* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book การศึกษา ทุนนิยม และโลกานุวัตร : รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์

Book Coverการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันย่อมส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา ทั้งในด้านวัฒนธรรมหลากหลายที่ได้รับจากนานาประเทศ อิทธิพลการศึกษาตะวันตก การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไปสู่เศรษฐกิจที่ความสัมพันธ์ระหว่างครูนักเรียนแปรเป็นผู้ขายกับผู้ซื้อบริการ การใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อความสากลจักมีส่วนในการกำหนดความต้องการการเรียนภาษาต่างชาติมากขึ้น ระบบการศึกษาไทยควรปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษามากขึ้น และเพื่อปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ บทความต่างๆของรังสรรค์ที่ได้รวบรวมไว้ในเล่มนี้เสนอความคิดเหล่านี้ในการศึกษาได้น่าสนใจ ปัญหาการศึกษาในไทยไม่มีคำตอบสำเร็จรูป และหนทางพัฒนาการศึกษาไทยไปสู่ความเจริญก็ยังต้องฝ่าขวากหนามอีกยาวไกล แต่มุมมองด้านการศึกษาในเล่มน่าจะทำให้ผู้อ่านได้ฉุกคิด หรือฉายมุมที่คนไม่มองให้ได้ออกมาสู่สาธารณชนบ้าง

บทความในเล่มประกอบด้วยห้าภาค ดังจะได้แสดงรายละเอียดท้ายหน้านี้ ในด้านการศึกษา รังสรรค์ให้ความเห็นต่อเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาว่ามิได้มีอยู่จริง โรงเรียนในกรุงเทพมีคุณภาพมากกว่าโรงเรียนต่างจังหวัด และยิ่งโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลความเจริญเพียงใด คุณภาพก็ยิ่งด้อยลงทุกที ที่ผ่านมานั้น ผู้ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐมากกว่าครึ่งมาจากครอบครัวในกรุงเทพ โดยส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางหรือชนชั้นสูง ระบบสอบคัดเลือกจึงมิได้อำนวยให้เกิดความทัดเทียมกันทางการศึกษา เพราะผู้ด้อยโอกาสถูกคัดออกไปตั้งแต่ระดับมัธยมแล้ว นอกจากนั้น รัฐยังเก็บค่าเล่าเรียนในระดับอุดมศึกษาในอัตราต่ำ จึงนับเป็นการให้เงินอุดหนุนแอบแฝงเพื่อช่วยเหลือคนชั้นกลางและชนชั้นสูง และเพราะบัณฑิตที่จบการศึกษาก็มักออกไปทำงานให้กับเอกชน รังสรรค์จึงเห็นว่าค่าเล่าเรียนต่ำในมหาวิทยาลัยของรัฐยังเป็นการสนับสนุนให้ภาคเอกชนได้แรงงานที่รัฐส่งเสียให้อีกด้วย โดยที่บัณฑิตเหล่านี้ไม่เคยตระหนักว่าตนได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ บัณฑิตไม่น้อยจึงไม่เคยคำนึงถึงสังคม แต่ใช้การศึกษาเป็นเพียงเครื่องมือยกระดับสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจส่วนตน เราจึงเห็นตัวอย่างบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ไม่น้อยผันตัวเองไปเรียนต่อ M.B.A. โดยไม่มีสำนึกในการยึดวิชาชีพวิศวกรทั้งที่ประเทศชาติขาดแคลนบุคลากรสาขานี้

มาร์ก เบลากล่าวว่า "หากระดับการศึกษายิ่งสูงเพียงใด ประโยชน์ที่สังคมได้รับจะยิ่งมีน้อยลงเพียงนั้น" รังสรรค์จึงมีแนวคิดว่าในระดับอุดมศึกษานั้น รัฐบาลควรสนับสนุนคนเก่งและคนจน และให้ชนชั้นกลางมีส่วนรับภาระบริการการศึกษาให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ นอกจากเรื่องอัตราค่าเล่าเรียน รังสรรค์ยังเสนอความคิดตรงไปตรงมาเรื่องเงินบริจาค ที่เขากล่าวว่าถึงอย่างไรก็มีระบบนี้อยู่แล้ว จะต้องซ่อนเร้นไปใย ทำให้ชัดเจนเสีย เงินที่ได้ยังจะเข้าโรงเรียนมากกว่าเข้ากระเป๋าผู้บริหาร

"ตราบใดที่กระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถขับดันลูกคนรวยออกไปจากโรงเรียนที่มีคุณภาพและให้ลูกคนจนเข้าไปแทนที่ การกำหนดโควต้าลูกคนรวยเพื่อรีดเงินบริจาค ถึงจะมิใช่นโยบายที่เป็นเลิศ (First Best) แต่ก็มีความเป็นเลิศรองลงมา (Second Best) เมื่อพิจารณาจากสวัสดิการสังคมโดยส่วนรวม"

ระบบทุนนิยมทำให้บริการการศึกษาแปรสภาพเป็นสินค้ามากขึ้น ดังจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยและอาจารย์ต่างออกมาขายของ ด้วยโครงการอบรมต่างๆ เช่นมินิเอ็มบีเอ หลักสูตรการศึกษาจะค่อยๆปรับตัวสนองความต้องการซื้อของลูกค้ามากขึ้น เป็นที่ยอมรับกันว่าการศึกษาเป็นเรื่องของการลงทุน พ่อแม่ก็ย่อมทุ่มจ่ายเงินให้ลูกได้มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดที่ทำได้ การลงทุนเพื่อการศึกษาในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูก็ดังเช่นทัวร์เรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศในหน้าร้อน ที่จัดกันอุ่นหนาฝาคั่ง ชนชั้นกลางที่พอมีกำลังก็ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศมากขึ้น และแนวโน้มนี้ก็มิได้ลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รังสรรค์กล่าวว่านี่เป็นเพราะเศรษฐกิจของชนชั้นกลางเติบโตมากขึ้นในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ประกอบกับความด้อยพัฒนาของระบบการศึกษาไทย "จะมีก็แต่คนไทยที่ขาดกำลังทางเศรษฐกิจเท่านั้นที่จำทนระบบโรงเรียนของไทย"

แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือความปรารถนาจะให้ผู้ไปเรียนได้รู้ภาษาต่างประเทศ โลกานุวัตรทำให้ความรู้ภาษาสากลมีประโยชน์สูงต่อผู้รู้ภาษา มีผลกำหนดตำแหน่งชนชั้นในสังคมได้ เมื่อโรงเรียนรัฐบาลเริ่มสอนภาษาอังกฤษที่ชั้นประถมปีที่ห้า ผู้ปกครองจึงอยากส่งบุตรเข้าเรียนเอกชนที่สอนตั้งแต่ประถมหนึ่งหรืออนุบาลมากกว่า แม้รัฐบาลมีดำริจะให้โรงเรียนรัฐจัดสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ประถมหนึ่ง แต่นโยบายนี้ปฏิบัติจริงได้ยาก เพราะโรงเรียนรัฐโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลไม่มีครูที่จะสอนภาษาอังกฤษได้ ผู้ที่รู้ภาษาในระดับดีต่างมีอาชีพอื่นให้เลือกไปทำมากกว่าจะมาเป็นครูโรงเรียนรัฐกินเงินเดือนต่ำ

ความตื่นตัวและความนิยมในความรู้ภาษาอังกฤษทำให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยนานาชาติเป็นที่สนใจ แม้แต่สถานศึกษาของรัฐเองก็เปิดหลักสูตรนานาชาติเพื่อหาเงินเป็นการใหญ่ ข้อน่าสนใจอยู่ที่โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติเกือบทั้งหมดดำเนินการโดยกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ก็เพื่อหวังกำไรจากที่ดินรอบข้างที่ตนเองถือครองอยู่ กลุ่มทุนเหล่านี้ยื่นข้อเสนอให้มหาวิทยาลัยมีชื่อจัดวิทยาเขตใหม่ โดยบริจาคที่ดินให้จำนวนมากอีกด้วย

บทความในเล่มยังมีเนื้อหาถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่น่าสนใจ มหาวิทยาลัยไทยไม่ได้เป็นแหล่งวิจัยเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ แต่เป็นเพียงแหล่งผลิตบุคลากร อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้เงินเดือนน้อยจนต้องหางานพิเศษทำ จึงไม่มีการทุ่มเทให้การสอนและงานวิจัยได้เต็มที่ รังสรรค์ค่อนข้างมีความคิดแง่ลบ หรือที่เขาใช้คำว่า "ทุกขทัศน์" ต่ออนาคตของมหาวิทยาลัยไทยดังนี้

ณ บัดนี้ เป็นที่แน่ชัดว่ามหาวิทยาลัยของรัฐมิอาจหวังพึ่งรัฐบาลต่อไปได้ แต่มรดกของระบบราชการที่ทิ้งไว้ให้แก่มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรมนุษย์หรือโครงสร้างการบริหาร ก็ไม่เกื้อกูลให้มหาวิทยาลัยพึ่งตนเองได้เช่นกัน สภาพการณ์ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทำให้คาดได้ว่า เพียงชั่วเวลาอีกทศวรรษเศษ มหาวิทยาลัยของรัฐก็จะตกสู่หุบเหวแห่งความตกต่ำ และระบบสติปัญญาของชาติจะเสื่อมทรามลงอย่างถึงที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยของรัฐอ่อนแอเกินกว่าที่จะโต้คลื่นเศรษฐกิจและคลื่นสารสนเทศได้

รวมบทความในเล่มรวบรวมจากข้อเขียนต่างปี หลายบทความจึงมีเนื้อหาความคิดที่ซ้ำซ้อนกัน แต่หนังสือเล่มนี้ก็น่าจะให้ประโยชน์กับผู้อ่าน โดยเปิดภาพการศึกษาให้เราได้มองกว้างและลึกขึ้น ซึ่งผู้อ่านจะได้แตกแขนงความคิดของตนต่อไปได้ ตราบที่คนไทยยังแยแสกับการศึกษา ตราบนั้นการศึกษาคงไม่ใช่เรื่องไร้อนาคตเสียทีเดียว

"สิ่งที่สังคมไทยต้องการในเวลานี้ มิใช่คนมีความรู้ แต่เป็นคนมีความรู้ที่พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม มหาวิทยาลัยจะยังไม่ได้ทำหน้าที่อันสมบูรณ์ หากบัณฑิตที่ผลิตได้ยังคงมุ่งแสวงหาอภิสิทธิ์จากความทุกข์ยากของคนส่วนใหญ่"

เกี่ยวกับผู้เขียน รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปัจจุบัน เป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การศึกษา ทุนนิยม และโลกานุวัตร : รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์
ISBN 974-7798-58-1 คบไฟ ๔๐๐ หน้า ๑๗๐ บาท

สารบัญ

ภาคที่หนึ่ง โลกานุวัตรกับการศึกษา
        การศึกษากับสังคมไทยในยุคโลกานุวัตร
        การวิ่งแข่งทางการศึกษา
        โลกานุวัตร กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ กับการศึกษา
        Sandwich Courses
        ภาษาต่างประเทศในระบบโรงเรียน

ภาคที่สอง ทุนนิยมการศึกษา
        ทุนนิยมการศึกษา
        บริการการศึกษาในฐานะสินค้า
        การศึกษาในฐานะสินค้า : พัฒนาการของทุนวัฒนธรรม

ภาคที่สาม นโยบายการศึกษา
        นโยบายการวิจัยและพัฒนาสำหรับประเทศไทยในอนาคต
        ปฏิรูปการศึกษาเพื่อใคร? ข้อพิจารณาว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรการศึกษา
        ทางเลือกในการจัดการศึกษาสำหรับอนาคตของประเทศไทย
        บทบาทของรัฐในการจัดการศึกษา
        วิวาทะว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ
        การผลิตแบบเรียนบทเส้นทางเสรีนิยม
        การบริจาคเงินเพื่อเข้าโรงเรียนรัฐบาล
        เงินบริจาคเพื่อการศึกษา
        นโยบายค่าเล่าเรียนอัตราต่ำ : ความคาดหวังกับความเป็นจริง
        การกำหนดอัตราค่าเล่าเรียนตามประโยชน์ของการศึกษา
        ผังประชาชนในระบบโรงเรียนกับนโยบายอัตราค่าเล่าเรียนระดับมัธยมศึกษา
        นโยบายอัตราค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปีการศึกษา 2538 - 2540 : บททดลองเสนอ
        รัฐธรรมนูญกับนโยบายอัตราค่าเล่าเรียน

ภาคที่สี่ อุดมศึกษา
        อุดมศึกษา : ใครรับภาระ ใครได้ประโยชน์ ใครควรรับภาระ?
        การปฏิรูปอุดมศึกษา : ปัญหาความเสมอภาคและความเป็นธรรม
        มหาวิทยาลัยของรัฐกับการพึ่งพิงรัฐบาล
        การจัดสรรงบประมาณแผ่นดินสำหรับมหาวิทยาลัยของรัฐ
        อาจารย์มหาวิทยาลัยในฐานะอาชีพ
        อาจารย์มหาวิทยาลัยในฐานะสำราญชน
        หอคอยงาช้างเดือนตุลาฯ
        ความเรียงว่าด้วยวุฒิบัตร
        มหาวิทยาลัยกับปริญญาบัตร
        มหาวิทยาลัยในฐานะโรงพิมพ์ปริญญาบัตร
        โครงการช้างเผือกที่ธรรมศาสตร์
        มหาวิทยาลัยในทศวรรษ 2450
        McUniversity

ภาคที่ห้า วัฒนธรรมการศึกษา
        เมื่อผู้ปกครองสอบตก
        เครื่องจักรกลแห่งวิชาการ
        ชีวิตบรรณาธิการ
        ห้องสมุดป๋วย อึ้งภากรณ์

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๔