| THE CHARACTER OF RAIN : Amélie Nothomb
read by O |
![]()
อาเมลี โนโธมบ์ เป็นนักเขียนที่ชอบใช้ภาษาน้อยคำ กระชับ ภาษาของเธอแสดงความสละสลวยและสื่อความหมายอย่างน่าตรึงใจ สิ่งนี้เป็นเสน่ห์ที่ทำให้หนังสือของเธอน่าอ่านและน่าติดตาม หากแต่นี่ก็เป็นคุณสมบัติอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับทรรศนะในการมองโลกที่มีต่อสิ่งต่างๆ ของเธอ ความช่างสังเกตในธรรมชาติที่แสนจะธรรมดาและความสามารถในการถ่ายทอดออกมาในรูปแบบวรรณกรรม โนโธมบ์เป็นนักเขียนที่ผสมผสานศิลปะทางวรรณคดีเพื่อสะท้อนเรื่องราวแห่งยุคสมัยของตนอย่างกลมกลืน เป็นนักเขียนที่ควรค่าแก่การอ่าน เพราะอ่านแล้วจะหลงมนต์ในอารมณ์ขันและความมหัศจรรย์ในโลกตัวหนังสือ
The Character of Rain มีชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า Métaphysique des tubes หมายถึงอภิปรัชญาของท่อในท้องแม่ (ซึ่งคือทารก) สำนักพิมพ์ในอเมริกาคาดการณ์ว่าหากตั้งชื่อเดิมออกไปคงไม่มีใครอยากอ่านหนังสือเล่มนี้แน่ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายนักเพราะชื่อเรื่องนั้นชัดเจนในความหมายและสื่ออารมณ์ขันของผู้เขียนได้ดี The Character of Rain เนื้อเรื่องเป็นเรื่องเล่าแสดงการกำเนิดก่อนเกิดและหลังเกิดของทารกน้อย พูดง่ายๆ ก็คือจิตที่อยู่ในอำนาจของความนึกคิดของชีวิตเด็กคนหนึ่ง ใครจะคิดว่าเรื่องนี้เกินจริงคงไม่น่าแปลกอะไร เพราะอย่างน้อยนี่ก็คือนิยาย แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งเราคงเคยสงสัย เวลาเด็กเล็กๆ แหกปากร้องไห้กระจองงอแงนั้นเป็นเพราะอะไร ในหัวอสูรกายนี้มีความคิดใดตั้งอยู่ และในสายตาของโนโธมบ์ เธอตอบคำถามตรงนี้และถ่ายทอดความคิดอย่างน่าทึ่งทีเดียว
ตามประวัติของผู้เขียน โนโธมบ์เกิดในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น เธอเล่าว่าในประเทศนี้มีความเชื่อว่าเด็กทุกคนที่มีอายุต่ำกว่าสามขวบมีฐานะเป็นลูกของพระผู้เป็นเจ้า (okosama) ดังนั้นเด็กในวัยนี้จะถูกเลี้ยงถูกปรนเปรอดั่งพระเจ้าจนกว่าจะถึงวัยไปโรงเรียน โนโธมบ์ผสมผสานจินตนาการ เก็บความเชื่อและชีวิตวัยเด็กนำมาเล่าอภิปรัชญาของทารกอย่างสนุกสนาน เธอใช้วิธีเล่าแบบบุคคลที่สาม ทารกในบทแรกที่ยังไม่มีความทรงจำใด จึงถูกเรียกว่า "มัน" เสมอ เธอกล่าวถึงความมีอยู่ของพระเจ้า โยงเข้าหาชีวิตในท้องแม่ที่เริ่มต้นแบบไม่มีสิ่งใดประกอบอยู่ อสูรกายที่มีสัญชาตญาณของความเป็นพระเจ้าสูงกำลังนอนอยู่ในโพรง ถูกเลี้ยงอาหารทางท่อและไร้ซึ่งมลทินใดมาเกาะกุม ที่หนักไปกว่านั้นคือเด็กในเรื่องคนนี้ไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน นานจนพ่อแม่รู้สึกผิดปกติต้องชักชวนกันไปปรึกษาคุณหมอ
จนเมื่อ "พืช"คลอดออกมาจากท้องแม่ (พืชมีชื่อเรียกว่าอาเมลีในภายหลัง) พืชยังคงไม่แสดงปฏิกิริยาใด โดยต่อให้มีแผ่นดินไหวรุนแรงหรือพายุโหมกระหน่ำ เธอยังไม่เคลื่อนไหวหรือรับรู้ในสิ่งใด โนโธมบ์ถ่ายทอดอย่างละเมียดละไมและใส่อารมณ์ขันเสมอ ยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุก เธอสรุปปรัชญาในช่วงแรกของพืชว่า"จะกินหรือไม่กิน จะดื่มหรือไม่ดื่ม เป็นความรู้สึกเดียวกันหมด ดังนั้นการเป็นหรือไม่เป็นจึงไม่ใช่คำถามอีกต่อไป" พ่อกับแม่จึงแอบทำการทดลองกับลูกน้อยด้วยวิธีต่างๆ นานาโดยที่ไม่บอกให้หมอรู้ เพราะเกรงว่าหมอจะมองว่าซาดิสต์ แม่รำพึงกับพ่อสั้นๆ ว่า...หรือพืชจะเหี่ยวแห้ง ตายไปโดยไม่บ่นสักคำ..
พืชเติบโตมาได้สองปี มีฝ้าเพดานอันน่าเบื่อในห้องพ่อกับแม่เป็นเพื่อน พืชยังแน่นิ่งไม่ร้องไม่พูดสักแอะ นอตอมบ์เปรียบเทียบการเคลื่อนไหวกับภาษางดงามยิ่ง และเธอทำเช่นนี้ตลอดเวลาที่เล่าถึงภาษาอันบริสุทธิ์ของเด็กหรือภาษาการแสดงออกของมนุษย์โลกที่โยงใยไปถึงสังคมและวัฒนธรรม จนกระทั่งวันหนึ่งพืชกลายเป็นเด็กที่มีความทรงจำกับการมาถึงของคุณย่า คุณย่าเปิดโลกใหม่ด้วยการแอบให้แท่งช็อตโกแลตสีขาวอันหอมหวาน ตั้งแต่นั้นเธอจึงเปลี่ยนสภาวะจาก "มัน"เป็น"ฉัน" และเริ่มแหกปากร้องทั้งวันทั้งคืน เป็นการแก้แค้นที่ไม่สามารถใช้ภาษาเป็นถ้อยคำได้ก่อนหน้านั้น
โนโธมบ์เขียนหนังสือน่าประทับใจ เธอปราดเปรื่องในวิธีเล่า ออกแนวตลกร้ายแปลกประหลาดแต่ก็น่ารักมาก ที่แท้แล้วหนังสือเล่มนี้คล้ายเป็นอัตชีวประวัติของนักเขียนก่อนวัยสามขวบ เราได้ฟังเรื่องราวในประเทศญี่ปุ่น สังคมหลังสงครามโลกผ่านตัวละครที่แวดล้อมวัยเด็กของเธอ โนโธมบ์เติบโตมากับคนญี่ปุ่น เธอเข้าใจและผูกพันในความเชื่อของสิ่งต่างๆ เธอรู้ว่าครอบครัวของเธอเป็นศัตรูจากโลกภายนอกที่แตกต่างจากความเป็นท้องถิ่นนั้น แต่สิ่งที่วิเศษสุดคือวิธีการถ่ายทอดที่เธอทำได้อย่างลึกซึ้ง แยบยลและงดงาม หนังสือเล็กๆ เล่มนี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจอีกหลายประเด็น โดยเฉพาะการพูดถึงความตายและพฤติกรรมของมนุษย์ในตอนท้าย
The Character of Rain เป็นหนังสือที่อ่านเพลิดเพลินมาก มีคนบอกว่านี่ยังไม่ใช่หนังสือที่ดีที่สุดของอาเมลี โนโธมบ์ ดังนั้นเราต้องติดตามขวนขวายหามาอ่านกันต่อไป โปรดติดตาม..
เกี่ยวกับผู้เขียน Amélie Nothomb
The Character of Rain : Amélie Nothomb, translated by Timothy Bent
They didn't know that inside my head I had been talking for quite some time. Saying something out loud is different, however. It confers an exceptional value on the word spoken. It lends the word weight, gives it life, recognition, as if you're repaying a debt to it, or celebrating it essence. To say the word "banana" is to offer homage to all the bananas that have existed across the centuries.
I thought very hard about what to say next, beginning a phase of intense intellectual exporation that went on for weeks. Photo taken of me during this stage show me looking so preoccupied as to seem comic. This was because of the inner dialogue in which I was engaged.
Amélie Nothomb . . . The Character of Rain Copyright © 2004 faylicity.com
|
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๖ กรกฏาคม ๒๕๔๗ |