| EX LIBRIS : Anne Fadiman |
คำสารภาพของนักอ่าน
สำหรับนักอ่านแล้ว ความรักใดจะยิ่งใหญ่กว่ารักตัวหนังสือ โฟลแบรต์เขียนว่า Read in order to live. และนักอ่านหลายคนก็อ่านเพื่ออยู่ดังนี้จริงรวมทั้งแอนน์ ฟาดิแมน ที่ถ่ายทอดความรักต่อหนังสือลงในเรื่องเล่าได้น่ารักน่าประทับใจ หากเรารู้จักส่วนเสี้ยวของคนๆ หนึ่งได้จากหนังสือที่อ่าน ฟาดิแมนก็เป็นผู้รักหนังสือที่น่าไปรู้จักอย่างยิ่ง Ex Libris เป็นเรื่องของความรักต่อหนังสือจากนักอ่านธรรมดา ประกอบด้วยบทความ 18 เรื่อง เล่าเรื่องของเธอและครอบครัวที่ผูกพันกับหนังสือ ชื่อรองของหนังสือคือ Confessions of a Common Reader คำสารภาพของนักอ่านธรรมดา คำว่า "นักอ่านธรรมดา" ในที่นี้มาจากชื่อหนังสือของเวอร์จิเนีย วูลฟ์ (ที่อยากแนะนำให้อ่านเช่นกัน) โดยวูลฟ์นำคำนี้มาจากซามูเอล จอห์นสัน อีกต่อหนึ่ง จอห์นสันเขียนความหมายของนักอ่านธรรมดาว่าเป็นผู้อ่านสามัญที่ไม่ใช่นักวิจารณ์หรือปราชญ์ผู้รู้ นักอ่านคนนี้ไม่ได้แตกฉาน แต่อ่านเพื่อความสุขส่วนตัว นักอ่านประเภทนี้หล่อหลอมตนเองจากการใช้สัญชาตญาณส่วนตัวเลือกสรรสิ่งที่อ่าน ในเล่มนี้ ฟาดิแมนจึงเล่าเรื่องหนังสือจากใจนักอ่านสามัญคนหนึ่ง แต่เรื่องราวของเธอเผยว่าฟาดิแมนไม่ใช่นักอ่านธรรมดา เธอเป็นนักอ่านตัวยงที่รักหนังสืออย่างยิ่ง เรื่องเล่าของเธอจึงน่าสนใจและเพลิดเพลินมาก โดยเฉพาะเมื่อเธอเล่าเรื่องได้อบอุ่นอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน ด้วยเกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย ที่สำคัญที่สุด เธอเล่าด้วยหัวใจรักต่อหนังสือโดยแท้จริง ฟาดิแมนเกิดในครอบครัวรักการอ่าน คลิฟตัน ผู้เป็นบิดาเป็นนักวิจารณ์และบรรณาธิการที่ผู้คนยกย่อง มารดาเป็นนักเขียน ฟาดิแมนเติบโตมาในบ้านที่มีหนังสือเจ็ดพันเล่ม ที่พ่อแม่เคร่งครัดกับการใช้ไวยากรณ์ พี่ชายของเธอชอบอ่านหนังสือ และบ้านนี้ก็เป็นนักพิสูจน์อักษรตัวกลั่นที่ทนเห็นการสะกดผิดไม่ได้กันทั้งบ้าน ครอบครัวของเธอน่ารักมาก เป็นครอบครัวรักการอ่านมากที่สุดครอบครัวหนึ่งที่เราจะได้รู้จัก เรื่องเล่าของฟาดิแมนจึงเป็นเรื่องของการจัดหนังสือ การรู้จักถ้อยคำพิเศษ ชั้นหนังสือส่วนตัวที่เรามีเป็นพิเศษ เป็นหนังสือที่ไม่เข้าพวกกับหนังสือเล่มอื่น ๆ เลย แต่เป็นส่วนที่บ่งบอกตัวตนของเราได้ดีที่สุด ฟาดิแมนมีหนังสือเกี่ยวกับการสำรวจขั้วโลก 64 เล่ม จอร์จ ออร์เวลล์ มีนิตยสารผู้หญิงช่วงปี 1860 เอาไว้สำหรับอ่านในห้องน้ำ ชั้นหนังสือพิเศษของคุณเล่าเป็นแบบใด ยังมีเรื่องซอนเน็ตที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง เมื่อบิดาของผู้เขียนในวัย 88 ผู้รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจมองไม่เห็นอีกต่อไป เขาให้ลูกสาวอ่านซอนเน็ตที่มิลตันเขียนตอนตาบอดให้ฟัง ชื่อบท On His Blindness ซอนเน็ตบทนี้ขึ้นต้นว่า When I consider how my light is spent . . . อ่านแล้วใจอ่อนเลยทีเดียว ยังมีเรื่องความรักหนังสือแบบถนอมหรือรักแบบรุนแรง เรื่องถ้อยคำจารึกในหนังสือ เรื่องการสะกดผิด หนังสือกับความอยากอาหาร การลอกเลียนในงานเขียน การอ่านหนังสือออกเสียง หนังสือมือสอง บทความเหล่านี้อ่านเพลิน ผู้รักหนังสือน่าจะอ่านด้วยความสุขใจและชื่นใจ เพราะเป็นการอ่านถึงสิ่งที่เรารัก จากผู้ที่รักในสิ่งเดียวกับเรา ฟาดิแมนเขียนหนังสือดี ความรักในภาษาของเธอบ่งบอกชัดเจนในเนื้อความที่เขียน หนังสือเล่มนี้อ่านได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เราคิดถึงความรักหนังสือในตัวเรา ความรักชนิดนี้สั่งสมตัวเองยาวนานและดำรงอยู่ตลอดไป เป็นความรักที่ไม่แสดงออกโจ่งแจ้ง ไม่อวดอ้างตัวตน แต่เรารู้ว่าความรักนี้อยู่กับเราเสมอมา Ex Libris บอกว่าความรักเช่นนี้น่าประทับใจมากเพียงไร
EX LIBRIS : Anne Fadiman
Copyright © 2002 faylicity.com There must be writers whose parents owned no books, and who were taken under the wing of a neighbor or teacher or librarian, but I have never met one. My daughter is seven, and some of the other second-grade parents complain that their children don't read for pleasure. When I visit their homes, their children's rooms are crammed with expensive books, but the parents' room are empty. Those children do not see their parents reading, as I did every day of my childhood. By contrast, when I walk into an apartment with books on the shelves, books on the bedside tables, books on the floor, and books on the toilet tank, then I know what I would see if I opened the door that says PRIVATE---GROWNUPS KEEP OUT: a child sprawled on the bed, reading. |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๕ |