หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นด้วยชีวิตของชายหนุ่มขี้เหงาคนหนึ่ง เฟรเดอริค เคล็ก เขาเป็นคนขี้อาย ไม่ได้รับการศึกษามาก เพราะมาจากครอบครัวชนชั้นแรงงานในอังกฤษ แม่จากไปตั้งแต่เด็กทิ้งเขาให้อยู่กับป้าและลูกสาวป้าที่เป็นคนพิการ เฟรเดอริคชอบอยู่คนเดียว ไม่ค่อยจะสุงสิงกับเพื่อน เขาทำงานเป็นเสมียนบนศาลากลางและมีงานอดิเรกที่ชอบมากอย่างหนึ่งคือสะสมผีเสื้อ เขาจะสตาฟมันลงในกล่อง สะสมไว้มากมายหลายชนิดที่นิยมและหายาก นี่เป็นงานชิ้นเดียวที่เขารัก จนกระทั่งวันหนึ่งเฟรเดอริคชนะการพนันเงินพูลเป็นจำนวนมาก หลังจากแบ่งปันให้ป้า เขาจึงมีโอกาสใช้เงินที่เหลือตอบสนองชีวิตอย่างที่ตัวเองเพ้อฝัน
เฟรเดอริคเฝ้ามองมิแรนด้าอยู่แรมปี เขาหลงรักมิแรนด้าและจดจำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ มิแรนด้าเป็นสาวเรียนศิลปะ มีการศึกษา สวยฉลาดและมาจากสังคมอีกชั้นหนึ่งซึ่งเขาไม่เคยมีโอกาสสัมผัส ผู้เขียนแฝงความรังเกียจสตรีเพศของเฟรเดอริคให้เห็นโดยที่ตัวละครเองก็ไม่ตระหนัก เขารังเกียจความคิดหยาบช้า ผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าเคารพเชื่อถือ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากชนชั้นเดียวกับเขา มิแรนด้าจึงเปรียบเสมือนผีเสื้อที่เป็นความสวยงามของโลก เขาทั้งชื่นชมบูชาเหนือสิ่งอื่นใด ความรักลุ่มหลงชนิดนี้ทำให้เขาวางแผนลักพาตัวมิแรนด้าไปเก็บไว้เป็นสมบัติของตัว มิแรนด้าเป็นนักโทษ ขณะที่เขาเป็นทาสของความรัก
ภาคแรกของหนังสือเป็นน้ำเสียงแบบโมโนลอคของเฟรเดอริค ผู้เขียนใส่น้ำเสียงตัวละครได้สมจริง เขาเป็นคนอ่อนโยนที่ไม่ได้หวังในสิ่งใดนอกจากจะอยากเป็นที่รักบ้าง เขาไม่นิยมความรุนแรงเราจึงไม่เห็นฉากน่าสยดสยองโหดร้าย แต่ความโหดร้ายนั้นยังเต็มเปี่ยมเพราะคนเราไม่สามารถรักใครได้โดยการกักขังคนอื่นให้ไร้อิสรภาพ เขาพามิแรนด้ามาอยู่ที่บ้านเช่าหลังใหญ่นอกเมืองแห่งหนึ่ง ใต้บ้านนั้นมีห้องใต้ดินมิดชิดซึ่งเขาเตรียมทุกอย่างไว้ให้เธอ หนังสือหนังหา อาหาร อุปกรณ์วาดภาพ หรืออยากจะได้อะไรก็หามาให้ทุกสิ่ง ขอเพียงอย่างเดียวให้อยู่กับเขา เฟรเดอริคบอกกับมิแรนด้าว่าเขาชื่อ เฟอร์ดินาน ถ้ามีใครเคยอ่านละครเรื่อง The Tempest ของวิลเลียม เชกสเปียร์ คงจดจำได้ว่า เฟอร์ดินานเป็นชื่อเจ้าชายที่เรือแตกมาติดเกาะจนได้พบรักกับนางเอกที่ชื่อมิแรนด้า แต่ผีเสื้อสาวตัวนี้ฉลาดเกินกว่าที่เฟรเดอริคจะควบคุม เธอกลับเรียกเขาว่า คาลิแบน (ในละครเรื่องนั้นคาลิแบนเป็นทาสรับใช้บนเกาะ หน้าตาครึ่งสัตว์ มีสติไม่สมประกอบ นิสัยชั่วร้ายและไม่ยอมเรียนรู้สิ่งอื่น จึงทำได้แต่รับใช้ ตักน้ำ หาฟืนเท่านั้น)
ภาคที่สองเป็นมุมมองของมิแรนด้า ผู้เขียนบรรยายด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในความคิดของตัวละคร มิแรนด้าอยู่ตรงข้ามจากสิ่งเพ้อฝันแสนสวย บางครั้งเธอปวดร้าวเพราะดิ้นร้นหาแต่หนทางจะหนี บางครั้งหดหู่กับใจที่ถูกทรมานมากเกินไปจากคนบ้า มีสิ่งเดียวในภาคสองนี้ที่ทำให้เรื่องดำเนินช้าลง คือวิธีที่ปล่อยให้ตัวละครเล่าซ้ำในเหตุการณ์เดียวกัน แม้จะคนละมุมมองก็ตาม แต่การที่คนอ่านรู้เรื่องล่วงหน้าก็ทำให้เดาได้เกินไป แต่นี่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยมองข้ามได้ง่ายเพราะหนังสือเล่มนี้พัฒนาโครงเรื่องโดยรวมไว้อย่างสนุก ภาคหลังจึงต้องคอยลุ้นกันอย่างใจระทึก จบด้วยท่อนหนึ่งจากละครพายุร้าย เพราะสุดท้ายอาจเป็นเฟรเดอริคเสียเองที่เป็นนักโทษ มีจิตใจที่ถูกจองจำ...
So they are;
My spirits, as in a dream, are all bound up.
My father's loss, the weakness which I feel,
The wreck of all my friends, nor this man's threats,
To whom I am subdued, are but light to me,
Might I but through my prison once a day
Behold this maid: all corners else o' the earth
Let liberty make use of; space enough
Have I in such a prison.
Ferdinand from The Tempest, William Shakespeare
เกี่ยวกับผู้เขียน John Fowles จอห์น ฟาวลส์ เกิดเมื่อปี 1926 เป็นชาวอังกฤษ The Collector (1963) เป็นหนังสือเล่มแรกที่ทำให้เขามีอาชีพนักเขียน ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 1965 โดย William Wyler เข้าชิงรางวัลออสการ์สามรางวัลแต่ไม่ได้รับรางวัลแต่ประการใด หลังจากนั้นมีผลงานเรื่อง The Magus (1965) ส่วนหนังสือเล่มที่ทำให้เขามีชื่อเสียงที่สุดคือ The French Lieutenant's Woman (1969) นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดยเมอรีล สตรีป หนังสือเล่มล่าสุดคือ Wormholes ในปี 1998
The Collector : John Fowles
ISBN: 009974371X Vintage, 288 pages, £6.99
"...I miss the fresh air and the fresh faces of all those people I hated so on the Tube. The thing I miss most is fresh light." - Miranda
John Fowles . . . The Collector
Copyright © 2002 faylicity.com