* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book THE CURIOUS INCIDENT OF THE DOG IN THE NIGHT-TIME : Mark Haddon

read by Fay

Book Cover

The Curious Incident of the Dog in the Night-Time เป็นหนังสือที่อาจทำให้คุณรักได้ทันทีทันใด รักได้ตั้งแต่ประโยคแรก ย่อหน้าแรก หนังสือเล่มนี้เขียนดีอย่างน่าทึ่ง และดีอย่างนั้นตั้งแต่ประโยคต้นจนประโยคสุดท้าย เราจะพบหนังสือที่ทำให้รู้สึกเช่นนี้ไม่บ่อยครั้งนัก จึงอยากชักชวนให้อ่านหนังสือเล่มนี้และได้รู้จัก คริสโตเฟอร์ จอห์น ฟราสซิส บูน เขาเป็นตัวละครชนิดที่สร้างมาให้เป็นที่รัก และจะเป็นตัวละครคลาสสิกที่สุดคนหนึ่งที่จะอยู่ในใจคนอ่าน

เรื่องนี้เขียนโดยคริสโตเฟอร์ เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี 3 เดือน 2 วัน คริสโตเฟอร์เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาให้เป็นเรื่องการสะสางฆาตกรรมลึกลับ เพราะเขาชอบอ่านเรื่องการสางปมฆาตกรรม และเพราะมีเรื่องฆาตกรรมเกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับชีวิตของคริสโตเฟอร์ เขาเห็นหมาพูเดิลของเพื่อนบ้านนอนตาย มีคราดทำสวนปักทะลุตัวหมาไปยังพื้นดิน คริสโตเฟอร์อยากรู้ว่าใครฆ่าหมาตัวนี้ และฆ่าทำไม

คริสโตเฟอร์รู้จักชื่อประเทศและเมืองหลวงของประเทศทั้งหมดในโลกนี้ เขารู้จักจำนวนเฉพาะทุกตัวจนถึงเลข 7,057 คริสโตเฟอร์ชอบจำนวนเฉพาะมาก และตั้งเลขบทของหนังสือเป็นเลขจำนวนเฉพาะ นั่นคือ 2, 3, 5, 7, 11, 13, ... คริสโตเฟอร์บอกว่า "จำนวนเฉพาะคือสิ่งที่เหลืออยู่ เมื่อเราเอาแพทเทิร์นทั้งหมดออกไป ผมคิดว่าจำนวนเฉพาะก็เหมือนชีวิต ซึ่งมีตรรกะดีมาก แต่เราไม่อาจคิดค้นกฎเกณฑ์ของมันออกมาได้ ต่อให้ใช้เวลาชั่วชีวิตคิดถึงมันก็ตามที"

เราจะได้รู้จักโลกและความคิดของคริสโตเฟอร์ ซึ่งเป็นโลกใบที่น่าทึ่งน่าอัศจรรย์นัก คริสโตเฟอร์เป็นนักคณิตศาสตร์โดยแท้ เขามองโลกด้วยความถี่ถ้วนและถูกต้อง ซึ่งต่างไปจากคนส่วนใหญ่ ดังเช่นขำขันว่าหากรถไฟแล่นผ่านทุ่งหญ้าในสก็อตแลนด์ และผู้โดยสารมองจากหน้าต่างไปเห็นวัวสีน้ำตาลตัวหนึ่งหันข้างให้ ผู้โดยสารที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์จะบอกว่า "ดูสิ วัวสก็อตแลนด์เป็นสีน้ำตาล" ส่วนนักตรรกศาสตร์จะบอกว่า "ไม่ใช่ มีวัวในสก็อตแลนด์อย่างน้อยหนึ่งตัวที่เป็นสีน้ำตาล" แต่นักคณิตศาสตร์และคริสโตเฟอร์จะบอกว่า "ไม่ใช่ มีวัวอย่างน้อยหนึ่งตัวในสก็อตแลนด์ ที่มีลำตัวด้านหนึ่งเป็นสีน้ำตาล"

คริสโตเฟอร์เล่าเรื่องผ่านสายตาและความคิดละเอียดและเป็นเหตุผลของเขา คำบรรยายและวิธีคิดของคริสโตเฟอร์มีเสน่ห์มาก น้ำเสียงของตัวละครอย่างคริสโตเฟอร์เป็นน้ำเสียงที่คนอ่านไม่เคยพบมาก่อน หนังสือเล่มนี้ทำให้เราเห็นโลกของเขาได้ชัดเจนและเข้าใจ ทำให้รู้ว่าเหตุใดคริสโตเฟอร์จึงเห็นว่าโลกรอบตัวเขาช่างสับสนเข้าใจยาก เช่นเขารู้สึกว่าผู้คนมักจะบอกให้เขาทำในสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ เช่นการสั่งว่า "เงียบน่ะ" โดยไม่บอกว่าจะให้เงียบนานแค่ไหน ดังนั้นจึงเป็นคำสั่งที่เขาไม่อาจกระทำตามได้

คริสโตเฟอร์ไม่ชอบคนแปลกหน้า และใช้เวลานานมากกว่าเขาจะคุ้นชินกับใครได้ เขาเล่าว่า "อย่างเช่น เวลามีพนักงานใหม่ที่โรงเรียน ผมจะไม่คุยกับเขาเป็นอาทิตย์ๆ ผมจะได้แต่คอยดูเขาจนกระทั่งแน่ใจว่าเขาไม่เป็นอันตราย แล้วผมจะถามคำถามเกี่ยวกับตัวเขา เช่นมีสัตว์เลี้ยงหรือไม่ หรือสีที่ชอบคือสีอะไร เขารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับโครงการอวกาศอพอลโล และผมจะให้เขาวาดแปลนบ้าน ถามเขาว่าขับรถอะไร เพื่อผมจะได้รู้จักเขา แล้วผมก็จะไม่รังเกียจเวลาที่อยู่ในห้องเดียวกับเขา และไม่ต้องคอยดูพวกเขาตลอดเวลา"

สำหรับคริสโตเฟอร์แล้ว คนเราเข้าใจยากกว่าหมา "ผมชอบหมา เรารู้ได้ตลอดเวลาว่าหมาคิดอะไร หมามีอารมณ์สี่แบบ สุข เศร้า โกรธ และจดจ่อ หมายังซื่อสัตย์และไม่พูดโกหก เพราะมันพูดไม่ได้" ดังนั้นเมื่อหมาที่เขารู้จักถูกฆ่าตาย คริสโตเฟอร์จึงอยากรู้ว่าใครทำ

การสืบสวนของเขาทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดตามมา ซึ่งเรื่องต่อจากนี้อ่อนหวานและน่าประทับใจลึกซึ้งมาก คริสโตเฟอร์เป็นตัวละครที่ผูกใจคนอ่านแต่แรก คนอ่านจึงเอาใจช่วยเขาอย่างมาก และเพียงไม่นานก็จะค่อยรู้จักเขาจนเข้าใจได้ดี ว่าเขาจะรู้สึกเช่นไรกับสถานการณ์ต่างๆ เพียงไม่ทันไร คนอ่านก็่น่าจะรู้สึกรักคริสโตเฟอร์อย่างเหลือเกิน

เรื่องนี้ยังน่าเพลิดเพลินด้วยการบอกเล่าความคิดของคริสโตเฟอร์ ซึ่งบรรยายละเอียดและชัดเจน แบบมีภาพประกอบเป็นระยะๆ เขาเล่าให้ฟังถึงปริศนาต่างๆ ได้น่าสนุกมาก บอกความคิดเรื่องอวกาศซึ่งเป็นความรู้ก้าวหน้า นำปริศนาคณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดข้อหนึ่ง มาเล่าให้เข้าใจง่ายมากอย่างน่าอัศจรรย์ นำกฎเกณฑ์คลาสสิกต่างๆ มาเล่าและใช้กับเรื่องได้ดี สิ่งเหล่านี้ต้องชม มาร์ก แฮดดอน ผู้เขียนว่าถ่ายทอดดี และเขารู้เรื่องคณิตศาสตร์ไม่น้อย (เมื่ออ่านจบแล้ว คนอ่านทึ่งคนเขียนมาก และไปอ่านบทสัมภาษณ์ต่างๆ ของเขา เขาบอกว่าชอบคณิตศาสตร์มาก)

โลกของคริสโตเฟอร์อาจจะดูจำกัดในด้านพื้นที่ แต่กว้างไกลในความคิด หลายอย่างที่คริสโตเฟอร์บอกเราเป็นเรื่องน่าคิด เช่นเขาไม่ชอบไปเที่ยว เพราะเป็นการกระทำที่ผิดจากกิจวัตร และต้องเจอคนแปลกหน้า แปลกที่ ฯลฯ ครูของเขาอธิบายว่าคนเราไปท่องเที่ยวเพื่อเห็นสิ่งใหม่ๆ และเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ สำหรับคริสโตเฟอร์แล้ว อะไรสักอย่างจะน่าสนใจหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ว่ามันใหม่ แต่อยู่ที่ว่าเราคิดอย่างไรกับมัน ดังนั้น ในบ้านของเขาก็มีสิ่งต่างๆ ที่ต้องใช้เวลาไม่รู้กี่ปีจึงจะคิดถึงสิ่งเหล่านั้นได้หมดสิ้น หรือหากอยากเห็นสิ่งใหม่ ก็ทำได้โดยการมองโลกผ่านกล้องจุลทรรศน์

โลกของคริสโตเฟอร์น่าจะเป็นโลกใหม่สำหรับเรา และเป็นโลกที่น่าทำความรู้จักด้วยยิ่งนัก หนังสือเล่มนี้เขียนดีอย่างที่บรรยายได้ด้วยคำว่า "สมบูรณ์แบบ" อ่านเพลิน มีทั้งอารมณ์ขันและอารมณ์ที่ประทับใจใหญ่หลวง
 

หมายเหตุการอ่าน : ตามธรรมเนียมแล้ว เราจะไม่เขียนถึงหนังสือเล่มเดียวกันในเว็บ ด้วยว่าเอาเวลาไปเขียนถึงหนังสือเล่มอื่นจะดีกว่า หากมีหนังสือดีเล่มใดที่เราชอบมากทั้งคู่ จะแย่งกันเขียนโดยระบบจอง โดยใครจองก่อนได้ก่อน เว้นแต่จะถูกข่มขู่หรือถูกอ้อนวอน แต่หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วให้รู้สึกอยากเขียนถึงอย่างยิ่ง ด้วยเป็นนวนิยายที่ดีมากอย่างที่ไม่ได้อ่านมานานแล้ว คนอ่านอ่านหนังสือเล่มนี้ต่อจาก แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เล่มหก และแม้คนอ่านจะเป็นแฟนของแฮร์รี่คนหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนดีกว่าและสนุกกว่าแฮร์รี่ร้อยเท่า

ผู้เขียน The Curious Incident of the Dog in a Night-Time เขียนหนังสือเด็กมาแล้ว 16 เรื่อง ก่อนจะเขียนเรื่องนี้โดยมุ่งให้เป็นเรื่องสำหรับผู้ใหญ่ แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อสำนักพิมพ์ทำการตลาดโดยพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกขายทั้งในฐานะนวนิยายสำหรับผู้ใหญ่และวรรณกรรมเยาวชน หนังสือประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยขายได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก และยังกวาดรางวัลหนังสือต่างประเภทมาได้ ทั้งรางวัลสำหรับเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ และยังเป็นหนังสือติดอันดับขายดีจนวันนี้

ผู้เขียนกำลังเขียนหนังสือสำหรับผู้ใหญ่เล่มใหม่ ตั้งชื่อเรื่องไว้ตอนนี้ว่า Blood and Scissors ต้องดูกันไปว่าเขาจะสลัดความเป็นนักเขียนวรรณกรรมเด็กได้หลุดอย่างที่เขาต้องการหรือไม่ แต่ผู้เขียนบอกว่าหนังสือเล่มใหม่จะไม่ใช่หนังสือที่จะเอามาทำการตลาดแบบขายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ด้วยได้

หนังสือเล่มนี้จะสร้างเป็นหนัง เข้าฉายปีหน้า น่ารู้ว่าหนังจะสะท้อนความซับซ้อนในจิตใจตัวละครเอกออกมาได้อย่างไร

หนังสือเล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยแล้ว ชื่อ คดีฆาตกรรมหมาในยามราตรี เท่าที่ลองอ่านดูเล็กน้อยและพลิกดูโดยใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที เห็นว่าผู้ที่อ่านฉบับภาษาอังกฤษได้ไม่ติดขัดน่าจะเลือกอ่านฉบับภาษาอังกฤษ เหตุผล: ฉบับแปลใช้ภาษาน่ารัก เช่น ...ฮะ ....นะฮะ ....ดีแฮะ ฯลฯ ซึ่งคนอ่านคนนี้เห็นว่าไม่น่าเป็นภาษาที่คริสโตเฟอร์จะพูด คริสโตเฟอร์ใช้ภาษาละเอียดถี่ถ้วน ชัดเจนและกระชับ เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า precise ภาษาของคริสโตเฟอร์พิเศษมาก ซึ่งเห็นได้ตั้งแต่ประโยคแรก ดังนั้นคนอ่านคนนี้ (อาจจะคนเดียว) จึงไม่ค่อยเชื่อว่าเขาจะพูดเช่นนี้ ซึ่งหากแปลกลับจากเล่มไทยเป็นอังกฤษ ทำให้เห็นว่าประโยคเขาจะมีคำประเภท kinda, rather, like, Well,... ซึ่งไม่ใช่คำที่คริสโตเฟอร์จะใช้โดยไม่จำเป็น อนึ่ง "ความเห็น" นี้มาจากการอ่านเล็กน้อย ดังนั้นโปรดใช้สติพิจารณาเองว่าควรเชื่อได้แค่ไหน นอกจากนั้น รูปเล่มและการจัดวางรูปในเล่มฉบับภาษาอังกฤษทำได้ดีและสวยกว่าฉบับแปลมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง จิตใจและความใฝ่ฝันของคริสโตเฟอร์ บูน

๑ สิงหาคม ๒๕๔๘
 


THE CURIOUS INCIDENT OF THE DOG IN THE NIGHT-TIME: Mark Haddon

read by O

Book Cover

หนังสือเล่มนี้เพิ่งได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับ Longlist (23 เล่มจากจำนวน 117 เล่ม) ของรางวัลบุ๊กเกอร์ประจำปีนี้ ก่อนจะคัดเลือกให้เหลือเพียงห้าเล่มในเดือนถัดไป ซึ่งถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีใครพูดถึงนักเขียนคนนี้อีก เพราะชื่อของเขาพอนำไปเทียบรัศมีกับนักเขียนรุ่นใหญ่ที่เป็นตัวเต็งหลายคน โอกาสเข้ารอบของเขาคงเหลือน้อยเต็มที แต่อยากจะบอกความเห็นส่วนตัวว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจ อ่านสนุก ช่างคิดกว่าเรื่องออริซแอนด์เครคที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ของมาร์กาเรต แอตวูดเสียอีก

ตัวละครเอกของเรื่องเป็นเด็กอายุสิบห้าปี เขามีชื่อว่าคริสโตเฟอร์ อ่านวิธีการใช้ภาษาโดยให้ตัวละครเป็นผู้เล่าเองช่วงสองสามบทแรกทำให้นึกออกสองอย่าง อย่างแรกคือการใช้ชื่อตัวละคร คริสโตเฟอร์มักนิยมเป็นชื่อตัวละครเด็กในหนังสือต่างต่างเสมอ ชื่อนี้วิเศษขนาดที่เคยมีเด็กนักเรียนทำรายงานวรรณคดีส่งครูมาแล้ว ว่าชื่อคริสโตเฟอร์นี้แสดงความไร้เดียงสาอย่างไร โดยรวบรวมเป็นหัวข้อ เปรียบเทียบและหยิบยกบทสนทนาจากวรรณคดีต่างต่างมาประกอบ คนอ่านนั่งฟังด้วยความทึ่งและจำได้คนเดียวคือเด็กชายตัวน้อยที่ชื่อคริสโตเฟอร์จากหนังสือวินนี่เดอะพูห์ ข้อสองคือวิธีการเขียนตัวละครที่มีความคิดแปลกแยกแบบนี้ นึกถึงหนังสือของวิลเลี่ยม โฟลค์เนอร์ ตัวละครหนึ่งจาก As I Lay Dying น้องชายคนสุดท้องของครอบครัวที่ชื่อวาร์ดาแมน เกิดความสับสนทางจิตยอมรับไม่ได้ว่าแม่ตาย ร่างกายนอนนิ่งอยู่ในโลง เขาจึงแอบเจาะรูตามโลงเพื่อให้แม่มีช่องหายใจ แต่ในที่สุดเขายอมรับแบบของเขาเองด้วยประโยคอมตะที่เป็นบทที่สั้นที่สุดในหนังสือและทำให้มีคนจำโฟลค์เนอร์ได้ดี เขากล่าวว่า "My mother is a fish." โฟลค์เนอร์เป็นนักเขียนแสดงคนจิตสับสนแบบเก่งกาจที่สุด (ทดลองอ่านบทคนสติไม่เต็มจาก The Sound and the Fury) หนังสือของเขาอ่านยาก ใช้รูปประโยคซ้ำไปมาจนรู้สึกสับสนจริงจังไปตามตัวละคร เชื่อเหลือเกินว่ากว่าจะเขียนขั้นปรมาจารย์แบบนี้คงต้องคิดจนสับสนเองพอสมควร

ส่วนคริสโตเฟอร์ของแฮดดอนนั้นอ่านง่ายกว่าและความสับสนของเขาเกิดจากการที่เขาเป็นออทิสติก เขามีความสามารถพิเศษในการคิดเลขเก่งแทนแต่มันถูกบดบังเพราะอาการป่วย เรื่องราวของเขาน่ารักมากและไม่ได้แสดงความสับสนทางความคิดเลย ทุกอย่างมีการวิเคราะห์หารูปแบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีวิธีการจดจำด้วยการวาดรูปประกอบให้ดู เพียงแต่เรื่องที่คนส่วนใหญ่เข้าใจง่าย คริสโตเฟอร์กลับไม่เข้าใจในความสัมพันธ์นั้น ส่วนเรื่องที่เราไม่เข้าใจในทางวิชาความรู้ เขากลับมีวิธีคิดอย่างชาญฉลาด โลกส่วนตัวของเด็กน้อยคนนี้จึงขึ้นอยู่กับความมีน้ำอดน้ำทนของพวกผู้ใหญ่และการให้โอกาสแก่เขา สิ่งที่เขาต้องต่อสู้ก็คือการอยู่รอดในสังคมให้ได้

คริสโตเฟอร์เปิดเรื่องด้วยการเล่าถึงเวลลิงตัน หมาข้างบ้านที่ถูกฆ่าตายโดนเสียมอันโตปักกลางท้อง เขาวิ่งไปกอดมันและสงสัยว่าใครนะฆ่ามันลงคอ แต่กลับถูกเจ้าของบ้านกล่าวหาว่าเป็นคนทำเสียเอง คริสโตเฟอร์เลยโดนตำรวจจับ พ่อเขาไปรับที่สถานีและบอกว่าอย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านอีก คริสโตเฟอร์เลยตั้งใจจะเขียนนิยายที่เป็นเรื่องจริงนี้ลงเป็นบันทึกให้คุณครูซิโอบันอ่าน พล็อตเรื่องสำคัญคือการสืบสวนคดีหมาถูกฆ่าตายโดยเขียนตามหลักนิยายที่ดีที่คุณครูสอน คริสโตเฟอร์เล่าเรื่องสนุกดี พูดถึงครอบครัว การโกหก เรื่องทำไมไม่ชอบสีเหลืองและสีน้ำตาล หรือมีกระทั่งปัญหาโจทย์เลข แต่มีตอนหนึ่งที่ประทับใจทั้งขำแกมเศร้าอย่างไรไม่ทราบ

ตอนที่เขาเล่าว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อย เกลียดจนอาจจะต้องหย่าขาดกันไปข้างหนึ่ง เนื่องจากเกิดความเครียดที่ต้องดูแลคนที่มีพฤติกรรมบกพร่องเช่นตัวเขา เขาเคยเป็นเด็กที่มีปัญหามาก แต่นี่เขาโตพอและดูแลตัวเองได้แล้ว และต่อไปนี้คือปัญหาที่เขาเคยมีในตอนเด็ก

1.ไม่พูดกับใครเลยเป็นเวลานาน (ข้างล่างมีโน้ตประกอบเกือบทุกข้อ อย่างข้อแรกเล่าว่าห้าอาทิตย์)
2.ไม่ทานอาหารหรือดื่มน้ำเป็นเวลานาน
3.ไม่ชอบให้ใครแตะตัว
4. กรีดร้องเวลาโกรธหรือสับสน
5.ไม่ชอบอยู่ในที่คับแคบกับบุคคลอื่น...
10.ไม่ทานอาหารถ้าชนิดของอาหารมาแตะต้องกัน...
12.ไม่ยิ้ม...
16.เกลียดฝรั่งเศส...
18.โกรธถ้ามีใครเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์

จากการสืบสวนคดีนี่เองทำให้เขาล่วงรู้ความลับที่นำไปสู่จุดพลิกผันของเรื่อง วันหนึ่งคริสโตเฟอร์ตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปลอนดอน แต่เพราะอะไรและเขาจะอยู่รอดได้อย่างไรในสังคมข้างนอกที่สับสนใหญ่โตกว่าบ้านของเขา คงต้องหาหนังสือมาอ่านสนุกเองตามประสาคนรักหนังสือทั้งหลาย แต่รับรองว่าคุณจะรักหนังสือเล่มนี้แน่นอน

เกี่ยวกับผู้เขียน : Mark Haddon มาร์ก แฮดดอน เป็นนักเขียนหนังสือและวาดภาพประกอบในหนังสือเด็กที่ได้รับรางวัลหลายเล่ม ก่อนหน้าที่จะยึดอาชีพเขียนหนังสือ เขาเคยทำงานกับผู้ป่วยออทิสติก และเคยสอนเรื่องการเขียนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ปัจจุบันอยู่ที่ออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

The Curious Incident of the Dog in the Night-time :Mark Haddon
ISBN:0224063782 Jonathan Cape, 224 pages, £10.99

คดีฆาตกรรมหมาในยามราตรี มาร์ค แฮดดอน แปลโดย วลีพร หวังซื่อกุล เนชั่นบุ๊คส์ ๒๕๔๖

Chapters in books are usually given the cardinal numbers 1, 2, 3, 4, 5, 6 and so on. But I have decided to give my chapters prime numbers 2, 3, 5, 7, 11, 13 and so on because I like prime numbers.

...Prime numbers are what is left when you have taken all the patterns away. I think prime numbers are like life. They are very logical but you could never work out the rules, even if you spent all your time thinking about them.

Mark Haddon . . . The Curious Incident of the Dog in the Night-time

Copyright © 2003 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ กันยายน ๒๕๔๖