หากภาพหน้าปกของหนังสือสำหรับเด็กเล่มนี้ยังชวนให้ขวัญเตลิดได้ไม่พอ เราอาจจะลองพลิกไปอ่านคำท้ายเล่มดู เลโมนี สนิกเก็ต ผู้เขียนหนังสือชุดอยากให้โลกนี้ไม่มีโชคร้าย (ที่อ่านสนุกด้วยอารมณ์ขันมืดมน) บอกไว้ว่าหนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องที่ทำให้เขากลัวแทบถึงแก่ชีวิต ถ้าเราไม่อยากจะต้องซ่อนตัวใต้เตียง อมนิ้วหัวแม่มือ และตัวสั่นเทาด้วยความกลัวแล้วล่ะก็ เขาขอแนะนำให้เราไปหาความบันเทิงอื่นจะดีกว่า เช่นไปสำรวจคดีฆาตกรรมลึกลับที่ยังไม่สะสาง... คำกล่าวของสนิกเก็ตอาจดูเหมือนการล้อเล่น แต่หนังสือเล่มนี้น่ากลัวจริงจัง แม้จะไม่ทำให้ผู้อ่านผู้ใหญ่ต้องนอนตาค้าง แต่สิ่งที่เราอ่านจากหนังสือเล่มนี้จะติดอยู่กับเราไปอีกแสนนาน คำบรรยายหลายฉากในหนังสือเล่มนี้จัดเข้าขั้นน่ากลัวที่สุดในเรื่องสำหรับเด็กเรื่องใดๆ
คอราไลน์เป็นเด็กที่ตัวเล็กกว่าอายุ เธอเพิ่งย้ายไปอยู่ที่พักใหม่ในช่วงปิดเทอม นิสัยช่างสำรวจทำให้คอราไลน์ออกตรวจตราไปทั่วบริเวณบ้าน จนเธอพบประตูบานหนึ่งที่ไม่ทราบว่าเปิดออกไปสู่ที่ไหน เบื้องหลังประตูนี้คือความน่าสะพรึงกลัวที่คอราไลน์จะได้พบในเวลาต่อมา
คอราไลน์เป็นเด็กที่อยู่ในโลกอันน่าเบื่อหน่าย เมื่อเปิดเรื่องมา ผู้เขียนได้ละเว้นการกล่าวถึงพ่อแม่ของคอราไลน์ การชะลอเวลานี้แสดงให้เห็นความห่างเหินในบ้าน ซึ่งพ่อแม่ต่างยุ่งกับงานโดยไม่ให้ความสนใจในคอราไลน์นัก เธอไม่มีเพื่อนฝูงวัยเดียวกันให้เล่นด้วย เพื่อนบ้านรอบข้างต่างเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ใส่ใจในตัวเด็ก ผู้ใหญ่ในโลกของคอราไลน์มีลักษณะเดียวกัน ตรงที่ไม่ไยดีกับความคิดการตัดสินใจของเด็ก ไม่เคารพความคิดเห็นของเด็ก และมองข้ามความสำคัญใดๆ ในเรื่องเด็ก เพื่อนบ้านเหล่านี้เรียกคอราไลน์ผิด ๆ ว่า แคโรไลน์ ตลอดเวลา แต่ผู้ใหญ่คนเดียวที่ใส่ใจก็คือผู้เขียน และเกแมนได้แสดงให้เห็นว่าเด็กเล็กๆ ก็มีความคิดที่น่าใส่ใจและกล้าหาญได้อย่างน่าทึ่ง
สิ่งที่คอราไลน์จะต้องเผชิญน่ากลัวจับใจได้แม้กับผู้ใหญ่ ความน่าตระหนกนี้ไม่ได้มาจากการจงใจสร้างฉากหรือสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายน่าสยดสยอง แต่ผู้เขียนสร้างความสะเทือนขวัญได้อย่างแยบยลโดยการบิดเบี้ยวความจริงจนเกิดภาพที่รบกวนใจเรา ผู้เขียนดำเนินเรื่องไปช้า ๆ และสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษภัยก็กลับเป็นอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ อย่างคาดไม่ถึง เกแมน ผู้เขียนดูเหมือนจะไม่ได้เขียนโดยจงใจให้เกิดความน่ากลัว แต่เขาสามารถให้ตัวหนังสือของเขากระทบภาคอ่อนแอในตัวเราให้ความกลัวปรากฎออกมา ให้ความกลัวเกิดกับเราได้ลึกซึ้ง และเขาทำสิ่งนี้ได้อย่างแนบเนียนยิ่งนัก เดิมพันของคอราไลน์คือชีวิต ซึ่งผู้เขียนไม่ได้เล่าให้ดูเหมือนเป็นเรื่องสำหรับเด็กอื่นๆ ที่คลี่คลายได้ในทางดี แต่บอกเล่าได้เยือกเย็นถึงขนาดนี้ อย่างที่ไม่น่าเชื่อได้เลยว่าจะปรากฏในหนังสือเด็กเล่มใดๆ
She will take your life and all you are and all you care'st for, and she will leave you with nothing but mist and fog. She'll take your joy. And one day you'll awake and your heart and your soul will have gone. A husk you'll be, a wisp you'll be, and a thing no more than a dream on waking or a memory of something forgotten
เกแมนเขียนเรื่องนี้ด้วยภาษาเรียบง่าย เล่าความได้หมดจดอย่างกระชับถ้อยคำ เพียงไม่กี่ประโยคของเขาก็ทำให้เกิดมโนภาพอันหลอกหลอนได้แล้ว ผู้เขียนเล่าเรื่องนี้ด้วยความจริงจังที่ไม่มีการล้อเล่นใดๆ เลย มีอารมณ์ขันมืดมนเช่น
วันแรกที่ครอบครัวของคอราไลน์ย้ายเข้ามา มิสสปิงค์กับมิสฟอสซิเบิลได้แจ้งคอราไลน์ว่าบ่อน้ำนั้นอันตรายมาก พวกเธอเตือนคอราไลน์ให้หลีกเลี่ยงให้จงดี ดังนั้นคอราไลน์จึงรุดไปสำรวจบ่อน้ำ เพื่อที่เธอจะได้รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน และจะได้หลีกเลี่ยงได้อย่างถูกต้อง
หรือเมื่อคอราไลน์บอกกับแมวดำว่า "We ... we could be friends, you know" แมวก็ตอบกลับได้ประชดประชันมากว่า "We could be rare specimens of an exotic breed of African dancing elephants, but we're not."
หนังสือเล่มนี้นอกจากจะดีด้วยการเขียนแล้ว ยังมีภาพประกอบที่เข้ากันมาก ภาพเหล่านี้น่ากลัวไม่น้อย ขณะพลิกหน้าอ่านไปอาจจะขวัญหายได้ ปกของหนังสือเล่มนี้สวยมาก และอดคิดไม่ได้ว่าจะดีเพียงใดถ้ารูปประกอบภายในเป็นสีทั้งหมด
โลกของคอราไลน์ไม่มีสิ่งที่เป็นไปตามธรรมเนียมนิยม และไม่เหมือนกับหนังสือเด็กเล่มใดๆ เลย แต่สิ่งที่คาดหวังได้ก็คือหนังสือเล่มนี้เขียนได้ดีและอ่านสนุก คอราไลน์ได้เปิดโฉมหน้าใหม่ของหนังสือน่ากลัวสำหรับเด็ก ที่ได้ขยายอาณาเขตของการเล่าเรื่องไปไกลจากหลักหมายเดิม คอราไลน์เป็นหนังสือที่แนะนำว่าเหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 8 ปีขึ้นไป แต่เรื่องเล่านี้จะบันเทิงได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ขณะอ่านขอให้ปิดประตูทุกบานให้ดี
เกี่ยวกับผู้เขียน Neil Gaiman นีล เกแมน เป็นนักเขียนอังกฤษที่ปัจจุบันใช้ชีวิตในอเมริกา มีผลงานเขียนเป็นนวนิยายคือ American Gods, Neverwhere (ผจญภัยใต้พิภพ), Stardust และมีหนังสือเด็ก The Day I Swapped My Dad for 2 Goldfish และเป็นผู้เขียนซีรีย์การ์ตูนชุด Sandman เกแมนยังเป็นคนเขียนบทภาษาอังกฤษให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันญี่ปุ่นเรื่อง เจ้าหญิงโมโนโนเกะ (Mononoke Hime) อันโด่งดังอีกด้วย
CORALINE : Neil Gaiman, Dave McKean (Illustrator)
ISBN 0-380-97778-8 HarperCollins 176 pages, $15.99 Hardcover (July 2002)
โครอลไลน์ นีล เกแมน แปลโดย เกื้อกูล กอปรไมตรี มติชน ๒๕๔๗
Copyright © 2003 faylicity.com
"when you're scared but you still do it anyway, that's brave."
Neil Gaiman
|