| THE FEAST OF LOVE: Charles Baxter |
| แปลโดย SleepyO The Feast of Love ผมเพิ่งกลับเข้าบ้านได้สักวันสองวันก่อนหน้านี้ และเริ่มสำเหนียกถึงอะไรบางอย่างซึ่งผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดในชั้นล่างของตัวบ้านกับในห้องนอนชั้นบน ตอนนั้นผมกำลังยืนทำอาหารเย็น เป็นอาหารจานผัดแบบง่ายๆ จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงเสียงหนึ่งคล้ายเสียงคนร้องดังออกมาจากห้องรับแขก ตอนแรกผมนึกว่าเป็นเสียงของแบรดเลย์ผู้เป็นหมา จึงเดินเข้าไปดูแต่ก็ไม่พบอะไร กำแพงด้านหนึ่งของตัวห้องมีชั้นหนังสือวางสูงจรดผนัง อีกด้านหนึ่งทางฝั่งตะวันตกเป็นตู้ของชั้นวางเครื่องเสียง ผมยักไหล่เมื่อมองไม่เห็นอะไรผิดปกติ หลังจากนั้นก็ลืมมันไปสนิท จนขณะที่กำลังล้างจานทำความสะอาด ผมได้ยินเสียงร้องอีกครั้ง คราวนี้สบู่ลื่นไหลหลุดออกจากมือตกลงไปในอ่างล้างชามจนสายน้ำกระเด็นออกมา เสียงชัดเจนกว่าเก่ารู้แล้วว่ามันไม่ใช่เสียงร้องที่เกิดจากความเจ็บปวด แต่เป็นเสียงร้องของความตื่นเต้นระคนแปลกใจ มีความพึงพอใจอยู่ในน้ำเสียง ผมรู้สึกสงสัยในความทรงจำเกี่ยวกับโสตประสาทของการรับฟัง จึงเดินกลับเข้าไปในห้องรับแขกโดยมีหมาเดินตาม ในที่สุดผมพบกระดาษแผ่นหนึ่งสอดมุมโผล่อยู่ใต้พรม บนกระดาษมีข้อความเป็นลายมือ จำได้ว่าเป็นของโคลเอ้ ลักษณะมันเหมือนกับเข้ารหัสไว้
มันเป็นเครื่องหมายเช็ครายการ ตอนแรกผมนึกว่าเธอคงเดินรอบบ้านเพื่อตรวจดูว่าทุกสิ่งอยู่ในความเรียบร้อย อยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่ ผมเลยขยำกระดาษลงถังขยะแล้วเดินกลับไปในครัว หลังอาหารเย็นผมเดินไปเก็บกระดาษแผ่นนั้นมาดูใหม่ ครุ่นคิดว่าสัญลักษณ์พวกนี้หมายถึงอะไร เด็กสองคนนี้ทำอะไรไว้ในบ้านผม? ห้องรับแขก พวกเขาใช้เครื่องหมายเหมือนตัวเอสสองตัวซ้อน § ผมเดินไปห้องรับแขก นั่งลง แต่ไม่ใช่บนโซฟา ผมหย่อนตัวลงนั่งกับพื้น ปิดตาแล้วจินตนาการถึงเด็กสองคนนั้น คนเฝ้าบ้านสองคน แน่นอนอยู่ในห้องนี้ กอดกันแน่นจนรูปทรงของร่างกายเหมือนตัวเอสซ้อน ทั้งสองคนหัวเราะ พึงพอใจ ขึงขัง หลังจากนั้นผ่อนคลาย ผมนั่งจินตนาการถึงพวกเขาไปเรื่อยๆ เด็กสองคนนักเดินทางผู้มาใหม่ในโลกของความรัก ทำในสิ่งที่คนค้นพบพึงกระทำ สำรวจตรวจตราในบ้าน มีรักกันในห้อง หลังจากนั้นฝ่ายผู้หญิงทำรายการว่าเกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร และระหว่างที่ผมนั่งอยู่ในบ้าน ผมจึงได้ยินเสียงแห่งความสุขธรรมดาเหมือนเวลาที่ความมืดค่ำมาเยือน ผมคิดว่า บ้านหลังนี้ไม่ได้โดนหลอกหลอน แต่มีความทรงจำเก็บซ่อน บ้านหลังนี้จดจำสิ่งที่คนกระทำเอาไว้ในบ้าน แล้วหลังจากนั้นก็เปิดเสียงดังกล่าวเหมือนเทปเสียงนกแก้วที่น่าเบื่อครั้งแล้วครั้งเล่า ***
|
| Copyright © 2001 faylicity.com |