* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book THE FEAST OF LOVE : Charles Baxter
read by SleepyO

Book Cover" I can't talk about love directly. I never have been able to. The only way I can talk about it is by talking about hunting and visits to the doctor."

หนังสือเล่มนี้นอนรออยู่ในกองหนังสือซัมเมอร์รีดดิ้งของผู้เป็นใหญ่ในบ้านหลังที่ผมอาศัย เป็นประเพณีปฎิบัติของคนเมืองหนาวที่จะซื้อหนังสือมาเก็บเป็นกองให้อุ่น เพื่อรออ่านให้สมกับที่หน้าร้อนเป็นฤดูแห่งการพักผ่อน ในหน้าร้อนเราจะพบกับรายการหนังสือแนะนำ ประเภทอ่านง่ายอ่านสนุกจากหนังสือพิมพ์ หรือนักวิจารณ์ในสถาบันรีวิวต่างๆ และที่สำคัญสำหรับคนรักการอ่าน หน้าร้อนราคาหนังสือจะลดกระหน่ำในร้านค้า จึงเกิดการเก็บสะสมหนังสือในระยะยาวของนักอ่านซึ่งบางทีก็เผื่อแผ่ไปยังฤดูกาลอื่นๆ ด้วย การแย่งหนังสือใหม่มาอ่านก่อนจึงเป็นสิ่งที่ผู้น้อยในบ้านกระทำอยู่เสมอแบบเงียบๆ โดยไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต ผมชอบหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หน้าปกชวนอ่าน ดูแล้วน่านอนอ่านแถมด้านหลังหมอนมีท้องฟ้าระยิบระยับดาวเป็นประกาย มีดวงจันทร์เป็นตรากลมสีเงินขาวบรรจุตัวหนังสือว่า National Book Award Finalist ด้านหลังมีคำว่า หัวเราะเสียงดัง กำกับไว้ คิดดูแล้วท่าทางจะอ่านสนุกแบบไม่ต้องคิดมาก ผมก็ไม่คิดมากแต่เช้าวันถัดมามีข้อความ'ให้รู้ว่าไม่พ้นสายตา'แปะบนบานเปิดตู้เย็นขนาดใหญ่ เขียนแช่อากาศเย็นขัดกับอุณหภูมิหน้าร้อนอยู่เงียบๆ เช่นกันว่า I know what you read this summer!

The Feast of Love เป็นหนังสือตลกหรรษาแนวคอมเมดี้แบบ A Midsummer Night's Dream ผู้เขียนเริ่มต้นแปลกด้วยการให้ตัวเองเป็นตัวละครเปิดเรื่องผู้สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายกลางดึก เสร็จแล้วพบว่าตัวเองนอนไม่หลับ จึงลงไปเดินเล่นตามถนนชมเสน่ห์ยามราตรี เขาผ่านไปเห็นกิจกรรมรักกลางแสงจันทร์ในสนามกีฬา จนกระทั่งผ่านไปพบชายคนหนึ่งหน้าตาเหมือนคางคกรูปหล่อนั่งคอตกอยู่กับหมาของเขาตรงม้านั่งข้างถนน ชายคนนี้เป็นเพื่อนเก่าที่ชื่อว่าแบรดเลย์ ส่วนหมาของเขามีชื่อว่า แบรดเลย์เดอะด็อก แบรดเลย์ถามชาร์ลถึงเรื่องหนังสือที่เขากำลังเขียน พบว่าชาร์ลเกิดอาการเขียนไม่ออก เขาจึงเสนอแนะว่าเขาจะเล่าถึงความรักแปลกๆ ของคนรู้จักให้ฟังเพื่อเป็นข้อมูลในการเขียน

You should call it The Feast of Love. I'm the expert on that. I should write that book. Actually, I should be in that book. You should put me into your novel. I'm an expert on love. I've just broken up with my second wife, after all. I'm in an emotional tangle. Maybe I'd shoot myself before the final chapter. Your readers would wonder about the outcome.

ตำนานรักยุ่งเหยิงในโลกยุคใหม่จึงเกิดขึ้น The Feast of Love เป็นชื่อภาพเขียนของแบรดเลย์ หนุ่มหัวใจเปิดเผยเล่าว่า เขาเป็นผู้จัดการร้านกาแฟ มีงานอดิเรกคือชอบวาดภาพศิลปะ เขาเล่าถึงความรักกับภรรยาคนแรกแคธรีน ว่าความรักของเขาก่อกำเนิดมาได้อย่างไร และพัฒนาไปทางไหน ทำไมภรรยาถึงทิ้งเขาไปมีคนอื่น แบรดเลย์เป็นผู้ชายเชยๆ ช่างฝัน อัธยาศัยและจิตใจดี เขาเล่าด้วยน้ำเสียงฟังดูน่ารัก โดยเฉพาะตอนที่รู้ว่าแคธรีนเป็นคนกลัวหมา ด้วยความโรแมนติคซื่อๆ เขาจึงตัดสินใจพาเธอไปดูสถานหมากำพร้าเพื่อให้เธอคุ้นเคยและหายกลัว จนเธอหายตื่นเต้นขึ้นมาบ้างเลยสนุกกับการตั้งชื่อหมาทีละตัวในกรงนั้น มีตัวหนึ่งเธอบอกว่าตัวนี้ควรชื่อแบรดเลย์ เขาประทับใจมากมาแอบรับหมาไปอุปถัมภ์โดยเอาไปฝากน้องสาวไว้ ตั้งใจจะเซอร์ไพรซ์เธอ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ความสัมพันธ์ของเขาก็จบลง เรามองเห็นความรักในชีวิตแบบแบรดเลย์ได้ในชีวิตของคนเดินถนนทั่วไป เป็นชีวิตที่ไม่ต้องการอะไรนอกจากอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นธรรมดา หลังจากนั้นบทที่สองเป็นน้ำเสียงในมุมมองของแคธรีน พอแคธรีนเล่าเรื่องรักในสายตาเธอบ้าง กลับตลกดีเพราะสะท้อนความแตกต่างที่ต่างเพศกัน แคธรีนจำกัดความแบรดเลย์ว่าเขาเป็นคนไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิง มีตอนหนึ่งเธอกล่าวติดตลกว่า He hummed while he made love, as if he were changing a light bulb. แบ็กซเตอร์ใช้วิธีการให้ตัวละครผลัดกันเล่าโดยไม่บอกว่าใครเป็นผู้พูดในตอนแรกของแต่ละบท เขาพัฒนาเนื้อเรื่องของตัวละครจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในตอนจบบท และให้ตัวละครที่มาเล่าต่อสอดรับโดยการเล่าในเรื่องเดิม (หรือประโยคเดียวกัน) แต่เป็นมุมมองของอีกคนหนึ่งในตอนเริ่มต้นของบทถัดไป เขาใช้เทคนิคการเขียนโยงไปมาแบบนี้ตลอดเล่ม เนื้อเรื่องกับสถานการณ์ต่อเนื่องเหมือนตัวละครกำลังวิ่งแข่งส่งไม้ผลัดให้ชม เรื่องค่อยสนุกขึ้นเรื่อยๆ จนตอนท้าย เมื่อพบว่าตัวละครทั้งหมดมาเผชิญอยู่ในที่เดียวกัน ความสัมพันธ์ในสังคมเล็กๆ เหนียวแน่นขึ้น สะท้อนภาพความรักในหัวใจมนุษย์ได้อย่างน่าชัง

มีตัวละครที่น่าสนใจอีกหลายตัวอย่างเช่นเพื่อนบ้านศาสตราจารย์สอนปรัชญาของแบรดเลย์กับภรรยา โคลเอ้กับออสการ์คู่รักร้อนแรง พนักงานในร้านของแบรดเลย์ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่รักกันได้หวานฉ่ำ และตั้งอนาคตชีวิตครอบครัวในแนวทางดั้งเดิมแบบประเพณีนิยมที่ขัดกับบุคลิกและการใช้ชีวิต เดวิดเป็นตัวละครของหนุ่มมีครอบครัวแล้วแต่เก็บกดในรักจนต้องมีชู้ แล้วตัวละครชวนหัวอีกคนหนึ่งคือไดอานา ภรรยาระยะสั้นหนึ่งเดือนคนที่สองของแบรดเลย์ เธอเป็นทนาย เป็นโรคกลัวการผจญภัยในโลกกว้าง ชอบที่แคบๆ และมักมีคำพูดเด็ดๆ กวนประสาททุกครั้งที่ออกฉาก เธอบอกแบ็กซเตอร์ผู้เขียนก่อนเล่าเรื่องของเธอว่า " Don't threaten people, especially lawyers..Don't threaten your own characters. It's for your own good. You'll wind up in a mess of litigation and... subplots." ผมชอบอีกตอนที่เธอบ่นว่าเธอจะฟ้องร้องทุกคน รวมไปถึงพระเจ้า แต่เมื่อมีตัวละครดี ก็ย่อมมีตัวละครร้าย ตลกร้ายในวัฒนธรรมของเช็คสเปียร์ที่ชวนลุ้นอยู่ในที จึงทำให้คนอ่านกลัวเนื้อเรื่องมีมลทินขึ้นมาอย่างกะทันหันต้องคอยลุ้นอยู่เรื่อยๆ ความน่าชังของตัวละครบางตัวทำให้เกิดความนิยมชมชอบในตัวละครอีกตัวหนึ่ง ถ้าผู้ชายคือชีวิตในหนังสือเล่มนี้ ผู้หญิงคงเป็นแรงพลังขับเคลื่อนของจิตวิญญาณ หนังสือเล่มนี้อ่านเพลิดเพลินดีกว่าที่คิด ผู้เขียนเริ่มต้นด้วยการตื่นจบลงด้วยการเข้านอน และที่เราอ่านคือฝันกลางฤดูร้อนที่ไม่แห้งแล้งนั่นเอง...

As the poet says, all happy couples are alike, it's the unhappy ones who create the stories. I'm no longer a story. Happiness has made me fade into real life.

เกี่ยวกับผู้เขียน Charles Baxter ชาร์ลส์ แบ็กซเตอร์เกิดที่มินนิอาโพลิส จบการศึกษาปริญญาอักษรศาสตร์จากยูนิเวอร์ซิตีออฟนิวยอร์ก หลังจากนั้นเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเวย์นสเตตในเมืองดีทรอยต์ จนเมื่อปี 1989 ย้ายมาสอนหนังสือที่ภาควิชาภาษาอังกฤษมหาวิทยาลัยมิชิแกน แบ็กซเตอร์เขียนหนังสือนิยายมาเจ็ดเล่ม เรื่องที่มีนำชื่อเสียงมาให้คือ Harmony of the World, Shadow Play และ Through the Safety Net มีผลงานรวมบทกวีหนึ่งเล่ม ชื่อ Imaginary Painting ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ที่แอนน์อาร์เบอร์

The Feast of Love : Charles Baxter
ISBN 0-375-70910-X Vintage (2001) 308 pages $13.00

Every relationship has at least one really good day. What I mean is, no matter how sour things go, there's always that day. That day is always in your possession. That's the day you remember. You get old and you think: well, at least I had that day. It happened once. You think all the variables might just line up again. But they don't. Not always. I once talked to a women who said, " Yeah, that's the day we had an angle around."

Charles Baxter . . The Feast of Love

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๔