| THE DA VINCI CODE : Dan Brown
read by O |
![]()
The Da Vinci Code เป็นหนังสือเล่มที่สี่ของแดน บราวน์ เขาไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่แต่ปีนี้เขากำลังจะเปลี่ยนสภาพจากนักเขียนโนเนมมาเป็นหนึ่งในราชาหนังสือพลิกหน้าเร็วที่ใครใครก็รู้จัก การติดอันดับหนังสือปกแข็งขายดี (ประเภทนิยาย) ในอเมริกาอยู่เป็นเวลานานนั้นมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก โดยเฉพาะถ้าไม่มีชื่อเสียงเข้ามาช่วยในการขาย หนังสือต้องมีบุคลิกพิเศษ เป็นที่ต้องตาต้องใจนักอ่านจริงจังแบบปากต่อปาก ถึงจะโผล่มาทำเงินกับเขาได้ อย่างที่ปีก่อนอลิซ ซีโบลด์ผู้เขียน The Lovely Bones ทำไว้และชื่อของเธอก็ยังคงติดในทุกอันดับหนังสือปกแข็งขายดี ดังข้ามปีมาถึงตอนนี้เป็นเวลา 61 สัปดาห์แล้ว (ในอเมริกายังไม่มีหนังสือปกอ่อนวางขาย) The Da Vinci Code ของแดน บราวน์ เล่มนี้ออกจำหน่ายเมื่อเดือนมีนาคม ติดอยู่บนแท่นมา 23 สัปดาห์โดยเพิ่งตกจากอันดับหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยอดตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นจำนวน 218,000 เล่ม ซึ่งถือว่ามากเกินยอดหนังสือสามเล่มก่อนของผู้เขียนรวมกันทั้งหมด และถือว่ามากมหาศาลสำหรับนักเขียนโนเนมที่สำนักพิมพ์แสดงความมั่นใจในการพิมพ์ขาย ปัจจุบันนี้ The Da Vinci Code ตีพิมพ์ครั้งที่ 23 มียอดจำหน่ายเกิน 1,500,000 เล่ม และเป็นเล่มเดียวที่บรรดานักอ่านบอกว่าเป็นหนังสือ 'ต้องอ่าน' ในหน้าร้อนปีนี้ก่อนหนังสืออื่นใดทั้งปวง คนอ่านเองเห็นหนังสือเล่มนี้อยู่นานแล้ว และทั้งทั้งที่เป็นคนชอบหนังสือกึ่งประวัติศาสตร์แต่ก็เลี่ยงที่จะไม่ซื้อฉบับปกแข็ง ข้องใจด้วยว่ามันอาจจะเป็นนิยายประเภทกลายประวัติศาสตร์มากกว่า เพราะส่วนตัวไม่ค่อยเห็นนิยายเชิงประวัติศาสตร์ขายดีติดอันดับปกแข็งแบบถล่มทลายมาก่อน วิชาประวัติศาสตร์นั้นมีเนื้อหาในรายละเอียดมาก มีตัวละครเยอะซึ่งต้องอาศัยการบรรยายละเอียดกว่าจะรู้เรื่องและเข้าใจ การดำเนินเรื่องในรูปแบบนิยายจึงทำได้ช้าถึงช้ามาก คนที่จะอ่านจะต้องมีความชอบส่วนตัวในหนังสือประเภทนี้ก่อน ดังนั้นการเห็นหนังสือเล่มนี้ติดอันดับแบบไม่ลงสักทีจึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ และทุกครั้งที่เห็นในร้านกลับพบว่ามีหนังสืออื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ใน The Da Vinci Code วางขายกองโตขึ้นทุกวันซึ่งรวมไปถึงหนังสือเก่าของแดน บราวน์ที่นำออกมาพิมพ์ขายใหม่ จึงเห็นว่าหนังสือเล่มนี้คงจะต้องมีอะไรดีแน่ เพื่อแก้ความโง่เขลาเบาปัญญาของตนจึงยอมซื้อปกแข็งในราคายิ้มกริ่มที่ลดลงอีกสี่สิบเปอร์เซนต์ หนังสือเปิดเรื่องที่ห้องแสดงภาพเขียนที่มีขนาดใหญ่โตสุดลูกหูลูกตา ห้องแกรนด์ แกลเลอรี่ของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในประเทศฝรั่งเศส ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สถาน ฌากส์ ซอนนิแยร์ ถูกฆ่าตายกลางดึก ศพของเขาอยู่ในท่ากางแขนขาตามแบบ The Vitruvian Man ภาพเขียนสรีระคนในวงกลมของลีโอนาโด ดาวินชี มีรหัสแสดงข้อความเป็นกลอน และในบรรทัดสุดท้ายกล่าวว่าตามหาโรเบิร์ต แลงดอน! ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่เพิ่งมาเปิดสัมมนาในกรุงปารีส พระเอกสไตล์แฮริสัน ฟอร์ดของเรื่องจึงถูกนำตัวมาตอนดึกโดยสารวัตรใหญ่จากกรมตำรวจฝรั่งเศส เบซู ฟาช พาแลงดอนมาให้เขาช่วยไขปริศนาโดยที่แลงดอนไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังจะตกเป็นผู้ต้องหา โซฟี นูวู ตำรวจสาวแสนฉลาดจากแผนกถอดรหัสของกรมฯ จึงเข้ามาช่วยพระเอกหนี เพราะเธอรู้ว่าข้อความปริศนานั้นส่งตรงถึงเธอ การผจญภัยแบบระทึกขวัญจึงเริ่มขึ้น ไม่มีตอนไหนที่ยืดเยื้อน่าเบื่อต้องปิดหนังสือเลย คนเขียนทำได้อย่างไรไม่ทราบจนคนอ่านนึกถึงหนังสือของซิดนีย์ เชลดอนสมัยก่อน แบบที่ตัวเอกกำลังจะจนมุมอยู่แล้วแต่ก็ฉลาดรอดไปได้อีก และที่สนุกไปกว่านั้นคือข้อเท็จจริงในทางประวัติศาสตร์ การตายของซอนนิแยร์นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางศาสนาในแต่โบร่ำโบราณ หนังสือไม่ได้บอกว่าทั้งหมดใครถูกผิดหรือโอนเอียงไปเข้าข้างใด แต่กำลังจะกำชับว่าทั้งหมดนี้มีหลักฐานเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ สามารถไปตามหาดูได้ทุกชิ้น และผู้เขียนไม่ได้สร้างตัวละครแต่งใหม่เวลาพูดถึงประวัติศาสตร์เลย กลับดำเนินเรื่องราวในปัจจุบันทั้งหมดแต่ให้ปริศนาจากอดีตมาเป็นตัวชูโรง คนอ่านไม่อยากเผยมากว่าเกี่ยวกับอะไร แต่จะบอกว่าเกี่ยวกับตำนานโฮลี่ เกรล การปกป้องความเชื่อของศาสนาคริสต์จากในอดีตระหว่างองค์กรที่ชื่อว่าโอปัส เดกับเดอะ พรีออรี่ ออฟ ซีออง แน่นอนที่สุดในประวัติศาสตร์ลีโอนาโด ดาวินชีเป็นสมาชิกระดับแกรนด์ มาสเตอร์ของพรีออรี่ ออฟ ซีออง ปริศนาของเขาจึงซ่อนอยู่ในภาพเขียนต่างต่าง ซึ่งรับรองว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณมองภาพโมนาลิซ่าใหม่ ดูภาพเดอะ ลาสต์ ซัพเพอร์อย่างละเอียดลออ และอยากไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อีกครั้ง สุดท้ายถ้ามีดาวให้ The Da Vinci Code เอาไปเลยห้าดาว สนุกมากในแง่หนังสือระทึกขวัญพลิกหน้าเร็วและสนุกมากในการเล่ารายละเอียดทางประวัติศาตร์ได้อย่างกระชับน่าติดตาม สมควรแล้วที่หนังสือจะติดอันดับอ่านกันทั้งบ้านทั้งเมืองอย่างนี้ ไม่อ่านจะเสียใจครับ..
เกี่ยวกับผู้เขียน : Dan Brown แดน บราวน์ เป็นนักเขียนชาวอเมริกัน จบการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ศิลป์จาก University of Seville ในประเทศเสปน มีผลงานมาแล้วสามเล่ม Digital Fortress, Deception Point, Angels & Demons ซึ่งเล่มหลังเป็นเล่มแรกที่โรเบิร์ต แลงดอนเป็นตัวเอก The Da Vinci Code ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างภาพยนตร์โดยโคลัมเบีย พิคเจอร์ ปัจจุบันผู้เขียนอยู่ที่นิวอิงแลนด์ The Da Vinci Code : Dan Brown
รหัสลับดาวินชี แดน บราวน์ แปลโดย อรดี สุวรรณโกมล แพรว ๒๕๔๗
|
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ กันยายน ๒๕๔๖ |