* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book โลกียชน (Tortilla Flat) : John Steinbeck
read by SleepyO

Book Cover

โลกียชน เป็นงานเขียนในยุคแรกของจอห์น สไตน์เบ็คที่อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมาก หนังสือเป็นเรื่องราวชวนหัวของคนกลุ่มหนึ่ง โดยมีตัวเอกคือ แดนนี่นักเลงบ้านนอกที่มีพฤติกรรมเมาหยำเป ผู้มีหัวใจราวกับทะเล เป็นที่รักของหมู่ผองเพื่อนชาวพายซาโน พวกเขามีชีวิตที่ยากไร้ ดิ้นรน บางครั้งแลดูเสื่อมทรามแต่เต็มไปด้วยจริยธรรมใสซื่อ และตลกจนเรามองข้ามความเป็นคนไม่เอาไหนของพวกเขาไปหมด หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ใช่เล่มที่ดีที่สุดของสไตน์เบ็ค แต่ก็เป็นบทนำที่เขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักเขียนซึ่งสันทัดในธรรมชาติของเพื่อนมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ความเข้าใจที่ทำให้คนเรารักที่จะอยู่ร่วมกัน มีเมตตาและให้อภัยต่อกันมากกว่าแค้นเคือง นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้มีภาษาแปลที่สวยงามมาก เป็นหนังสือที่ทำให้รู้จักและรักที่จะอ่านเรื่องแปลเมื่อครั้งยังเด็ก ทั้งการถอดความหมายที่ได้ "อรรถรส" และยังเห็นชั้นเชิงของการใช้ภาษาที่ต่างไปโดยคงไว้ซึ่งสำเนียงเดิม

เรื่องเกิดขึ้นก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ณ เมืองมอนเทอเรย์บนชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ตอร์ตียา แฟล็ทเป็นละแวกที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าคนพายซาโน ชนพวกนี้เป็นชนชาติของคนหลายเผ่าพันธุ์ ทั้งสเปน เม็กซิโก อิตาลี และอเมริกัน ตอนเริ่มต้นนั้น แดนนี่กับปีลองกลับมาจากรับราชการทหาร ขณะที่เพื่อนคนที่สามโจเบิ้ม ปอร์ตากีนั้นยังติดคุกอยู่ เมื่อแดนนี่กลับมาบ้าน เขาได้รับมรดกจากปู่เป็นบ้านสองหลังตั้งอยู่บนเนินเขา แดนนี่จึงเข้าไปอยู่ และด้วยความรักเพื่อนอยากให้เพื่อนมีบ้านไว้ซุกหัวนอน ไม่ต้องไปนอนข้างถนนเหมือนที่เคยเป็นมา แดนนี่จึงสาบานตนเป็นผู้รับอุปการะคนอนาถาไร้ที่พึงพำนัก เขาให้ปีลองเช่าบ้านหลังเล็กในราคาสิบห้าดอลล่าร์ต่อเดือน พอนานวันเข้าปีลองรู้สึกหนักอกกลัวเพื่อนจะทวงค่าเช่าบ้าน ทั้งที่แดนนี่ก็ไม่เคยทวง เขาจึงหาทางหาเงินนำมาชำระด้วยการไปรับจ้างทำงานต่างๆ ซึ่งพอได้เงินมาทีไรปีลองก็หมดไปกับไวน์ทุกที แล้วก็ปลอบใจตัวเองว่าไวน์ที่เขาซื้อมานั้น แดนนี่น่าจะรู้ว่าเขาซื้อมาเอาใจเพื่อนขนาดไหน หลังจากนั้นปีลองก็ชวนปาโบ้ลมาอยู่บ้านเพื่อช่วยหารค่าเช่าบ้านให้แดนนี่ โดยขอค่าเช่าสิบห้าเหรียญต่อเดือน เขานึกในใจว่าคราวนี้ถ้าแดนนี่อยากจะทวง เขาจะได้มีคำตอบให้สักทีว่าถ้าปาโบล้จ่ายให้เขาเมื่อไร เขาก็จะเอามาจ่ายแดนนี่เมื่อนั้น

สไตน์เบ็คเขียนเรื่องและลักษณะตัวละครได้สนุกมาก เขาให้ปีลองเป็นคนเจ้าเล่ห์ มีจริยธรรมถือความสัตย์เป็นของตัว ขณะที่แดนนี่เป็นคนซื่อ ไร้เดียงสา ใจกว้างและค่อนข้างบ้าบอ เรื่องค่อยๆ สนุกขึ้นเมื่อมีเพื่อนมาอยู่บ้านของแดนนี่มากขึ้น มีจีซัส มาเรีย ไพแร็ตกับหมาห้าตัว โจเบิ้ม ปอร์ตากี และคนอื่นๆ อีกที่คอยผ่านไปผ่านมาเวลาที่จริยธรรมของพวกเขาเพิ่มขึ้นหรือลดลง ชีวิตในแต่ละวันต้องจบลงด้วยไวน์ ผู้หญิง วิวาทกันบ้าง คอยหาไก่และอาหารกลับบ้านให้เพื่อนเสมอ พวกเขาไม่เคยมีแผนการณ์ล่วงหน้าแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นเหตุที่ต้องแก้เฉพาะหน้าทั้งนั้น ไม่ว่าจะตอนที่เพื่อนๆ ช่วยแดนนี่หาของขวัญให้ผู้หญิง ช่วยไพแร็ตซื้อเทียนแก้บนกับเซนต์ฟรานซิสในโบสถ์ตอนที่หมาป่วย ตอนที่ผมชอบคือตอนที่พวกเขาไปช่วยครอบครัวเซนญอรา คอร์เตษที่อยู่กับลูกถึงแปดคนแล้วไม่มีอาหารจะกิน พวกเขาเลยขโมยอาหารดีดีมาให้ แต่มันดีเกินไปจนเด็กๆ ไม่ยอมทาน ในที่สุดก็เลยไปขโมยอาหารที่เด็กๆ เคยทานนั้นคือถั่วกระสอบจากโรงงาน วิธีแก้ปัญหาของพวกเขาชวนหัวเราะทุกที ซึ่งตราบใดที่มีเงินสำหรับค่าความเสเพลเหล่านี้ พวกเขาก็มีความสุขและอยู่กันได้ดี คอยให้อภัยต่อกันแม้จะโกรธเคืองกันมากเท่าไรก็ตาม เป็นกลุ่มคนที่น่ารักทะนงในศักดิ์ศรีความเป็นคนยากไร้ของตนยิ่ง

ความดีของหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะเป็นเนื้อหาและวิธีใช้ภาษาจากตัวผู้เขียนจอห์น สไตน์เบ็คแล้วคงต้องเป็นตัวผู้แปลคือคุณประมูล อุณหธูป คือสไตน์เบ็คเขียนอย่างไร คุณประมูลก็แปลเป็นภาษาไทยได้อย่างนั้น อย่างเช่นสไตน์เบ็คใช้วิธีตั้งชื่อแต่ละตอนด้วยประโยคสามบรรทัด (เกือบทั้งหมดจะอธิบายธีมที่ว่าด้วยเรื่องการไถ่บาป จริยธรรม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หรือการให้อภัย) อย่างเช่น How Danny was ensnared by a vacuum cleaner and how Danny's friends rescued him. แปลเป็น ตอนแดนนี่พลัดติดแร้วเพราะเครื่องดูดฝุ่นเป็นเหตุและตอนเพื่อนๆ ของแดนนี่ช่วยกันแก้ใด้หลุด ไม่ทราบว่าท่านนึกคำว่าติดแร้วได้อย่างไร หรืออย่างชื่อ โจ เบิ้ม ปอร์ตากี แปลมาจาก Big Joe Portagee เป็นผมก็คงนึกได้แค่ บิ๊ก โจ ปอร์ตากี ก็คงเป็นเพราะเหตุนี้เองท่านถึงขึ้นชื่อว่าเป็นนักเลงแปดภาษา หนังสือแปลทุกเล่มของคุณประมูลมีคำอธิบายเป็นหมายเหตุประกอบคำศัพท์เสมอ ให้ความรู้และบอกความหมายใกล้เคียงในสำเนียงไทย และมักจะให้เหตุผลว่าทำไมเลือกใช้คำนั้นคำนี้ เป็นเรื่องแปลที่ได้อรรถรสมากกว่าการอ่านเอาเรื่องธรรมดา แล้วถ้าใครสังเกตบทแปลด้านล่าง จะเห็นเครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษในบทแปลเป็นไทย เป็นความละเอียดอย่างหนึ่งของผู้แปล หนังสือเล่มนี้ถึงจะใช้คำไทยแต่ไม่ได้สำเนียงไทย กลับเป็นพวกพายซาโนไปเลย อ่านจบนึกถึงแต่คำว่า อ๋าย อามีโก้.. ไม่ทราบว่ายังมีหนังสือเก่าเล่มนี้ขายอยู่หรือไม่ แต่ถ้าใครเจอหนังสือเล่มนี้เข้าเมื่อไรก็กรุณารีบหามาอ่านโดยพลันนะครับ

Bookเกี่ยวกับผู้เขียน John Steinbeck (1902-1968) จอห์น สไตน์เบ็ค เกิดในครอบครัวชาวไร่ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1902 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี 1919 สาขาวรรณคดี แต่เรียนไม่ทันจบ ก็ออกไปทำงานเป็นนักข่าวในเมืองนิวยอร์ก เขียนหนังสือเล่มแรกตีพิมพ์เมื่อปี 1929 เรื่อง Cup of Gold แต่เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจาก Torilla Flat ในปี 1935 จากนั้นมีผลงานเป็นที่ชื่นชอบมากมาย เช่นThe Grapes of Wrath (1939) Of Mice and Men (1937) ได้รับรางวัลโนเบิลไพรซ์ในปี 1962 ปีนี้เป็นปีที่ครบหนึ่งรอบร้อยปีของจอห์น สไตน์เบ็ค จึงมีการจัดนิทรรศการทั่วทั้งอเมริกา ติดตามรายละเอียดของงานต่างๆ ได้ที่ The National Steinbeck Center

เกี่ยวกับผู้แปล ประมูล อุณหธูป เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๓ กรุงเทพ เริ่มศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนเทวะกุญชร จบชั้นมัธยมปลายโรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยา หลังจากนั้นเข้าทำงานรับราชการที่กองรังวัด และไปรับราชการกรมสหกรณ์ที่ปากน้ำ สมุทรปราการ มีผลงานแปลชั้นครู เช่น โลงของอีส้า ปีศาจสันนิวาสที่แปลมาจากหนังสือของซิดนีย์ เชลดอน จ้าวแม่ทองดำ เป็นต้น ยังมีงานเขียนในนามอุษณา เพลิงธรรมและเจ้าจำปีอีกหลายเล่ม

โลกียชน (Tortilla Flat) : จอห์น สไตน์เบ็ค แปลโดย ประมูล อุณหธูป พิมพ์ครั้งแรกพ.ศ. ๒๕๐๔
ฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุด ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๓๕ สำนักพิมพ์หมึกจีน ๔๐๐ หน้า ราคา ๑๑๐ บาท

ไวน์สองแกลลอนเป็นจำนวนโขเอาการทีเดียว แม้สำหรับคอขนาดพายซาโนสองคน. จังหวะการดื่มแบ่งได้ตามสัดส่วนของขวดดังนี้: พอพ้นขวดแรก - คุยกันเป็นงานเป็นการและมุ่งแต่เรื่องนั้น. ลดลงมาสองนิ้ว - รำพันถึงความระทมอันชื่นใจแต่หนหลัง. ต่ำลงมาอีกสามนิ้ว - รำพึงถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่ก่อนซึ่งล้วนแต่เป็นที่สาแก่ใจมาแล้วทั้งนั้น. อีกนิ้วหนึ่ง - ครุ่นถึงรักเก่าอันแสนจะขื่นขม. เกลี้ยงก้นขวดแรก - เศร้าในเรื่องร้อยแปดอย่างฉาบฉวย. พ้นคอขวดที่สอง - สลดใจเรื่องศีลธรรมเสื่อมทราม. ต่ำลงมาสองนิ้ว - ร้องเพลงมรณะหรือไม่ก็เพลงใฝ่ฝัน. จังหวะแบ่งได้แค่นี้เอง เพราะพอถึงขั้นนี้แล้วต่างก็หาทางกันเอาเองต่อไปและไม่มีอะไรแน่นอน. พ้นขีดนี้ไปแล้ว ไม่ว่าอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น.

แต่ว่าเราย้อนหลังไปยังจังหวะแรกกันเถอะ คือตอนที่คุยกันเป็นการเป็นงานและมุ่งแต่เรื่องนั้น เพราะปีลองสำเร็จความประสงค์ของเขาในจังหวะนั้นเอง.

โลกียชน . . John Steinbeck

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๔