| THE BROOKLYN FOLLIES : Paul Auster
read by O |
![]() เวลาเลือกซื้อหนังสือ เรามักอ่านปกหลังที่สรุปเนื้อหาสาระว่าน่าสนใจเพียงไร หรือเลือกจากชื่อของนักเขียนที่รู้จัก (เพื่อความอุ่นใจ) บางคนก็ให้ความสำคัญกับคำโปรย คำนิยม คำชมประกอบการตัดสินใจ และส่วนใหญ่จะมีความสามารถพิเศษในการลองอ่านตัวหนังสือด้านในอยู่นานสองนาน ความก้าวหน้าของอินเทอร์เน็ตทำให้เราสามารถหาข้อมูลหนังสือที่สนใจล่วงหน้าได้ และเพราะปริมาณมากของจำนวนประชากรหนังสือ คนอ่านจึงมักทำโพยหนังสือก่อนไปร้าน เป็นการประหยัดเวลาหาอย่างมีจุดหมายและประหยัดความเสี่ยงในการซื้อ การเลือกหนังสือที่ร้านจึงเป็นเวลาที่เราจะได้สัมผัสกับตัวอักษรด้านในโดยเฉพาะ คนอ่านหลงใหลในย่อหน้าแรกของหนังสือเสมอ หากประโยคแรกต้องมนต์ จับใจ สร้างความกระหายใคร่รู้ แสดงว่าหนังสือเล่มนั้นประสบความสำเร็จในการแสดงตัวตน ดังเช่น ประโยคแรกในอันนา คาเรนนิน่าของลีโอ ตอลสตอย หรือประโยคแรกใน A Tale of Two Cities ของชารล์ส ดิกเกนส์ บ่อยครั้งที่ซื้อหนังสือเพราะประโยคเหล่านี้ รวมถึงหนังสือใหม่ที่บางครั้งคนอ่านไม่รู้จักนักเขียนแม้แต่น้อย ออสเตอร์เป็นนักเขียนอเมริกันแห่งยุคที่น่าชื่นชมมากคนหนึ่ง The Brooklyn Follies เป็นหนังสือที่คนอ่านมองข้ามเพราะความอิ่มตัวกับสไตล์นักเขียน แม้จะรู้ว่าเขาผู้นี้มีอาคมในปากกาและเขียนหนังสือดี แต่ประโยคแรกของเนตัน กลาส ตัวละครวัยเกษียณทำให้คนอ่านเปลี่ยนใจด้วยความอยากรู้ เนตันบอกว่า 'I was looking for a quiet place to die. Someone recommended Brooklyn, and so the next morning I traveled down there...' (ผมกำลังหาที่เงียบๆ เป็นที่ตาย มีคนแนะนำบรูคลิน เช้าวันถัดมาผมจึงเดินทางมาที่นี่) แม้ถ้อยคำของเนตันจะชี้ถึงความสิ้นหวัง แต่หลังจากที่อ่านเขาสักพัก น้ำเสียงของเขาตรงข้ามกับเนื้อหาสิ้นเชิง เนตันเล่าด้วยเสียงที่ยอมรับสิ่งต่างๆ ในชีวิต มีอารมณ์ขันและน่าฟัง ชวนให้อยากรู้ไปว่าชีวิตเขาเป็นมาอย่างไร เนตันพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง เขาประสบความล้มเหลวในชีวิตครอบครัว จึงคิดอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เหลือ เมื่อมาอยู่ในบรูคลิน เขาใช้เวลาว่างเขียนหนังสือตั้งชื่อว่า หนังสือแห่งการกระทำที่โง่เขลาของมนุษย์ เพื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมา บันทึกทุกเรื่องเล็กเรื่องน้อยที่ตัวเองเคยผิดเคยพลาดเอาไว้ เนตันได้เจอทอม หลานชายคนโปรดที่ขาดการติดต่อไปนาน ทอมทำงานในร้านหนังสือมือสอง ทอมเป็นอีกตัวละครหนึ่งที่แสดงความล้มเหลวในชีวิตคนหนุ่ม ส่วนแฮรี่เจ้าของร้านหนังสือมีชีวิตโลดโผนชวนทึ่งอยู่ไม่น้อย ชีวิตในบรูคลินถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีชีวิตชีวา ออสเตอร์ผูกเรื่องเก่ง ลวงเราด้วยเรื่องรอบตัวของตัวละครอย่างแนบเนียน จนทำให้เราคิดตามว่าไม่มีชีวิตใดบริบูรณ์พร้อม บาดแผลในชีวิตเป็นเพียงบททดสอบ และการยอมรับความจริงนำมาซึ่งความไม่สิ้นหวังและรู้จักใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข หากตัดความบังเอิญของเหตุการณ์ต่างๆ หรือตัดความจงใจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวละคร (ที่ส่อเค้าว่าเรื่องนี้จะเป็นตลกดราม่าที่มีตอนจบแฮปปี้เอนดิ้ง) หนังสือเล่มนี้อ่านได้ประทับใจตั้งแต่ความพยายามเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างเรื่องของพอล ออสเตอร์ ไม่น่าเชื่อว่าเขาสามารถเขียนนิยายชีวิตธรรมดาที่ไม่ต้องการจินตนาการวิเศษดังเช่นนิยายเล่มก่อนๆ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วนึกถึง A Patchwork Planet ของแอนน์ ไทเลอร์ ที่เสน่ห์ของหนังสืออยู่ตรงความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติของตัวละคร รู้ตัวอีกทีหนังสือปิดหน้าแล้ว The Brooklyn Follies อ่านเพลิดเพลินดี เป็นหนังสือของออสเตอร์ที่ชวนอ่านอีกเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับผู้เขียน: Paul Auster The Brooklyn Follies : Paul Auster
|
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๙ |