป็นชาวอิตาลี บาริกโกจบการศึกษาเกี่ยวกับดนตรีและปรัชญา มีผลงานเป็นที่รู้จักคือ Castles of Anger (1991), Ocean Sea (1993-แปลเป็นภาษาอังกฤษทีหลัง Silk) และ Silk (1996) เล่มหลังได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆมากกว่าสามสิบภาษารวมทั้งภาษาไทย ซึ่งแปลโดยคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ใช้ชื่อหนังสือว่า ไหม ส่วนบทละครเรื่อง Novencento ของเขาถูกดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์เรื่อง The Legend of 1900 ของ Giuseppe Tornatore (ผู้กำกับ Cinema Paradiso) นำแสดงโดยทิม รอธ ปัจจุบันบาริกโกกำลังดัดแปลง Silk ให้กลายเป็นบทภาพยนตร์
City: Alessandro Baricco, Translated by Ann Goldstein
ISBN 0-241-141014, 2001, Hamish Hamilton £14.99,
342 pages
From the time she was six, Shatzy Shell had been working on a Western. It was the only thing she truly cared about, in life. She thought about it constantly. When good ideas came to her, she turned on her portable tape recorder and spoke them into it. She had recorded hundreds of tapes. She said it was a wonderful Western. p.42
City
. Alessandro Baricco
Copyright © 2001 faylicity.com