| ชั่วฟ้าดินสลาย : เรียมเอง |
จากปากคลองสวนหมากถึงค่ายพักป่าไม้ขอนสักของพะโป้ที่เขาท่ากระดาน ตามธรรมดาก็กินเวลาในการเดินทางโดยม้าเพียงครึ่งวัน แต่ข้าพเจ้าต้องทรมานกายอยู่เกือบ ๑๐ ชั่วโมงเต็มๆ จึงสามารถลงจากหลังม้าเดินขากาง โขยกเขยกขึ้นไปบนเรือนพักตามคำเชิญของเจ้าของบ้านได้ สบถสาบานอยู่ในใจว่า แม้สัตว์ป่าที่นั่นจะคอยปืนอยู่ชุมสักเพียงไร ต่อไปจะไม่ยอมให้เจ้าคนนำทางชวนให้ความตั้งใจเดิมของข้าพเจ้าที่จะรอนแรมไปตามลำคลองโดยทางเรือ เขวไปอีกเป็นอันขาด ค่ายพักหรือปางอาจเป็นคำเล็กเกินไปสำหรับท่านจะเรียกที่ทำการป่าไม้เขากระดานของพะโป้ กระแสเสียงของมันอาจจะทำให้ท่านหลับตาใช้มโนภาพวาดถึงกระท่อมหรือเพิงหมาแหงนเล็กๆ ซึ่งมุงด้วยพลวงฝาขัดแตะตั้งชุมนุมอยู่ในป่าดงพงพีที่รกชัฏ ท่านคิดว่าก้าวล่วงพ้นประตูรั้วออกไปเพียงก้าวเดียว อาจถูกเสือกัด ตามพื้นดินคลาคล่ำไปด้วยทับสมิงคลาฝาละมี เห่าหม้อ และจงอาง ทั้งๆ ที่เมื่อ ๒๕ ปีก่อนอาจเป็นไปได้เช่นนั้น แต่ในปัจจุบัน ภาพของบ้านพักมุงสังกะสี ฝากระดานแบบใหม่ๆ เล็กบ้างใหญ่บ้างคละกัน ตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบบังกะโลหลังใหญ่ ภาพของโรงเลื่อยไม้ เตาเผาถ่าน ที่ทำการ และโรงพยาบาลจะทำให้ท่านคิดถึงอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากนิคมที่ทันสมัยแห่งหนึ่ง ซึ่งนอกจากรัฐบาลแล้ว เอกชนอย่างพะโป้เท่านั้นจะพึงเนรมิตขึ้นได้ "ว่าไง หลานชาย?" เสียงร้องทักมาจากเฉลียงด้านบน แล้วชายชราคนหนึ่งนุ่งโสร่งตาโก้งสีเทา สวมเสื้อกุยเฮงสีขาว โพกศีรษะด้วยแพรสีแดงเลือดนกตามแบบพม่า คลุมผมซึ่งหงอกขาวทั้งศีรษะไว้ ก็ชะโงกหน้าอันอิ่มไปด้วยเลือดฝาดแดงปลั่งเหมือนผลตำลึงสุกออกมา ยันพุงที่ทำท่าจะพลุ้ยยิ่งขึ้นทุกวันไว้กับราวลูกกรง ชายชราผู้นั้นคือพะโป้ "รู้ตัวว่ามาไม่ไหว ทำไมไม่มาเรือ?" แกถาม นัยน์ตาที่แจ่มใสอยู่ภายใต้คิ้วอันดก จ้องดูอาการของข้าพเจ้าอย่างขบขัน "ลุงบอกหลานแล้วไม่ใช่หรือว่า ให้เอาเรือที่ปากคลองมา สั่งอ้ายแซงทวยไปก็สั่ง" ข้าพเจ้าเกือบจะพลั้งปากออกไปอยู่รอมร่อแล้วว่า เพราะหลงเชื่อเจ้าหนุ่มบ้า หน้าทะเล้น ซึ่งยืนยิ้มแป้นยิงฟันขาวอยู่ข้างหลังไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก ว่าระยะทางจากคลองสวนหมากถึงที่นี่เพียง "อึดใจ" เดียว ก็พอดีนึกขึ้นได้ถึงกิตติศัพท์ว่า แม้ในวัยของชายชรากว่า ๖๐ ปีแล้ว พะโป้ก็ยังเท้าไวเท่าๆ กับใจดี และมันไม่ใช่เป็นความผิดของเจ้ากุลีกะเหรี่ยงหนุ่มคนนั้นเลย ที่ข้าพเจ้าขี่ม้าไม่แข็ง "ผมเบื่อเดินทางทางเรือเหลือเกิน" ข้าพเจ้าตอบ ซึ่งก็เป็นความจริง ๖ วัน ๖ คืน ภายในประทุนเรือชะล่ามาตามลำแม่น้ำแม่ปิงถึงกำแพงเพชร อาจจะทำให้คนที่สนใจในชีวิตกลางแจ้งและการผจญภัยได้รับความตื่นเต้นไปด้วยภูมิประเทศใหม่ๆ และความเป็นไทที่ได้รับ แต่ภูมิภาพเหล่านั้นเจนแก่สายตาและความทรงจำของข้าพเจ้ามาแล้วแต่เยาว์วัย หาดทรายที่ยาวเหยียดสุดสายตา เป็นประกายพร่าไปด้วยความร้อนระอุในเวลากลางวัน และชุ่มไปด้วยหยาดน้ำที่เย็นจัดในเวลากลางคืน ร่องน้ำที่บางแห่งตื้นจนต้องถลกผ้าลุยมาจึงข้ามได้ เกาะซึ่งรกไปด้วยป่าพงดงแขมและกอไผ่ ป่ายางซึ่งเรียงสล้างอยู่ระหว่างหมู่บ้าน สิ่งเหล่านั้นและความหวังอย่างที่นักล่าสัตว์ผู้ชอบเผชิญกับชีวิตกลางแจ้งทั่วไปจะพึงหวังว่า ขณะหนึ่งขณะใดอาจจะมีเก้ง กวาง หรือน้อยที่สุดก็ไก่ป่าและนกเปล้าคอยท่านอยู่ ณ ที่หนึ่งที่ใดข้างหน้า ย่อมจะพาให้คนเราเพลิดเพลินอยู่ได้ในโลกของตน ถึงกระนั้นการทนนั่งอยู่ในประทุนเรือที่ร้อนระอุคับแคบมาเป็นเวลาร่วมสัปดาห์ ก็เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่มีใครโปรดปรานพอที่จะต่อไปอีก ๒--๓ วัน จาก ปากคลองสวนหมากถึงท่ากระดานได้ พะโป้ต้อนรับข้าพเจ้า ในฐานลูกเพื่อนเก่าของแกอย่างสนิทสนม ถ้าจะมีบุคคลใดในจังหวัดกำแพงเพชรได้รับความรักใคร่ใกล้ชิด ถือเสมือนหนึ่งเป็นเพื่อนตายของพะโป้ได้แล้ว บุคคลนั้นคือบิดาของข้าพเจ้า ผู้เคยเดินทางไปนมัสการพระถึงตาโก้งกับพะโป้มา ๓ ครั้ง ออกล่าสัตว์ด้วยกันนับไม่ถ้วน จนกระทั่งครอบครัวของเราจากกัน บิดาของข้าพเจ้าย้ายภูมิลำเนาลงมาอยู่ในพระนคร ส่วนพะโป้ยังคงตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปากคลองสวนหมากอย่างที่แกได้เคยอยู่มาแล้วเป็นเวลาหลายสิบปี จนเกือบจะเรียกได้ว่านอกจากเครื่องแต่งกาย แกเป็นไทยทุกอย่างทั้งในการเจรจา การสมาคม และทรรศนะในสิ่งทั่วๆ ไป
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ชั่วฟ้าดินสลาย |