* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book EXTREMELY LOUD AND INCREDIBLY CLOSE : Jonathan Safran Foer
read by O

Book Cover

เมื่อสามปีก่อน หนังสือเล่มแรก ของ โจนาทาน ซาฟราน ฟอร์ ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเขียนดาวรุ่งผู้มากด้วยพรสวรรค์ในแวดวงวรรณกรรมอเมริกา ฟอร์เป็นนักเขียนที่มีจินตนาการสร้างสรรค์โดดเด่น อารมณ์ขันสูงและมีภาษาเฉพาะตัวจนจดจำได้ง่าย เขาเป็นนักเล่าที่ดี (storyteller) มากกว่าเป็นนักตกแต่งเรื่อง (storydresser) เรื่องของเขาจึงมีมิติความลึกในแง่การประพันธ์และการพัฒนาตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับนักเขียนจากแวดวงเดียวกันในปัจจุบัน ฟอร์ดูจะลอยเด่นเป็นตัวแทนที่นักวิจารณ์ต่างมองเห็นว่าจะนำอนาคตสดใสมาสู่โลกวรรณคดีของอเมริกาอีกครั้ง

หากย้อนยุคการเขียนกลับไปไม่นานเท่าไร เทคนิคของฟอร์คงเป็นเพียงเงาของโพสต์โมเดิร์นนิสต์ในอเมริกา ในยุคที่มี จอห์น บาร์ธ หรือ โดนัลด์ บาร์เทลมี เป็นผู้นำแห่งการทดลองความสร้างสรรค์ในการเขียน การหารูปแบบใหม่ๆ มานำเสนอความเป็น "นิยาย" ซึ่งทำให้เราเห็นงานที่แตกต่างไปจากหนังสืออื่นๆ   เรื่องนี้กลับไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ในยุคนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่าเมื่อนำมาใช้แล้ว สื่อสารได้อย่างที่ต้องการหรือเปล่า มีแรงกระทบทะลุความรู้สึกของการอ่านหนังสือแค่ไหน ฟอร์พัฒนางานของเขาใน Extremely Loud and Incredibly Close โดยนำกราฟิกต่างๆมาใช้ชัดเจนมากขึ้น เช่น การใช้รูปประกอบที่พลิกหน้าเร็วๆ แล้วทำให้เกิดภาพเคลื่อนไหว การใส่รูปประกอบลงไปในเรื่องราวระหว่างบรรทัดของตัวละคร การใช้สีแดงวงตัวหนังสือ การเล่นแนวทางของตัวอักษร การทิ้งหน้าว่าง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สำหรับคนอ่านแล้วรู้สึกว่าตัวหนังสือร้องเรียกความเอาใจใส่เกินจำเป็น เหมือนกลัวว่านักอ่านจะไม่อ่าน จะละทิ้งหนังสือกลางทางอย่างนั้น เพราะถึงฟอร์ไม่ได้ใช้เทคนิคนี้ เขาน่าจะรู้ว่าถ้อยคำที่เขาประพันธ์ขึ้น ทรงพลังและมีเสน่ห์มากพอที่จะขับเคลื่อนหัวใจของคนที่กำลังอ่านหนังสือ

Extremely Loud and Incredibly Close มีตัวละครเอกเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบนามว่า ออสการ์ พ่อของเขาเสียชีวิตในเหตุการณ์ตึกถล่ม 9/11 ออสการ์ระทมทุกข์ รู้สึกสูญเสียและสับสน ด้วยจินตนาการในวัยเด็กที่บริสุทธิ์ สิ่งที่เราได้อ่านคือความพยายามหาทางออกกับการมีชีวิตอยู่ต่อไปของเด็กน้อย ออสการ์พบกุญแจปริศนาในซองจดหมายของพ่อซึ่งเขียนคำว่าแบล็คเอาไว้ เลยเกิดความคิดที่จะค้นหานายแบล็คในสมุดโทรศัพท์เพื่อหาล็อกที่พอดีกับดอกกุญแจ มันคงเป็นร่องรอยที่ทำให้เขารู้สึกใกล้ชิดกับพ่อดั่งเดิม ออสการ์จึงพาเราออกผจญภัยไปทั่วนิวยอร์ก

ออสการ์เป็นเด็กช่างคิด เขามักจะจินตนาการหาวิธีปกป้องคนที่เขารักจากภยันตรายเสมอ แต่ลึกลงไปภายใต้ความไร้เดียงสา สิ่งที่ฟอร์สอดแทรกไว้คือความกลัวของมนุษย์ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตอยู่ เรื่องของออสการ์แม้จะเศร้าแต่ก็แฝงด้วยอารมณ์หรรษา ฟอร์มีวิธีเล่าให้สนุกและเพลิดเพลินขบขันทีเดียว เขามักจะผูกเรื่องด้วยการเน้นความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่ผูกพันลึกซึ้งน่ารักในแบบของเขา ข้อด้อยของหนังสือเล่มนี้มีประการเดียว ในแง่โครงเรื่องที่ไม่สามารถพัฒนาไปได้กว่าที่ควร แต่คงเพราะผู้เขียนหยิบยกประเด็นที่เกี่ยวกับเหตุการณ์เลวร้ายมาเขียน หนังสือเลยเหมือนถูกกักบริเวณแบบกราวน์ ซีโร่เช่นนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้นึกถึง The Curious Incident of the Dog in the Night-time ของ Mark Haddon ทั้งธีมและโทนเสียงของหนังสือ จะต่างกันก็เทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนเท่านั้น จอห์น เออร์วิง นักเขียนชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ มีเพียงอารมณ์ขันที่จะนำพาชีวิตต่อไป.. ชีวิตของออสการ์และเราก็เป็นเช่นนั้น

เกี่ยวกับผู้เขียน Jonathan Safran Foer

Extremely Loud and Incredibly Close : Jonathan Safran Foer
ISBN: 0618329706 Houghton Mifflin, 368 pages, $24.95 ปีที่พิมพ์ 2005

อะไรกันเนี่ย?!! : โจนาธาน ซาฟราน โฟเออร์
แปลโดย วิสูตร แสงอรุณเลิศ, กมลรัตน์ ชุติเชาวน์กุล Mix magazine พ.ศ. ๒๕๕๔ ราคา ๓๒๙ บาท

"Even after a year, I still had an extremely difficult time doing certain things, like taking showers, for some reason, and getting into elevators, obviously. There was a lot of stuff that made me panicky, like suspension bridges, germs, airplanes, fireworks, Arab people on the subway (even though I'm not racist), Arab people in restaurants and coffee shops and other public places, scaffolding, sewers and subway grates, bags without owners, shoes, people with mustaches, smoke, knots, tall buildings, turbans. A lot of the time I'd get that feeling like I was in the middle of a huge black ocean, or in deep space, but not in the fascinating way. It's just that everything was incredibly far away from me. It was worst at night. I started inventing things, and then I couldn't stop, like beavers, which I know about. People think they cut down trees so they can build dams, but in reality it's because their teeth never stop growing, and if they didn't constantly file them down by cutting through all of those trees, their teeth would start to grow into their own faces, which would kill them. That's how my brain was."

Jonathan Safran Foer . . . Extremely Loud and Incredibly Close

Copyright © 2005 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘