* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | โลกสีคราม
 
book โลกสีคราม : ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล
โลกสีคราม

มันเป็นเวลาเกือบเที่ยงตรงเมื่อผมก้าวจากกราบเรือ "พลายงาม" ลงสู่ผิวน้ำของอ่าวประจวบ ทัศนียภาพที่คุ้นตาของท้องฟ้าสีครามประดับด้วยก้อนเมฆน้อยใหญ่หายวับกลับกลายเป็นภาพสีเขียวมรกตของโลกใต้บาดาล

โลกที่ผมคุ้นเคยกับมันจนเปรียบเหมือนว่าเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของผม โลกที่ผมสามารถจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างได้นอกจากที่จะเอาชีวิตให้อยู่รอดได้ในขณะที่ผมเข้าไปเยี่ยม แต่ก็เป็นโลกที่ผมต้องกลับไปหาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความลุ่มหลง

และครั้งนี้ก็เหมือนกันที่ผมกลับไปเยี่ยมด้วยจุดมุ่งหมายที่จะหาเรือซึ่งจมในบริเวณนี้เมื่อ ๙๐๐ ปีมาแล้ว การดำครั้งนี้แหละที่ผมจะได้เห็นมัน หลังจากที่เราเพียรพยายามหามากว่าอาทิตย์

ครั้งนี้แหละที่โลกใต้บาดาลจะเผยความลับอีกอันหนึ่งของมันมาให้ผมได้ชมเป็นขวัญตา

ผมรอจนฟองอากาศที่อยู่รอบ ๆ ตัวของผมสลายไป ก่อนที่จะเริ่มมองไปรอบ ๆ ตัว

เป็นสิ่งแรกที่ผมทำเมื่อผมดำน้ำ อย่างน้อยก็เพื่อความแน่ใจว่าเพื่อนเราไม่ได้อยู่ในรัศมีที่มองเห็น ที่มองไม่เห็นก็ช่างมันเถอะ

ทิวทัศน์ที่อยู่รอบตัวผมคือสีเขียวมรกตของน้ำทะเล มองไปสุดลูกหูลูกตา ไม่มีอะไรเลยนอกจากฝูงปลาจะละเม็ดดำหรือที่เรียกว่าโอเชียว่ายวนเป็นฝูงอยู่ใกล้ ๆ สายไอ้ใบ้

สายไอ้ใบ้ที่ผมพูดถึงนี้ คือสายเชือกที่ผูกติดกับก้อนหินสำหรับเป็นที่สังเกตว่าเรืออยู่ที่ไหนเมื่อเราดำอยู่ที่หน้าดิน มันเป็นสายชีวิตที่พวกเราใช้ขึ้นลงจากผิวน้ำลงไปสู่พื้นดินนั่นเอง

ผมสูดอากาศผ่านที่คาบของเร็คกูเรเตอร์...ได้ยินเสียงของมันทำงานตามหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น หยิบที่วัดความกดดันของถังอากาศมาดูเพื่อความแน่ใจ เข็มยังชี้อยู่ที่เลข ๒,๕๐๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ด้วยถังคู่ขนาด ๗๒ คิวบิกที่ผมสวมอยู่...ผมยังมีอากาศพอที่จะดำได้กว่าชั่วโมงครึ่ง มากเกินพอเสียอีก

ผมเริ่มว่ายน้ำช้า ๆ ไปเกาะที่สายไอ้ใบ้...ก่อนที่จะถึงสายไอ้ใบ้ ผมได้ยินเสียงทึบ ๆ ของนักดำน้ำโดดลงมาในน้ำ...คงเป็นอูม เพราะตามตารางการดำ อูมจะต้องเป็นคนที่สองที่ลงน้ำ ผมเงยหน้าขึ้นมองไปทางเรือทันเวลาที่เห็นอูมว่ายลงมาจากฟองอากาศที่อยู่รอบตัวของหล่อนมาหาผม...เอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาจรดกันเป็นวงกลม แสดงว่าทุกสิ่งทุกอย่างโอเค

เสียงทึบ ๆ ของนักดำน้ำอีกคนโดดลงน้ำ...นั่นต้องเป็นเปี๊ยก...ผมตั้งนาฬิกาที่ ๑๑:๕๐ น. เรามีเวลาดำ ๒๐ นาที ที่หน้าดินซึ่งอยู่ลึกลงไป ๑๒๐ ฟิต ตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนที่จะกวักมือเรียกทั้งคู่ แล้วเริ่มดำตามสายไอ้ใบ้ลงสู่หน้าดินที่ห่างไปไปกว่า ๒๐ วา

สีของน้ำเปลี่ยนแปลงไปเป็นลำดับในขณะที่เราดำลึกลงไปทุกที ๆ ...จากสีเขียวมรกตกลายเป็นสีครามแล้วกลายเป็นดำเมื่อใกล้ที่จะถึงจุดหมายปลายทาง...ฝูงปลาจะละเม็ดดำว่ายตามเราลงมา เหมือนเพื่อนสนิทที่คอยบอกสัญญาณอันตรายให้กับเรา ยิ่งลึกลงไปสรรพเสียงทั้งปวงเริ่มหายไป กลายเป็นเสียงโหวง ๆ ของเร็คกูเรเตอร์ กับฟองอากาศที่พวยพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ..เงียบจนน่ากลัว

ผมเป็นคนแรกที่ถึงหน้าดิน ไอ้ใบ้ของเราวางอยู่กลางกองอะไรสักอย่างที่ดูเผิน ๆ จะเหมือนกับกองหินปะการัง..น้ำที่หน้าดินขุ่นมัวผิดกับที่ผิวน้ำ..มันขุ่นจนน่ากลัว ผมมองไปรอบ ๆ ตัวแล้วกะว่าทัศนวิสัยคงไม่เกินสิบฟิตเป็นอย่างมาก พื้นบริเวณนั้นเป็นดินโคลนปนกับเปลือกหอยที่ตายทับถมมานานเท่าไรไม่มีใครทราบได้ ผมดำไปหากองดำ ๆ ที่ดูแต่แรกคล้ายกับกองหินปะการัง...แต่เมื่อเข้าไปใกล้ผมจึงเห็นชัด คนโท กระปุก หม้อ จาน โอ่ง ไห สรรพสิ่งของเครื่องปั้นดินเผา ใช่แล้ว... นี่แหละคือเรือซึ่งแล่นจากอยุธยามาจมอยู่ที่นี่เมื่อ ๙๐๐ ปีมาแล้ว
 


คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | โลกสีคราม