* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book COMPLICATIONS : Atul Gawande

Bookผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นแพทย์ฝึกหัดปีแปด ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการฝึกหัดสาขาศัลยแพทย์ทั่วไป ประสบการณ์ที่เขาพบทำให้รู้ว่าแพทย์เป็นศาสตร์ที่ยังไม่สมบูรณ์พร้อม สิ่งที่เราไม่รู้นั้นมีมากกว่าสิ่งที่รู้ ชื่อของหนังสือจึงมาจากผลที่ไม่คาดคิดในทางแพทย์ รวมทั้งความไม่แน่นอนที่แพทย์ต้องประสบอยู่ทุกวี่วัน

เราต่างเคยอยู่ในฐานะของคนไข้ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะรับรู้เรื่องหมอๆ จากมุมมองของหมอดูบ้าง กาวานเดแบ่งเนื้อหาในเล่มเป็นสามตอน ตอนแรกกล่าวถึงความผิดพลาดของแพทย์ ตอนที่สองกล่าวถึงความลึกลับและสิ่งที่เรายังไม่รู้ในเรื่องการแพทย์ ตอนสุดท้ายบอกเรื่องความไม่แน่นอนทางการแพทย์

ในฐานะที่เป็นแพทย์ฝึกหัด กาวานเดบอกตรงไปตรงมาว่าการให้การรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุดกับคนไข้นั้นขัดแย้งกับการฝึกหัดแพทย์ใหม่ แพทย์ฝึกหัดมีโอกาสทำพลาดได้สูงกว่า ดังนั้นถ้าจะให้เกิดผลดีกับคนไข้จริงๆ แล้วก็ต้องไม่ให้หมอฝึกหัดลงมือรักษาคนไข้เลย ทว่าการไม่ฝึกหัดแพทย์เลยก็เท่ากับการไม่ตระเตรียมหมอเอาไว้สำหรับอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น การเรียนรู้ของแพทย์ไม่ได้จบแค่ในสถาบันการศึกษา แต่เครื่องไม้เครื่องมือใหม่และเทคโนโลยีที่รุดหน้าตลอดเวลา ทำให้หมอต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดอายุวิชาชีพ แม้ว่าการฝึกหัดช่วงแรกจะให้ผลที่เลวร้ายลงไป แต่ก็เป็นไปเพื่อผลดีโดยรวมในอนาคต

สิ่งที่น่าพิจารณากว่านั้นคือประเด็นที่ว่า ทางเลือกของการรักษาไม่ได้มีเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน เวลาญาติของแพทย์มารักษา แพทย์อาจไม่ยอมให้หมอฝึกหัดลงมือใดๆ เลย ผู้ป่วยที่แพทย์ฝึกหัดจะได้รับผิดชอบมากที่สุดคือพวกคนจน คนที่ไม่มีประกันสุขภาพ กาวานเดกล่าวว่าหากทุกคนมีทางเลือกไม่เท่าเทียมกันแล้ว ทางเลือกนี้ก็ไม่ควรมีขึ้นเลย

ยังมีบทตอนที่กล่าวถึงการใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยโรค แม้ว่าแพทย์หลายคนจะยังไม่ยอมรับการตัดสินใจของเครื่องจักร แต่ผลการศึกษาก็ออกมาแล้วว่าในกรณีเฉพาะทางมากๆ เครื่องจักรทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ ด้วยคนเราถูกกระทบได้ง่ายจากเงื่อนไขหลายประการ (อารมณ์ ความเหนื่อยล้า ป่วย) เทคโนโลยีจึงควรเข้ามามีส่วนในการทำงานของแพทย์ด้วย

หมอทุกคนก็เป็นปุถุชนที่รู้พลาดพลั้ง แต่การจัดการของความผิดพลาดในปัจจุบันทำด้วยการฟ้องร้อง การตกเป็นเรื่องอื้อฉาว และการไล่ออก หมอที่ทำผิดพลาดถูกมองเป็นหมอที่ไม่ดี ทั้งที่กาวานเดกล่าวว่าความจริงแล้ว หมอทุกคนเคยพลาดมาแล้วทั้งนั้น กาวานเดเล่าเรื่องการจัดการความผิดพลาดของหมอได้น่าสนใจ เรื่องการประชุม Morbidity and Mortality ที่มีอาทิตย์ละครั้งในโรงพยาบาล ที่หมอมาชุมนุมกันและพูดถึงความผิดพลาดโดยเปิดใจ และที่สำคัญคือการทบทวนว่าควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก

หนังสือยังมีบทบอกเล่าเรื่องความเจ็บป่วยต่างๆ ได้น่าสนใจมาก เช่นเรื่องการคลื่นไส้อาเจียน หรือเรื่องความเจ็บปวด สมองเป็นตัวสั่งการความเจ็บปวด แม้ว่าไม่จำเป็นต้องมีสิ่งกระตุ้นให้เราเจ็บจริงๆ ก็ตาม สิ่งนี้จึงอธิบายกรณีคนไข้ที่ถูกตัดขาออกไปแล้วแต่ยังมีอาการเจ็บขาอยู่

เรื่องที่น่าสนใจอีกบทคือเรื่องการผ่าตัดกระเพาะอาหาร (gastric-bypass) เพื่อลดน้ำหนัก ผู้ที่อยากลดน้ำหนักอย่างได้ผล นอกจากจะใช้วิธี ตาย (ลดได้ถึงวันละราว 17 กิโลกรัม) หรือตัดขาทิ้งแล้ว ยังมีวิธีผ่าตัดที่ทำให้กระเพาะเล็กลงมาก (กินได้ช้อนเดียวอิ่ม) และยังทำให้การดูดซึมอาหารน้อยลง วิธีผ่าตัดนี้ใช้กับคนไข้ที่น้ำหนักเกินอย่างมากจริงๆ เท่านั้น แต่ คนไข้ 80% จะลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 2/3 ภายในหนึ่งปี

กาวานเดกล่าวว่าประวัติศาสตร์ของการลดน้ำหนักนั้นเกือบเรียกได้ว่าล้มเหลว เนื่องจากไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆ ก็ตาม ทั้งอาหารเหลว อาหารโปรตีนสูง แอทกินส์ โซน ฯลฯ คนไข้ที่ลดน้ำหนักได้ก็ไม่อาจรักษาน้ำหนักนั้นได้ยืนยาวนัก ผลการศึกษาในรอบสิบปี พบว่า 90-95% ของผู้ลดน้ำหนักจะได้น้ำหนัก 1/3 ถึง 2/3 ของที่ลดไปคืนมาภายในหนึ่งปี และจะกลับมาน้ำหนักเท่าเดิมภายใน 5 ปี เว้นแต่เด็กๆ เท่านั้นที่เมื่อลดน้ำหนักแล้วอาจรักษาน้ำหนักได้มากกว่าสิบปีขึ้นไป

หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาหลากหลาย อ่านได้สนุก โดยเฉพาะสองภาคแรกนั้นเขียนได้ดีมาก น่าจะทำให้ทัศนคติต่อคุณหมอเปลี่ยนไปด้วยความเข้าใจมากขึ้น เนื้อหาในเรื่องการแพทย์ที่เราไม่ทราบมาก่อนก็อ่านเพลิดเพลินได้ความรู้ ผู้เขียนเล่าได้ดีทั้งบทตอนที่น่าตื่นเต้น (แม้จะไม่มีภาพประกอบ แต่การบรรยายที่เห็นภาพมากทำให้อ่านบางตอนทำให้ต้องหยุดสยดสยองไปหลายนาที พออ่านประโยคต่อไปก็จะเป็นลม ต้องหยุดสยดสยองอีก) ยังมีเรื่องตอนที่น่าประทับใจที่อาจทำให้น้ำตาซึมได้ก็มี เช่นเรื่องของหญิงตั้งครรภ์ที่แพ้ท้องรุนแรงมาก

สิ่งดีในเล่มคือผู้เขียนจริงใจ ทั้งยังเขียนในฐานะที่เป็นแพทย์ฝึกหัด ในฐานะที่เคยเป็นคนไข้ ที่เป็นพ่อของลูก เป็นหมอ เป็นลูกของหมอ กาวานเดเล่าความได้กระชับ ใช้ภาษาดี เขาไม่ได้ชี้นำคนอ่านแต่ให้สิ่งที่เขาคิดเสนอตัวเองอย่างเรียบง่ายให้ผู้อ่านพิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ผู้เขียนใช้อารมณ์ขันและอารมณ์ตื่นเต้นแทรกไปด้วย และยกกรณีตัวอย่างมาเล่าทำให้การอ่านน่าติดตาม จุดด้อยบ้างในเล่มคือผู้เขียนดูจะยังไม่เขียนความคิดเห็นตนเองอย่างเปิดเผยแบบเต็มปากเต็มคำนัก (อาจเพราะกระทบกับอาชีพได้) แต่ผู้เขียนก็เป็นหมอที่เขียนหนังสือที่ดีมาก อ่านได้เพลิดเพลิน มีมุมมองน่าสนใจ มีข้อมูลประกอบดี และนำเสนอข้อมูลรอบด้าน

เหตุที่คนอ่านสนใจหนังสือเล่มนี้ก็เพราะปกหน้าหลังโปรยปรายด้วยคำนิยมจำนวนมากจากสถาบันที่ดีๆ ทั้งสิ้น และที่พิเศษคือคำชมไม่ได้ตัดมาแค่คำเดียว (นึกถึงคำชมเช่น "เร้าใจ" ที่อาจตัดมาจากประโยค "เร้าใจเพียงนาทีแรกเท่านั้น จากนั้นอ่านแล้วหลับ" ) แต่ยกมาให้ดูแบบทั้งประโยคทั้งตอน ดังนั้นใจที่ไม่อยากเชื่อคำโฆษณาบนปกเหล่านี้ก็ยังอดจะโอนเอียงไปไม่ได้ และเมื่อได้อ่านก็ไม่ผิดหวัง หนังสือเล่มนี้ได้รับคำชมมากว่าเป็นแพทย์ที่เขียนหนังสือได้ดีที่สุดคนหนึ่งแล้วในยุคนี้

จึงอยากแนะนำหนังสือเล่มนี้ที่อ่านสนุกได้สาระทั้งต่อผู้ที่สนใจเรื่องการแพทย์ และผู้อ่านที่อยู่ในฐานะคนไข้ธรรมดา
 

เกี่ยวกับผู้เขียน Atul Gawande อาทูล กาวานเด เกิดปี 1965 ที่โอไฮโอ เป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบอสตัน มีผลงานบทความด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ในนิตยสาร เดอะ นิวยอร์กเกอร์ จบการศึกษาการแพทย์ที่ฮาร์วาร์ด ผลงานเขียนเคยได้รับคัดเลือกให้รวมเล่มใน บทความอเมริกันดีเด่นปี 2002 และ งานเขียนทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นในอเมริกา ปี 2002 ปัจจุบันพำนักที่เมืองนิวตัน รัฐแมสสาชูเสท

Complications : Atul Gawande
ISBN 0-312-42170-2 Picador, 269 pages, $13.00

Copyright © 2004 faylicity.com

Medicine is, I have found, a strange and in many ways disturbing business.
-- Atul Gawande, Complications
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗