| A LOVER'S DISCOURSE - FRAGMENTS : โรลองด์ บาร์ตส์
read by O |
![]() So it is a lover who speaks and who says: หนังสือเล่มนี้ถูกจัดอยู่ในประเภทวรรณคดีวิจารณ์และปรัชญา เป็นหนังสือที่อ่านสนุกและมีอารมณ์ขันสูง ขณะเดียวกันแสดงมุมมองของความรักในพฤติกรรมต่างต่างของคนเราละเอียดลออ คนมีความรักหรือคนที่หมดรักแล้ว คงจะเห็นภาพตัวเองเป็นเงาอยู่ในนั้นไม่มากก็น้อยจากบางหน้าในหนังสือเล่มนี้ บาร์ตส์เป็นนักภาษาศาสตร์ ตัวหนังสือของเขาจึงมีรูปแบบลักษณะการเขียนที่ลึกซึ้งซับซ้อน ในบทนำบาร์ตส์วิเคราะห์ให้ดูว่าหนังสือเล่มนี้มีโครงสร้างการเขียนประกอบด้วยอะไรบ้าง บทบรรยายของคนรักเป็นภาษาแห่งความโดดเดี่ยวสูงสุด ความรักปรากฏอยู่ในทุกวิชาของโลก ถูกพูดถึงมากจนไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของกันแน่แท้ ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงรักมิได้แสดงออกเพียงแค่สะท้อนอาการหนึ่งหนึ่ง ภาษาของความรักเป็นสิ่งที่ต้องการการเอื้อนเอ่ยออกมา "ตัวฉัน" ในหนังสือจึงแสดงคำพูด แสดงพฤติกรรมของความรักดั่งภาพนิ่ง ไม่ใช่เพื่อการวิเคราะห์ทางจิตวิทยา แต่เป็นภาพตัวแทนของใครคนหนึ่งที่พูดออกมาจากใจข้างในอย่างมีสิเน่หา เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่รักโดยเขาหรือเธอผู้นั้นไม่ได้พูดอะไรกลับคืน
A Lover's Discourse จึงประกอบด้วยหนึ่ง figures อันเป็นบทแสดงแนวความคิดความรักที่แตกเป็นชิ้นส่วน ซึ่งแสดงออกด้วยการระเบิดของการใช้ภาษาในมนุษย์ สองคือลำดับของแนวคิด ผู้ที่มีความรักมักพบว่าสิ่งที่ปรากฏในเรื่องรักนั้นไม่มีลำดับ อย่างเช่นวันนี้เรางอน เดี๋ยวรัก ชื่นชม หึงหวง เป็นห่วง ทรมาน โศกเศร้า สลับไปมาวันละหลายหลายรอบจนสงสัยในความมั่นคงของจิตใจที่เริ่มน้อยลง และสามคือบทอ้างอิงที่มาประกอบในแนวความคิดดังกล่าว บาร์ตส์คงจะหลงรัก แวร์เธอร์ระทม (Die Leiden des jungen Werther) ของเกอเธ่มากพอดู เขาถึงอ้างอิงอาการคนรักจากความทุกข์โศกของแวร์เธอร์ แวร์เธอร์เป็นชายหนุ่มที่หลงรักหญิงแต่งงานแล้วนามชาร์ลอตเต้ เขาผิดหวังจนคิดจะฆ่าตัวตาย แต่แวร์เธอร์คงคล้ายกับเฟรเดริคของโฟลแบรต์จาก Sentimental Education ผู้ที่ทดแทนความรักโหยหาด้วยการมีคนอื่นอยู่เสมอ บาร์ตส์ยังอ้างถึงเรื่องอื่นอีกเช่น พลาโต้ นิชเช่ ฟรอยด์ กรีก และเซน รวมถึงประสบการณ์ในชีวิตของเขา
แม้ผู้เขียนเล่าว่าอารมณ์แห่งความรักไม่มีลำดับในความเป็นจริง แต่เขาคงเรียงแนวความคิดต่างต่างตามตัวอักษรในภาษาฝรั่งเศส หลายตอนในหนังสือเล่มนี้พูดถึงแง่มุมความรักอย่างเจ็บปวดและน่าขัน นำวรรณคดีมาอ้างในเชิงสนับสนุนแนวความคิด คนอ่านชอบบทบาทของแวร์เธอร์มาก หนังสือของบาร์ตส์จึงเสมือนเครื่องนำทางในการอ่านนิยายของเกอเธ่ในมุมมองแบบปรัชญา ผู้เขียนไม่ได้ตีความบทบาทของตัวละครแต่อย่างใด กลับปล่อยให้แนวความคิดเรื่องรักแสดงเอกภาพของตัวตามคุณลักษณะอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ หนังสือในทำนองนี้มีอยู่หลายเล่มที่นักเขียนนำวรรณคดีมาวิเคราะห์ อย่างเช่น How Proust Can Change Your Life ของ Alain De Botton (non-fiction) หรือ Flaubert's Parrot ของ Julian Barnes (fiction) แต่สองเล่มนั้นก็ต่างจากเล่มนี้ตรงที่ว่าเล่มนี้พูดถึงแก่นแท้แห่งความเป็นสากลโลกของความรักซึ่งเป็นเรื่องที่ใครอ่านได้ง่าย ชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ครับจะได้เห็นว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคนมิใช่เรื่องที่คิดอยู่คนเดียวและไม่ใช่เรื่องของการเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ จนกลายเป็นความทุกข์โศกในคืนวัน... เกี่ยวกับผู้เขียน : Roland Barthes (1915 - 1980) โรลอง บาร์ตส์ เป็นชาวฝรั่งเศสเกิดเมื่อปี 1915 จบการศึกษาด้านวรรณคดีฝรั่งเศสและคลาสสิกที่มหาวิทยาลัยกรุงปารีส บาร์ตส์เป็นนักภาษาศาสตร์ นักปรัชญา เป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย เขาเคยทำงานที่ Centre National de Rescherche Scientifique ในฐานะนักวิจัยด้านสังคมวิทยาและภาษา บาร์ตส์เสียชีวิตในปี 1980 จากอุบัติเหตุรถยนต์ ผลงานบางเล่มของเขาได้แก่ Writing Degree Zero (1953), Mythologies (1957), The Fashion System (1967), S/Z (1970), The Pleasure of the Text (1973) A Lover's Discourse : Roland Barthes, translated by Richard Howard
|
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ |