* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book THE DIARY OF ELLEN RIMBAUER My Life at Rose Red : Joyce Reardon

Book Coverดร. จอยซ์ เรียดอน อาจารย์ประจำภาควิชาปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แห่งมหาวิทยาลัยโบมอนต์ ที่ซีแอตเติล ผู้เรียบเรียงไดอารี่เล่มนี้ บอกไว้ตั้งแต่ในหน้าแรกว่าเธอซื้อไดอารี่ของเอเลนในสภาพเปื้อนฝุ่นและปิดล็อกสนิท จากการตรวจสอบพบว่ากระดาษและหมึกที่ใช้เป็นของจริง ซึ่งไดอารี่เล่มนี้ได้กลายเป็นธีสิสปริญญาโทของดร. จอยซ์ในเวลาต่อมา เอเลน ริมบาวเออร์ ผู้เขียนไดอารี่เป็นภรรยาของจอห์น เจ้าของกิจการน้ำมันที่ร่ำรวย ทั้งคู่สร้างคฤหาสน์เรียกชื่อว่า Rose Red ซึ่งกลืนยี่สิบหกชีวิตให้สูญหายหรือตายไปอย่างลึกลับในช่วงเวลาสี่สิบหกปี ไดอารี่ของเอเลนเป็นเหตุให้ดร. จอยซ์จัดทีมสำรวจเพื่อสืบหาอำนาจเหนือจริงของบ้านอาถรรพณ์ โรสเรด แห่งนี้

นอกจากโรสเรดจะเป็นชื่อสำคัญของบ้านในหนังสือแล้ว ยังเป็นชื่อหนังทีวีมินิซีรีย์ประเภทสยองขวัญของสตีเฟน คิง ที่เขาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของโรสเรดในสามตอนจบ ออกอากาศทางสถานีเอบีซีเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา นวนิยายเล่มนี้ออกแบบให้เหมือนเป็นเรื่องจริง โดยหลังปกบอกอย่างจริงจังว่าเป็นเอกสารหายากที่เผยชีวิตชนชั้นสูงในช่วงปลายศตวรรษที่สิบเก้า และเป็นงานวิจัยของดร. จอยซ์ ทั้งที่เราทราบดีว่าหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์พร้อมกับที่มินิซีรีย์ชุดโรสเรดที่ออกฉายทางทีวี และด้านหลังก็ปรากฏคำให้สังเกตว่าเป็น Fiction กำกับไว้ แต่กว่าจะเชื่อใจรับว่าเอเลนและตัวละครในเรื่องไม่มีตัวตนอยู่จริง ซึ่งรวมถึง ดร. จอยซ์ ผู้เขียนและมหาวิทยาลัยโบมอนต์ คนอ่านก็ถูกลวงใจในน้ำเสียงของหนังสืออยู่พอประมาณ ทั้งอ่านไปต้องคอยนั่งไล่แผนผังของตัวบ้าน ทั้งกลวิธีที่ล่อให้ตามไปหาอ่านต่อในเวบลึกลับ ทั้งอยากรู้ว่าคนอ่านอื่นๆ เริ่มจับสังเกตได้ในตอนไหน แต่หากจะมีความลึกลับอันใดอยู่ในโรสเรดแล้ว ข้อที่ลึกลับที่สุดก็คือใครกันแน่ที่เป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ดร. จอยซ์คือสตีเฟน คิงหรือไม่

เมื่อดูจากการเขียนแล้ว เอเลนถ่ายทอดความรู้สึกของเธอลงในไดอารีได้ดีมาก น้ำเสียงเธอเด่นชัด บอกความเป็นผู้หญิงจริงๆ ตั้งแต่เธอเริ่มแต่งงานจนมีลูก มีพัฒนาการของตัวละครแบบที่เรียกว่า round character มีอารมณ์อยู่ในทุกมุมไม่ว่าจะอ่อนโยน พิศวาสหรือแข็งกร้าว ตั้งแต่เป็นสาวน้อยไม่เดียงสาต่อโลก จนเป็นผู้หญิงที่ได้ผ่านความเจ็บปวดของชีวิต น้ำเสียงของเธอเข้มข้นเหมือนตัวละครในหนังสือนิยายคลาสสิคสมัยก่อน เช่นตัวละครแบบ Heatcliff ใน Wuthering Height ที่เรียกร้องหัวใจนักอ่านให้เกิดความเห็นอกเห็นใจหวั่นไหวไปกับเรื่องราวของเขา เรื่องราวที่เอลเลนเล่าสนุกและอ่านเพลิน คนอ่านกลายเป็นไดอารีของเธอ เป็นหน้ากระดาษที่เธอไว้ใจเปิดเผยความรักและลับจนหมดใจ การใช้ภาษาง่ายแต่งดงามในสำนวนโบราณของเอลเลนก็มีส่วนเพิ่มน้ำหนักในอารมณ์ของหนังสือ ตั้งแต่แรกเริ่มปรากฎเหตุการณ์ไม่ปกติของบ้านโรสเรด คนอ่านขวัญอ่อนรู้สึกลุ้นระทึกอย่างที่เอเลนบอกว่า "Oh faint of heart, dare not read on." หรือในบางอารมณ์ที่เอลเลนคับแค้นข้องใจ บางทีคนอ่านรู้สึกถูกสบถใส่เช่นเดียวกับไดอารีที่รัก และเรื่องนี้ก็ยังเล่าผ่านมุมมองผู้หญิง ที่ไม่ได้เน้นความน่าสะพรึงกลัวแบบสยดสยองแต่เพียงอย่างเดียว เรื่องราวล้วนแต่คาบเกี่ยวกับชีวิตของเอเลน นอกจากความลึกลับของบ้านที่หลงใหลในจิตวิญญาณของเอลเลนแล้ว เรายังได้รู้หัวใจหนักอึ้งและความเศร้าของเธอด้วย นับเป็นหนังสือเล่มเล็กที่อ่านสนุกน่าติดตามได้อย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก หนังสือเล่มนี้เขียนได้ค่อนข้างดีทีเดียว โดยเฉพาะตอนต้น แต่ส่วนหลังดูจะเล่าข้ามๆ แบบเร็วและอ่อนแรง ทั้งที่ตัวพล็อตอำนวนให้เขียนสนุกได้กว่านี้ หนังสือจบโดยยังทิ้งคำถามค้างไว้หลายประการ เช่นเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเอเลน เกิดอะไรขึ้นกับทีมสำรวจที่ดร. เบิร์นส์ไฮม์หายตัวไป การสำรวจของดร. จอยซ์มีผลเป็นอย่างไร ซึ่งน่าจะบอกไว้ได้ในบทส่งท้าย

ถึงหนังสือเล่มนี้จะพยายามทำตัวให้เหมือนจริง แต่ก็ไม่ได้มีความพยายามจะให้แนบเนียนนัก มีอารมณ์ขันหลายตอนแทรกบอกผู้อ่านให้รู้ได้แต่แรกว่านี่เป็นเพียงเรื่องแต่ง นับตั้งแต่โดเมนเนมของมหาวิทยาลัยโบมอนต์ที่เป็น .net แทนที่จะเป็น .edu หรือบทนำของดร. จอยซ์ที่เขียนทิ้งรอยขบขันเอาไว้ ทั้งยังบอกเป็นคำชวนคิดว่าชะตากรรมของเธอน่าจะต้องหายสาบสูญไปในโรสเรดภายในไม่ช้า ในเล่มยังมีลูกเล่นอื่น เช่นการปรากฎตัวของสตีเฟน คิงในหนังสือ ในรูปคนส่งจดหมาย (ที่ล้อเลียนการมาส่งพิซซา) หรือการอ้างอิงถึงหนังสือต่างๆ ของคิง เหล่านี้ล้วนแต่ชวนให้คิดเป็นปริศนาว่าใครกันแน่เป็นผู้เขียนหนังสือ

คำถามนี้จะไม่เฉลยจนกว่าในเดือนพฤษภาคมที่หนังสือฉบับปกอ่อนจะตีพิมพ์ สำนักพิมพ์ไม่แพร่งพรายถึงผู้เขียนเลย โดยข่าวบางกระแสก็ว่าคิงเป็นคนแต่ง แต่บางส่วนก็บอกว่าไม่ใช่แน่ๆ ฉันเองรู้สึกเหมือนอย่างประโยคที่เอเลนพูดบ่อยๆ "I am vexed!" เพราะผู้เขียนบรรยายอารมณ์ผู้หญิงได้อย่างเข้าใจ และเรื่องนี้ไม่โหดอย่างที่สตีเฟน คิงสามารถทำให้โหดกว่านี้ได้ (มาก) แต่ฝีมือของคิงที่เขียนเรื่องอย่าง The Body และชอว์แชงก์ก็ทำให้ฉันเชื่อสนิทใจได้ ว่าถ้าเขาจะเขียนอารมณ์ผู้หญิงอย่างเอลเลนเสียเอง เขาก็ย่อมทำได้

แต่เรื่องที่ว่าหนังสือเล่มนี้อ่านได้สนุกเบาสมองดี นั้นไม่เป็นที่สงสัยเลย

* โรสเรด เดิมเป็นหนังที่จะสร้างโดยสตีเวน สปีลเบิร์ก และกำกับโดยมิค แกริส โครงการนี้เริ่มในปี 1995 ด้วยป็นความร่วมมือของคิงและสปีลเบิร์ก แต่เนื่องจากทั้งคู่ไม่อาจตกลงในเรื่องทิศทางของหนังได้ จึงต่างไปทางใครทางมัน คิงซื้อลิขสิทธ์มาได้ในที่สุด และดัดแปลงบทหนังให้กลายเป็นโรสเรด
* สตีเฟน คิงไม่เคยตีพิมพ์หนังสือกับสำนักพิมพ์ Hyperion

THE DIARY OF ELLEN RIMBAUER : My Life at Rose Red : Joyce Reardon
ISBN 0-7868-6801-5 Hyperion 252 pages, $22.95 Hardcover

You, Dear Diary, were never the cause of any of this, and I was a fool to think so. Once again, I entrust my most private thoughts to your pages, confident that only my eyes shall ever read these words. (Woe be to anyone, anywhere, at any time who violates the privacy of these pages! May a curse be upon you. If you have read any of this, you know these pages are for me, and me alone.)

The Diary of Ellen Rimbauer . . . Joyce Reardon

Copyright © 2002 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๕ มีนาคม ๒๕๔๕