* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book I, CLAUDIUS : Robert Graves
read by SleepyO

Book Coverโรเบิร์ต เกรฟส์เป็นกวีชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงเมื่อต้นศตวรรษที่ยี่สิบ และได้รับการยกย่องไล่ๆ กับดับเบิลยู เอช. ออเด้น คนเขียน Funeral Blues ที่เรารู้จักกันดี (กลอนบทหลังนี้ถูกบันทึกไว้ในภาพยนตร์เรื่อง Four Wedding and a Funeral) ตอนเป็นเด็กถ้ามีการให้ท่อง Stop all the clocks, cut off the telephone เมื่อไร คุณครูผู้สอนอีกคนก็จะหาบทกลอนของเกรฟส์มาให้ท่องประกอบไปเพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้า เพราะเขาเชื่อว่าเกรฟส์ที่มาก่อนออเด้นเล็กน้อยนั้นทั้งเก่งและน่าจดจำกว่า ผมจำได้อยู่บทหนึ่งเพราะมันสั้นที่สุด เขาว่าไว้อย่างนี้ She tells her love while half asleep, In the dark hours, With half words whispered low; As earth stirs in her winter sleep, And puts out grass and flowers, Despite the snow, Despite the falling snow. ท่องจบก็หลับเป็นสุขพอดีพร้อมๆ กับเสียงครวญที่เบาบางลงในยามค่ำคืน..

เกรฟส์จึงเป็นกวี กวีที่เราเห็นหน้าบ่อยๆ พร้อมคิ้วขมวดที่ข้างฝา และถึงแม้เราจะมาเรียนรู้ในภายหลังว่าเขาได้เขียนงานในเชิงวรรณกรรมไว้หลายชิ้น แต่นี้ก็ไม่ได้ทำให้เราอยากจะอ่านงานของเขามากไปกว่าที่เคยเรียน แล้วผมก็เชื่อเองอยู่อย่างตอนนั้นว่านักเขียนคนไหนทำงานในด้านใดแล้วประสบผลสำเร็จแล้วก็ไม่น่าจะสามารถเขียนงานในอีกด้านหนึ่งดีกว่าสิ่งที่เขาถนัด เหมือนอย่างจอร์ช เบอร์นาร์ด ชอว์เป็นนักเขียนบทละครมือฉมัง เป็นนักวิจารณ์ปากคมที่มีความเชี่ยวชาญดนตรี ปรัชญา ประวัติศาสตร์ แต่ถ้าลองไปอ่านงานที่เป็นนิยายก็จะเห็นว่าเทียบไม่ได้เท่ากับตัวบทละครและบทวิจารณ์เลย ยกเว้นเราจะนึกเล่นว่าไม่แน่เหมือนกัน วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์อาจจะเขียนนิยายเก่ง หรือชาร์ล ดิกเค่นน่าจะเป็นเขียนกลอนได้สนุกกว่าบทประพันธ์

I, Claudius เป็นวรรณกรรมที่เกรฟส์เขียนไว้เมื่อปี 1934 เขาเล่าว่าไม่ถนัดงานเขียนในรูปแบบนวนิยาย แต่ที่เขียนขึ้นเนื่องจากต้องการจะหาเงินเลี้ยงชีพบ้าง เพราะหนังสือวรรณกรรมมักจะขายได้มากกว่าบทกวีนัก หนังสือเล่มนี้ก็ขายดีๆ จริงในยุคนั้น ถูกทำเป็นละครซีรีย์อันโด่งดังของบีบีซีในช่วงยุค70 และได้รับการยกย่องให้เป็นหนังสือคลาสสิคควรอ่านมาจนปัจจุบัน ในรายชื่อหนังสือดีหนึ่งร้อยเล่มของโมเดิร์น ไลบรารี่ในอเมริกา หนังสือ ไอ,คลอดิอุส(หรือ คลอเดียส) ติดอันดับที่สิบสี่ และเกรฟส์เป็นกวีคนเดียวในรายชื่อที่มีงานติดอันดับประเภทวรรณกรรม หนังสือเล่มนี้เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีรายละเอียดในเนื้อเรื่องมาก จนขณะอ่านก็ต้องทำแผนภูมิต้นไม้เพื่อจดจำรายชื่อตัวละครจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร และความสนุกที่ทำให้วางไม่ลงคือวิธีเล่าของเกรฟส์ เขาฉลาดที่เขียนประวัติศาสตร์ในรูปนวนิยาย เพราะมันทำให้เรื่องที่ต้องอิงกับหลักความจริงมีมิติขึ้น มีอารมณ์ความลึกของตัวละคร มีแรงจูงใจมีเหตุผลจนคนอ่านเกิดอารมณ์คล้อยตามหนังสือได้ง่าย

คลอดิอุสเป็นจักรพรรดิ์ของอาณาจักรโรมันในช่วงระหว่างปี 41 A.D. จนถึงปี 54 A.D. (Anno Domini -ปีคริสต์ศักราช) เขาเกิดเมื่อปี 10 B.C. (Before Christ - ก่อนคริสต์กาล) แต่ที่น่าสนใจในแง่ประวัติศาสตร์เอง คือ คลอดิอุสเป็นจักรพรรดิ์ที่แตกต่างจากกษัตริย์องค์อื่น เขาเป็นคนพิการเดินไม่ค่อยดี(ตอนเด็กต้องนั่งแต่รถเข็น)แถมยังติดอ่าง และไม่ได้รับความสนใจเอาใจใส่จากใครนักแม้จากคนในครอบครัวเอง เขาไม่อยู่ในรายชื่อของผู้จะมีโอกาสครองกรุงโรมด้วยซ้ำ และด้วยความพิการแสร้งโง่ (half wit -ใช้สมองครึ่งเดียว) ก็ทำให้เขารอดพ้นจากความหวาดระแวงของคนอื่นๆ และเครือญาติที่แสวงหาแต่หนทางที่จะครองบังลังก์โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมใดใด คลอดิอุสเป็นคนเล่าอัตชีวประวัติของตนเองโดยเริ่มตั้งแต่ต้นตระกูล Claudian ในสมัยนั้น ตระกูลคลอเดียนเป็นตระกูลเก่าแก่ที่เคยก่อตั้งอาณาจักรโรมันในสมัยโรมุลุส คลอดิอุสบอกว่าตระกูลนี้เปรียบเป็นผลไม้ก็มีอยู่สองชนิด คือ apple กับ crab (แคร็ป เป็นแอปเปิลป่าผลเล็กชนิดหนึ่งที่ก้นเปรี้ยว) แล้วพันธุ์คลอเดียนประเภทลูกแคร็ปก็มักจะโดดเด่นเหนือกว่าผลแอปเปิลดีเสมอ ปู่ของคลอดิอุสเป็นคลอเดียนที่ดี เป็นหนึ่งในทหารคนสนิทของจูเลียส ซีซาร์ ร่วมกับมาร์คัส แอนโทนิอัส (หรือ มาร์ค แอนโทนี่ที่ไปหลงรักนางคลีโอพัตราในอียิปต์) และลูกชายบุตรบุญธรรมของซีซ่าร์ที่ชื่อว่าออกัสตุส (ซึ่งว่ากันว่าเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์ซีซาร์) แต่หลังจากที่ซีซาร์สิ้นลง มาร์คแอนโทนี่ก็แตกกับออกัสตุส และเมื่อแอนโทนี่ทิ้งนางออตาเวียร์ (น้องสาวคนเดียวของออกัสตุส) ภรรยาของตนไปแต่งงานกับนางคลีโอพัตรา ทั้งสองก็ถึงขนาดส่งทหารไปรบกัน ส่วนปู่ที่แท้ของคลอดิอุสนั้นเป็นคนไม่ทะเยอะทะยานอยาก เมื่อลิเวีย ย่าของคลอดิอุสยุให้ปู่รวบอำนาจในกรุงโรมแต่ยุไม่สำเร็จ จึงออกอุบายหลอกออกัสตุสให้หลงเสน่ห์ หลังจากนั้นก็บอกว่าท้อง จนปู่ต้องยอมหย่า แล้วลิเวียก็แต่งงานกับออกัสตุส โดยที่ลูกในท้องที่แท้เป็นลูกของปู่คือ Drusus พ่อของคลอดิอุส (แม่ของคลอดิอุสชื่อ พระนางแอนโทเนีย ลูกของคลีโอพัตรากับมาร์คแอนโทนี่ ที่ออตาเวียนำมาเลี้ยงเมื่อสิ้นแอนโทนี่) ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิ์ออกัสตุสจึงเป็นปู่โดยกฎหมายแก่เครือญาติของตระกูลคลอเดียนที่สืบต่อมา

ลิเวียเป็นคลอเดียนที่ร้ายที่สุดและเป็นคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเรื่อง เจ้าเล่ห์เพทุบายพอๆ กับพระนางซูสีไทเฮาของจีน นางใช้สมองปั่นหัวสามีเพื่อการเถลิงอำนาจของตน ทำทุกอย่างแม้แต่การฆ่าลูกฆ่าหลาน ขจัดคนที่ขวางทางโดยมือมิได้เปื้อนเลือดสักหยด เรื่องนี้ยิ่งเล่าจะยิ่งยาว สนุกจนสามารถหยิบยกมาเล่าได้ทุกตอนแล้วบางตอนคนอ่านก็อาจจะช็อคเอาได้ง่ายๆ ด้วยความคาดไม่ถึง ถ้าเราทำความเข้าใจในเรื่องจินตนาการที่เสริมเติมแต่งในรูปแบบนวนิยายได้ ก็จะเห็นว่าเรื่องนี้จัดเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่สนุกที่สุดตั้งแต่เคยอ่านมา คลอดิอุสเล่าเรื่องอย่างถ่อมตนและมีอารมณ์ขันกับชะตากรรมของตัวเองเสมอ แม้จะโดนกดขี่จากทุกคนตั้งแต่เด็กที่มีแต่คนรังเกียจ (เพราะเกรงว่าจะทำให้อับอาย เขาจึงไม่เคยออกสังคมเท่าไหร่ ไม่เคยแม้แต่จะได้ร่วมโต๊ะทานข้าวกับปู่และย่าพร้อมหน้าสักครั้ง) เขากลับกลายเป็นคนจิตใจดี เป็นนักวิชาการที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์และฉลาดเฉลียวเอาตัวรอดจากภัยรอบตัวได้ (ต่อจากจักรพรรดิ์ออกัสตุส มีกษัตริย์อีกสองพระองค์ขึ้นครองราชย์ คือ ทิเบอริอุสผู้เป็นลุง กับคัลลิกูลาหลานจอมโหดของคลอดิอุส) เกรฟส์ยังจำลองภาพอาณาจักรโรมันอย่างถี่ถ้วนไม่ว่าจะครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการสงครามเพื่อขยายอำนาจ อ่านหนังสือเล่มนี้จบก็เรียนรู้อะไรที่เป็นความรู้และแปลกดี อย่างเช่นคนโรมันเขาแต่งแต่งหย่าหย่าเป็นว่าเล่นยิ่งกว่าคนสมัยนี้อีก แล้วผู้หญิงก็ต้องมีสินทรัพย์มาให้ผู้ชายก่อนแต่ง และผู้ชายก็มีสิทธิ์คืนสินทรัพย์ หย่าโดยไม่ต้องบอกเหตุผลกับสาธารณะ หรืออย่างเรื่องการปกครองในสภาของพวกวุฒิสมาชิกว่าออกเสียงกันอย่างไร เรื่องทาสและกลาดิเอเตอร์ที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์ สุดท้ายเผื่อใครอยากจะหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน อยากจะเตือนว่าควรเตรียมหนังสือที่เป็นตอนสองไว้ด้วย Claudius, The God(1935) ซึ่งบรรยายช่วงสมัยคลอดิอุสครองราชย์ ได้แสดงอัจริยะภาพอย่างแท้จริงในการปกครองโรมันก่อนจะถูกลอบปลงพระชนม์โดยภรรยาของตัวเองในวาระสุดท้าย ไม่งั้นก็จะหงุดหงิดเพราะติดใจเหมือนคนอ่านที่จนบัดนี้ยังหาอ่านไม่ได้เลย...จนกว่าจะได้ไปห้องสมุด

เกี่ยวกับผู้เขียน Robert Graves (1895 - 1986) โรเบิร์ต เกรฟส์ เกิดวันที่ 24 กรกฎาคม ปี 1895 ในวิมเบอดัน กรุงลอนดอน จบการศึกษาจากเซนต์จอห์นคอลเลจ อ๊อกซฟอร์ด หลังจากนั้นไปออกรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เริ่มตีพิมพ์บทกวีเล่มแรกคือ Over the Brazier, 1917 มีผลงานรวมบทกลอนอีกหลายเล่มในปีต่อมา เช่น Fairies and Fusiliers จนมีชื่อเสียงได้รับการยกย่องให้เป็นกวีเอกคนหนึ่งในสมัยนั้น เขียนหนังสืออัตชีวประวัติในปี 1929 เรื่อง Goodbye to All That สะท้อนสภาวะสงครามที่มีผลต่อสังคม เกรฟส์เป็นนักประวัติศาสตร์ เขียนบทวิจารณ์ เป็นนักวิชาการสอนหนังสือ เขียนงานวรรณกรรมงานประวัติศาสตร์และอื่นๆ นับได้ 140 เล่ม เช่น The White Goddess, The Hebrew Myth, I-Claudius, Claudius-the God ,Twelve Caesars เป็นต้น ออเด้นเสนอให้เกรฟส์เป็นกวีที่ดีที่สุด จนได้รับรางวัล Queen's Gold Medal for Poetry ปี 1968 เป็นอาจารย์สอน Poetry ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ก่อนเสียชีวิตในปี 1986

I, Claudius : Robert Graves
ISBN: 067972477X Vintage $14.00, 468 pages

Every time the slave filled my cup I had drunk it straight up, and now at the tenth and twelfth draught I felt like an lion. I answered boldly: " Extremely grateful, Grandmaother, to be safe among the Carthaginians and Etruscans. But will you tell me just why I'm dining here to-day?"

She smiled: "Well, I admit that your presence at table still causes me a certain amount of ... But never mind. If I have broken one of my oldest rules that is my affair, not yours. Do you dislike me, Claudius? Be frank."

"Probably as much as you dislike me, Grandmother." (Could this be my own voice speaking?) Livia laughed: "Frank enough!"

I, Claudius . . . Robert Graves

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๔