* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book A CLOCKWORK ORANGE : Anthony Burgess
read by O

Book Cover

ถัดจาก Brave New World และ 1984 หนังสือของแอนโธนี เบอร์เจสส์เล่มนี้เป็นอีกเล่มในแนววิทยาศาสตร์ที่ติดอันดับหนังสือดีเสมอเวลาที่มีการคัดสรรเรื่องคลาสสิกควรอ่านตามสถาบันต่างต่าง A Clockwork Orange ต่างจากสองเล่มข้างบนชัดเจนตรงวีธีนำเสนอ หนังสือเล่าเรื่องโดยใช้น้ำเสียงบุคคลที่หนึ่ง จึงไม่มีบทบรรยายรายละเอียดและองค์ประกอบของสภาวะสังคมที่แท้ เนื้อเรื่องไม่ได้บ่งบอกวันเวลาว่าเป็นอนาคตเมื่อใดหรือมีเทคโนโลยีดำเนินไปถึงไหน เราเพียงแต่ติดตามเรื่องของหนุ่มน้อยคนหนึ่งในโลกข้างหน้า โลกที่ทำให้เขาเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งอมนุษย์เพราะโปรแกรมของสังคมเผด็จการ

ในภาพยนตร์เมตริกซ์ภาคใหม่มีประเด็นพูดถึงเรื่องการถูกกำหนดมาแล้วภายใต้การควบคุมของเมตริกซ์ ถึงเอเจนท์หนึ่งจะมีสิทธิ์เลือกแสดงออกตามเงื่อนไขของตน (Free Will) แต่เกิดคำถามว่าทุกอย่างถูกกำหนดแบบโปรแกรมไว้หรือเปล่า นีโอถามตัวเองเสมอว่า Why I am here? หรือเพราะนีโอเป็นมนุษย์ (ไม่ใช่ inhuman) เขาถึงมีสิทธิ์เลือก โดยเฉพาะตอนท้ายที่เขาเลือกจะไประหว่างประตูซ้ายหรือประตูขวาหลังจากที่พูดคุยกับอาร์คิเตค สังเกตได้ว่าเขาเลือกโดยอิสระไร้การรบกวนจากสิ่งใด มีตอนหนึ่งใน A Clockwork Orange ที่สนับสนุนแนวความคิดดังกล่าว ผู้คุมบอกนักโทษหมายเลข 6655321 ว่าถ้ามนุษย์หมดสิทธิในการเลือกเมื่อไร เขาก็หมดสิ้นความเป็นมนุษย์...

The question is whether such a technique can make a man good. Goodness comes from within, 6655321. Goodness is something chosen. When a man cannot choose, he ceases to be a man.

Clockwork Orange เป็นมนุษย์ที่มีสภาพกึ่งเครื่องจักร มีความคิดจิตใจแต่ควบคุมให้ทางเลือกแก่ตนไม่ได้ เพราะถูกล้างสมองด้วยโปรแกรมของรัฐฯ ที่เปลี่ยนสภาพมนุษย์ให้เป็นคนดี เขาจึงหมดอิสระบางประการ อเล็กซ์ตัวละครเอกของเรื่องเป็นวัยรุ่นในศตวรรษข้างหน้า ดื่มนม (moloko) ผสมยา (synthemesc) เป็นอาหารบำรุงสมองตามบาร์ขายนม (milkplus)เหมือนวัยรุ่นโดยทั่วไป พวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษาแนดแซทซึ่งเป็นภาษาวัยรุ่นสมัยใหม่ เบอร์เจสส์นำรากศัพท์มาจากภาษารัสเซียบวกกับสแลงที่คิดขึ้นเอง หนังสือเล่มนี้จึงเขียนด้วยภาษาแปลกใหม่เวลาที่เป็นภาษาเล่า ส่วนในบทสนทนาอเล็กซิคอนกลับพูดเหมือนภาษาโบราณแบบยุคเชกสเปียร์

ในภาคแรก เป็นการผจญภัยของอเล็กซ์กับโลกที่เขาแสดงออกอย่างชั่วร้าย เราไม่รู้เหตุผลหรอกว่าทำไมเขาถึงมีพฤติกรรมเยี่ยงนั้น (อาจจะมาจากความเสื่อมทรามของโลกอนาคตก็เป็นได้) อเล็กซ์เป็นตัวละครร้ายกาจแต่ผู้เขียนก็ตั้งใจสร้างด้านสว่างสดใสน่าเห็นอกเห็นใจในมนุษย์ให้เห็นหลายตอน อย่างเช่นอเล็กซ์เป็นคนน่ารักต่อครอบครัวเวลาอยู่บ้าน เขาเป็นคนอ่อนไหวชอบเพลงคลาสสิคจนเขาต้องเก็บเป็นความลับมิดชิด วีรบุรุษของอเล็กซ์คือบีโธเฟนและโมสาร์ต หากมีใครล่วงเกินซิมโฟนีเขาก็จะออกอาการอาละวาด อเล็กซ์เล่าเรื่องสังคมแบบประปรายทำให้เรารู้ว่าตัวเขาเป็นมนุษย์อัลฟ่า หรืออย่างเรื่องการอ่านหนังสือและฟังเพลงคลาสสิกเป็นเรื่องของคนที่มีศีลธรรมใฝ่ดีเท่านั้น อเล็กซ์อยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่สังคมเป็นโดยสิ้นเชิง แม้พื้นฐานเขาอาจจะเป็นคนมีรากดี แต่เบอร์เจสส์สะท้อนภาพชัดเจนว่าวัยรุ่นวัยนี้อย่างอเล็กซ์เป็นเพียงเหยื่อของสภาวะสังคมหนึ่งหนึ่งเท่านั้น

อเล็กซ์และเพื่อน (droogs) จึงคอยทำแต่ความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนในที่สุดอเล็กซ์โดนหักหลังจากเพื่อนของตัวเองทำให้โดนตำรวจ (millicent) จับ เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถึงแก่ชีวิต เขาจึงโดนโทษจำคุกสิบสี่ปีตั้งแต่ตอนอายุยังไม่เป็นหนุ่มดี ตอนสองและตอนสาม อเล็กซ์กลายเป็นนักโทษ เป็นเหยื่อของระบบสังคมอย่างแท้จริง เขาเป็นมนุษย์คนแรกในโปรแกรมของรัฐฯและกลายเป็นเครื่องมือให้คนที่ต่อสู้กับรัฐฯในเวลาเดียวกัน หนังสือบางเล่มการอ่านจะนำมาซึ่งความเข้าใจว่าทำไมหนังสือที่ดีถึงอยู่ได้นานและมีคนนิยมชมชอบ และให้ความหมายอย่างที่เราอาจไม่มีวันรู้จักได้ในโลกนี้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็เป็นดั่งนั้น

เกี่ยวกับผู้เขียน : Anthony Burgess แอนโธนี เบอร์เจสส์ ชาวอังกฤษเกิดในเมืองแมนเชสเตอร์เมื่อปี 1917 เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ทำงานสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมและทำงานในกระทรวงการศึกษาพร้อมกันในปี 1946 หลังจากที่เขาเป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เบอร์เจสส์หลงใหลในดนตรีคลาสสิก เขาเป็นนักประพันธ์เพลงเป็นกวี และเริ่มหัดเขียนหนังสือ หนังสือเล่มแรกที่ได้ตีพิมพ์ Tine For a Tiger ในปี 1956 เบอร์เจสส์มีผลงานมากกว่า 50 เล่ม เป็นหนึ่งในนักเขียนยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษของอังกฤษ Earthly Powers (1080) และ A Clockwork Orange (1962) เป็นหนังสือที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าดีที่สุด จนเรื่องหลังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดยสแตนลีย์ คูบริก (ผู้กำกับ Lolita) ในปี 1971 เบอร์เจสส์เสียชีวิตในปี 1993 ด้วยโรคมะเร็ง

A Clockwork Orange : Anthony Burgess
ISBN:0141182601 Penguin, 176 pages, £6.99

คนไขลาน แอนโธนี เบอร์เจสส์ แปลโดย ปราบดา หยุ่น ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง ๒๕๕๔

'What's it going to be then, eh?'
There was me, Your Humble Narrator, and my three droogs, that is Len, Rick, and Bully, Bully being called Bully because of his bolshy big neck and very gromky goloss which was just like some bolshy great bull bellowing auuuuuuuuh. We were sitting in the Korova Milkbar making up our rassoodocks what to do with the evening, a flip dark chill winter bastard though dry. All round were chellovecks well away on milk plus vellocet and synthemesc and drencrom and other veshches which take you far far far away from this wicked and real world into the land to viddy Bog And All His Holy Angels And Saints in your left sabog with lights bursting and spurting all over your mozg. What we were peeting was the old moloko with knives in it, as we used to say, to sharpen you up and make you ready for a bit of dirty twenty-to-one, but I've told you all that before.

Anthony Burgess . . . A Clockwork Orange

Copyright © 2003 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ มิถุนายน ๒๕๔๖