* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | The Bear Went Over the Mountain
 
book THE BEAR WENT OVER THE MOUNTAIN : William Kotzwinkle
แปลโดย Fay

ไฟโหมอยู่ในบ้านโรงนาหลังเก่า ไฟที่ไม่แยแสกำลังกลืนกินหน้ากระดาษต้นฉบับ เป็นนิยายที่ชื่อ ลิขิตและปรารถนา ที่ขอบกระดาษหงิกงอลงทีละหน้า วาบเป็นแสงไฟ แล้วกลายเป็นควัน

โรงนาไหม้ตัวอย่างรวดเร็ว คานและจันทันยุบลงเป็นกองเพลิง ตอนที่เจ้าของบ้านที่ไม่ได้ระแวงกลับมาถึง บ้านและนิยายที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงหลุมควันที่พื้นดิน

บ้านโรงนาหลังนี้เป็นที่หมกตัวระหว่างลาพักการสอนของอาเธอร์ บรามฮอล ศาสตราจารย์วรรณคดีอเมริกันของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเมน บรามฮอลไม่ถูกโรคกับการสอนเพราะเขาเครียดง่ายและชอบอยู่คนเดียว โดยรู้ดีว่าเขาเป็นมิตรที่ไม่เอาไหนเวลาตกอยู่ในความเครียด ซึ่งก็เป็นอยู่เกือบตลอดเวลา เขาซื้อไร่เก่าๆไว้ด้วยหวังจะได้มีเซ็กส์กับพวกผู้หญิงที่ย้ายมาอยู่ชานเมืองเหมือนกันและอาจจะเครียด เขาเห็นว่าผู้หญิงพวกนี้ส่วนมากดูเครียด หรือไม่อย่างน้อยก็ดูโกรธขึ้ง อาจจะเพราะต้องย้ายมาอยู่บ้านนอกก็เป็นได้ แผนการเขาคือหลังจากมีเซ็กส์กับผู้หญิงแล้ว เขาจะเขียนนิยายขายดีเกี่ยวกับเรื่องนั้นขึ้นมา เขาเคยเขียนนวนิยายแล้ว แต่ว่าเขียนจากจินตนาการไม่ใช่จากประสบการณ์ เพราะเขาพบว่าผู้หญิงที่ย้ายมาอยู่ชนบทชอบใส่ชุดช่างที่ไม่มีรูปทรง มักจะมีกลิ่นน้ำมันก๊าด ไปร่วมเทศกาลฉลองดวงอาทิตย์ และไม่ยอมโกนขนขา บรามฮอลคิดถึงผู้หญิงพวกนี้ว่าเป็นผู้หญิงปลูกขน ซึ่งค่อนข้างจะทำให้ความต้องการทางเพศของเขาเครียด ดังนั้นความตื่นเต้นอย่างเดียวที่เขาเคยมีก็คือการที่บ้านไหม้

เขายืนในความมืดของคืนฤดูหนาว มีแสงจากถ่านของบ้านที่กำลังจะพังจับใบหน้า สิ่งที่ผุดจากกองถ่านคือตู้ใส่เอกสารเหล็กที่บิดเบี้ยว โคมไฟคอห่าน และพิมพ์ดีด เขาย่ำไปรอบๆหลุม มองหาร่องรอยของกระดาษไหม้ แต่ไฟวูบเล็กๆลามเลีย เตือนให้เขาอยู่ห่างๆจนกว่าไฟจะเสร็จธุระ บรามฮอลคุกเข่าที่ขอบหลุมควัน อาดูรกับหนังสือที่เสียไป
 

"ผมเข้าใจว่าบรามฮอลสร้างบ้านพักเล็กๆด้วยเงินประกันของเขา" เบอร์นาร์ด วีลล็อค ผู้สอนวรรณคดีอเมริกันหนุ่มของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเมนเอ่ยขึ้น

"ใช่ เขากำลังเขียนหนังสือขึ้นใหม่" อัลเฟรด เซตเทิลไมร์ ศาสตราจารย์ของสถาบันเดียวกันกล่าว เซตเทิลไมร์เป็นบุคคลโดดเด่นที่มีหน้าผากงามสูง มีศีรษะดังราชสีห์ ประดับด้วยเคราแพะที่ตัดแต่งอย่างดีบนคางอันเด่นของเขา

"แย่จริงที่หนังสือเขาไหม้" วีลล็อคว่า "เป็นเรื่องน่าตกใจแท้ๆ กับคนที่ชอบมองอะไรแง่ร้าย"

"มันแย่แน่รึ?" เซตเทิลไมร์ถาม "ผมเสียใจที่บ้านเขาถูกเผา แต่หนังสือเขาน่ะ เป็นการจงใจขโมย อย่านะ คุณดรัมมอนด์ เขาบอกผมเองน่ะ เขาศึกษาหนังสือขายดีทุกเล่มแล้วคิดว่าเป็นเล่มที่เขาจะลอกเลียนได้"

"ไม่ใช่ง่ายๆเลย" วีลล็อคกล่าว เขาเคยลองพยายามมาแล้ว

"แต่นี่ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องลาพักการสอนรึ? เพื่อไปลอกเลียนหนังสือขายดี? จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม? นี่รึ ผู้ใดจะถามตัวเองว่าทำไมผู้นั้นจึงเขียน?" ดร.เซตเทิลไมร์ใช้คำว่า ผู้หนึ่งผู้ใด บ่อยๆ เขาพิมพ์หนังสือที่เก็บการใช้คำอุปมาของโรเบิร์ต ฟรอสต์ และสิ่งหนึ่งที่หนังสือแสดงไว้ก็คือ ฟรอสต์ใช้คำว่า เหมือน เป็นอุปมา .54 ครั้งต่อหน้า นี่เป็นงานที่มีความหมาย เป็นงานที่แสดงความตั้งใจมั่น ผู้ใดผู้หนึ่งรู้สึก

"คุณเคยอ่านหนังสือของบรามฮอลไหม?" วีลล็อคถาม

เซตเทิลไมร์ทำเสียงแสดงความไม่พอใจ "ก่อนไฟไหม้เขาส่งสองสามบทแรกมาให้ผมวิจารณ์ ซึ่งแน่อยู่แล้วว่าผู้หนึ่งผู้ใดก็ให้เขาไม่ได้จริงๆ เพราะผู้หนึ่งผู้ใดไม่รู้จะเริ่มตรงไหน นางเอกของเขาได้ดิบได้ดีกับไร่โทรมๆที่ได้มรดกมา นางเอกมีกลิ่นน้ำมันก๊าดแต่ยังไงก็น่ารัก"

"ฟังดูอาจจะน่าสนใจ"

เซตเทิลไมร์ลูบคางแพะอันเลิศของเขา "ผู้หนึ่งผู้ใดรู้จักไร่ การศึกษาฟรอสต์ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องรู้จัก ไร่ในหนังสือบรามฮอลเป็นแค่ฝันในอากาศ"

"บรามฮอลที่น่าสงสาร"

"ไม่มีทางได้ตีพิมพ์หรอก ผู้หนึ่งผู้ใดมั่นใจอย่างนั้น"
 

ในเคบินเล็กๆของอาเธอร์ บรามฮอล เขาเขียนหนังสือขึ้นใหม่ เขาไม่เอาธุระในการต่อโทรศัพท์ใหม่ และไม่พบปะใครนอกจากช่างตัดไม้พักอยู่สันเขาถัดไปที่แวะมาคุยด้วยเป็นครั้งคราว นอกเหนือจากนี้ บรามฮอลก็ไม่มีการรบกวนอื่นใด ไฟได้สอนบางสิ่งแก่เขา ในเรื่องความอดทน การเริ่มต้นใหม่ และความเข้มแข็งในการเผชิญทุกข์ เขาล้มเลิกการพยายามลอกเลียนหนังสือขายดี แต่เขียนด้วยแรงบันดาลใจจากก้นบึ้งหัวใจ ในเรื่องความรักและใฝ่หา ความสูญเสีย และพลังธรรมชาติที่เป็นแรงกระตุ้นของเขา พอหนังสือถึงหน้าสุดท้าย นางเอกใหม่ของเขาก็เรืองรองไปด้วยรังสีภายในที่ได้มาจากความถ่อมตนต่อธรรมชาติ ในหนังสือยังคงมีเรื่องเซ็กส์จำนวนมาก แต่มีความสัมพันธ์กับอารมณ์เก่าแก่ของป่า เชื่อมโยงกับเสียงร้องของกา เสียงเพรียกของจิ้งจอก และเสียงไฟปะทุในเตา

"เราเขียนความจริง" บรามฮอลกล่าวตอนที่ปิดต้นฉบับแล้วลูบมันอย่างอ่อนโยน ในหลุมดำมืดมิดที่ความเครียดชั่วชีวิตของเขาได้พำนัก เขาจุดกองไฟเล็กๆของความร่าเริงขึ้น "พรุ่งนี้แกก็ออกไปสู่โลก" เขาบอกกับต้นฉบับ

เขาเอาต้นฉบับใส่กระเป๋าเอกสาร แล้วหิ้วติดมือไปนอกบ้าน "เราจะไปซื้อแชมเปญมาสักขวดเพื่อเรา" เขาบอกกระเป๋าเอกสาร ปัญหาของคนเมืองที่ย้ายมาอยู่บ้านนอกก็คือไม่มีใครจะคุยด้วย นอกจากบ่อน้ำเสีย หรือในกรณีนี้คือกระเป๋าเอกสาร

เขาเดินตัดทุ่ง ห่างออกไปไกลจากเคบินที่พัก และวางกระเป๋าเอกสารอย่างระวังลงใต้กองกิ่งไม้สนเก่าๆ กิ่งไม้นั้นวางไว้กับพื้น และต้นฉบันก็ถูกซ่อนอย่างมิดชิด "ถ้ามีไฟไหม้อีก แกก็จะปลอดภัย"

เขาจัดขอบกิ่งสนให้แผ่ตัวอย่างที่ทำมาทุกวันในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา แล้วยิ้มอย่างพอใจกับที่ซ่อน

หมีมองบรามฮอลห่างออกไปสองสามร้อยหลา หมีตัวนี้ก็เหมือนบรามฮอลที่เป็นหมีดี ทำงานหนัก หมีไปตามเส้นทางประจำ จากลำห้วยที่ไปจับปลาเทราท์กับแซลมอน ไปสวนผลไม้ร้างที่เอาไว้กินแอปเปิลในหน้าใบไม้ร่วง ไปแถบภูเขาที่ยัดทะนานบลูเบอรี่ได้ในฤดูร้อน หมีนี้นิสัยดีและหิวเสมอ เร็วๆนี้ หมีเพิ่งบุกครัวร้านอาหารและกินพายและเค้กทั้งหมด ต่อด้วยไอสครีมและซอสชอคโกแลต และกระป๋องใส่ที่โรยหน้าหลากสี รสชาติและกลิ่นของเหล่านี้หลอกหลอนหมี ความอุ่นอ่อนของฤดูใบไม้ผลิเหมือนจะยิ่งนำกลิ่นเหล่านี้มาในอากาศ มาทรมานมัน มีคนทิ้งของมีค่าไว้ใต้ต้นไม้ อาจจะเป็นพายก็ได้

หมีชอบกลิ้งตัวในทุ่ง โบกขาไปในอากาศ มันกินขยะถ้ามี มันชื่นชอบกับการคุ้ยขยะเอากล่องพิซซาที่มีเศษเนยและของหวานอื่นๆในนั้น หมีอยู่เพื่อกินและมีเซ็กส์ที่น่าตกตะลึงปีละหนตอนแรกเริ่มฤดูร้อน มันฉลาดในทางป่า และยิ่งเฉลียวในวิถีมนุษย์ ตอนมันพังกระจกร้านอาหารนั้น ทีท่าการจดจ่ออย่างยิ่งยวดได้เข้ามาอยู่ในดวงตาเล็กวาวของมัน ไม่ได้ต่างไปจากท่าทีของอาเธอร์ บรามฮอลตอนนั่งหน้าพิมพ์ดีดเลย

พอบรามฮอลขึ้นรถแล้วขับไปซื้อแชมเปญ หมีก็ข้ามทุ่งมา เคลื่อนไปใต้กิ่งสน มันเข้าไปหากระเป๋าเอกสารด้วยความระมัดระวังแล้วดมกระเป๋า ไม่มีร่องรอยพายเลย แต่ก็ไม่เสียหลายที่จะถี่ถ้วน มันคาบหูกระเป๋าแล้วหิ้วลึกเข้าไปในป่า พอรู้สึกปลอดภัย มันก็ปล่อยกระเป๋าแล้วฟาดหลายๆหน ตัวเลื่อนเปิดออกแล้วกระเป๋าก็เปิด มันดมต้นฉบับอย่างผิดหวัง บอกตัวเองว่าอาหารปลวก แล้วก็หันหลังจะไป แต่บรรทัดหนึ่งในหน้าแรกเตะตามันจึงอ่านต่อไปอีกหน่อย นิสัยการอ่านของมันได้จำกัดอยู่แต่ฉลากขวดแยมและกระป๋องของที่โรยหน้าสีสวยเท่านั้น แต่บางอย่างในต้นฉบับนั้นดึงดูดให้มันอ่านต่อไป "ทำไมล่ะ" มันบอกตัวเอง "นี่ไม่เลวเลย" มีเซ็กส์จำนวนมากและมีการตกปลาดีๆด้วย ที่มันคิดว่ารายละเอียดถูกต้องและเห็นภาพได้ "หนังสือเล่มนี้มีทุกอย่าง" มันสรุป มันเอาต้นฉบับใส่ลงกระเป๋าตามเดิม คาบที่จับกระเป๋าแล้วตรงไปเมือง


คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | The Bear Went Over the Mountain