|
แปลโดย SleepyO
บทที่ 5
ผมอายุแปดปีและยังคงมีชีวิตอยู่รอด ผมอาศัยอยู่ตามท้องถนน นอนใต้กล่อง
ในห้องโถงและที่ดินร้างมานานกว่าสามปี ผมหลับในทุ่งหญ้า หลับใต้กองหิมะ
โดยผมมีวิคเตอร์กับขาเทียมของพ่อเป็นเพื่อนเท่านั้น ไม่มีอะไรอีกแล้ว ผมเป็นเด็กฉลาดแต่อ่านหนังสือไม่ออก
เติบโตแต่ป่วยกระเสาะกระแสะ หน้าตาผมดี รูปหล่อแบบสกปรก
ผมชอบระเบิดอารมณ์ด้วยความโกรธ และผมก็ยังอยู่มาได้
แต่มันไม่พอหรอก ผมดันอยากรู้มากกว่านี้
-มาเร็ว วิคเตอร์ ผมบอกเขา -เราควรจะทำตัวให้ดีกว่านี้
ผมล้างตัวเองและวิคเตอร์ด้วยถังน้ำหลังบ้านคุณยาย หลังจากนั้นเราก็ไปโรงเรียนประจำชาติซึ่งอยู่หลังรางรถไฟใหญ่
ตกสายแล้ว บริเวณสนามในโรงเรียนว่างเปล่า
เราสองคนตรงดิ่งไปที่บริเวณห้องโถงของโรงเรียน ผมหยุดตรงประตูบานแรกที่เจอ
เราได้ยินเสียงเด็กคนอื่นๆกำลังส่งเสียงท่องอะไรสักอย่างอยู่ด้านใน ผมเคาะประตูแล้วยืนรอ
โดยกุมมือวิคเตอร์น้องชายผมไว้
-ว่าไงจ๊ะ เสียงตอบกลับเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
ผมยังไม่ทันได้มอง แต่คาดว่าอาการที่ยังไม่ได้มองนี้ จะเห็นใบหน้ายิ้มแย้มและน่ารักปรากฎขึ้น
ผมคาดหวังแบบนั้นจริงๆ ผมจึงพูดต่อไป
-เรามาเพื่อการศีกษาครับ ผมบอก
-เธอมาเพื่อการนี้จริงหรือ? เสียงนั้นย้อนถาม
-ใช่
ผมมองรองเท้าบูทสีน้ำตาล ปลายเท้าของผู้หญิงคนนี้วางตัวอย่างเป็นระเบียบ
-เธออายุเท่าไหร่แล้ว?
-เกือบเก้าคับ
-ไม่น่าใช่ เสียงนั้นตอบ
-ใช่นะคับ ผมพูด
-เธอดูเป็นเด็กดีนะ เธอบอก -แต่รู้ไหมเธอมาช้าไปสี่ปี
-ผมมัวแต่ยุ่งคับ ผมตอบฉะฉาน
-แล้วหนุ่มน้อยคนข้างๆเธอล่ะ?
-น้องชายผมเอง
และเขาต้องการเรียนหนังสือเหมือนกัน ถ้าผมไปไหน
เขาต้องไปด้วย
-อย่างนั้นหรือ?
-ใช่ ผมพูดต่อไปว่า -ทีนี้คุณรู้แล้วว่าเรามาทำไม
ดังนั้นคุณจะไม่ได้รับปัญหากวนใจจากพวกเรา เรามาที่นี่เพื่อเรียนหนังสือคับ
เธอเริ่มส่งเสียงหัวเราะออกมา ผมมองและเห็นว่าเธอกำลังส่งสายตาจับจ้องเขม็งมาที่ผม
ผมเป็นเด็กตัวโตเกินขนาด สายตาหม่นหมองด้วยสะกิดแผลจากอดีต เส้นผมยุ่งเหยิงตั้งชันเหมือนพยายามหนีจากพวกไรเหา
แต่ผมมีรอยยิ้มที่น่าประทับใจซึ่งมักจะทำให้ผู้หญิงสนเท่ห์และผมชินกับมันเสียแล้ว
ผมจึงยิ้มกลับให้เธอและรอดูผลของมัน
เธอกะพริบตาและไอเบาๆ เธอกำลังเอื้อมจะหาผม
แต่แล้วก็ชะงักไป ผมแน่ใจว่าเธออยากจะแตะตัวผม
แล้วผมจึงเห็นเธอเอื้อมอีกครั้ง ก่อนใจจะกล้าแตะของสกปรกด้วยการวางมือลงบนศีรษะของผม
ผมจ้องมองตาเธอนิ่ง
-ไหนบอกสิจ๊ะเธอชื่ออะไร? เธอถาม
ผมมองตาสีน้ำตาลคู่นี้ เส้นผมสีเงินสยายหลุดออกจากมวนผมด้านหลังของเธอเหมือนโคมไฟส่องสว่างอยู่บนหัว
ตรงหน้ามีกระดุมเล็กๆสีน้ำตาล เรียงตัวคู่ยาวเป็นแนวบนชุดสีน้ำตาล คล้ายหัวของสัตว์ตัวเล็กๆกำลังคลานขบวนขึ้นสู่บริเวณลำคอ
-เฮนรี่ สมารท์ ผมตอบ
-แล้วหนุ่มน้อยนี้ล่ะ?
-วิคเตอร์ สมาร์ทคับ
-บ้านเธออยู่ไหน เฮนรี่?
-ตรงนู้นคับ ผมตอบแต่ผมไม่ได้ชี้ไปหรอก -คุณชื่ออะไรคับ?
-เรียกครูว่ามิส โอ'เชีย จ๊ะ แล้วเธอรู้จักใครในชั้นเรียนนี้หรือเปล่า?
-ไม่มีคับ
ผมหยิบขาเทียมของพ่อเพื่อให้เธอสังเกตเห็น มันเป็นใบเกิดของผม เธอมองมันอยู่
ด้วยสายตาแลอ่อนเยาว์ที่สุดถ้าเปรียบเทียบจากใบหน้าทั้งหมดของเธอ ผมเห็นความตะลึงและสนุกอยู่ในสีหน้านั้น
-นั่นอะไรนะ?
-ขาที่ทำด้วยไม้ วิคเตอร์เสียงแจ้วขึ้นมา
-เป็นของพ่อเรา
ผมบอกเธอ -แต่ตอนนี้เขาหายไปแล้ว
ตอนนั้นเองที่วิคเตอร์เริ่มร้องไห้ ผมเอาแขนโอบไหล่วิคเตอร์เมื่ออาการไห้กลายเป็นเสียงไอ ผมยิ้มให้เธออีกครั้งถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกถึงอาการไอของวิคเตอร์ผ่านมือสัมผัสของผมและรู้ทันทีว่าเขาไอจริงๆ
เธอยิ้มคืนและเราจึงได้ทราบว่าเราได้รับเลือกให้เข้าชั้นเรียน
ผมชอบเธอ
-พวกเธอเข้ามาสิ เธอพูด -Tar
istigh หมายถึง เข้ามาได้ เธอทั้งสองคน
-Tar istigh ผมท่องบ้าง
-ดีมาก เธอเรียนรู้เร็วมาก เธอชม
-ผมรู้ครับ ผมบอกเธอด้วยความภูมิใจ -เพราะผมไม่เคยโดนจับได้สักครั้ง
พอสิ้นสุดวันแรก ผมก็ดิ้นรนผ่านสี่หน้าแรกของหนังสือไปได้
มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีความสุขคนหนึ่งกำลังล้างขั้นประตู ส่วนมิส
โอ'เชีย ก็หลงรักผมเข้าให้ ในห้องเรียนนี้อากาศอุ่นกว่าที่ผมเคยเจอมา เต็มไปด้วยเสียงสูดจมูกและการเรียนรู้ด้วยหัวใจ
เพลงสวดอันศักดิ์สิทธิ์และฝุ่นที่สะอาดสดใส วิคเตอร์ผลอยหลับอยู่ข้างตัวผม
เขาไอแต่ก็ไม่ขยับตื่น และคุณครูเองกยืนอยู่ข้างผมเช่นกัน เธอคงต่อสู้กับความอยากที่อยากจะตบหลังผมเบาๆ
ผมได้ยินเสียงข้อต่อของเธอวิงวอนตัวเองว่าให้ปล่อยตัวเองไป
-สองบวกสองเท่ากับเท่าไหร่? เธอพูดขึ้นมา
-สองบวกสองอะไร? ผมตอบไปแบบนั้น
-วัวไง
-สี่ตัว ผมบอกครู
-นั้นง่ายไปมั้งครับ เด็กข้างหลังผมบ่นออกมา
ผมหันไปมองจ้อง เขาถึงกับสั่น
-ยี่สิบเจ็ด กับ ยี่สิบเจ็ด ล่ะ? เธอถามขึ้นอีก
-คืออะไรคับ?
-จำนวนขวดน้ำ
-มีอะไรอยู่ในนั้นครับ?
-สมมติว่าเบียร์
-ห้าสิบสี่ขวดคับ
ผมได้ยินเสียงข้อศอกของเธอเลิกการต่อสู้ขัดขืน หลังจากนั้นนิ้วของเธอจึงมาแตะไหล่ผม
-สงสัยเธอจะเป็นอัจฉริยะเธอพูดขึ้น
-อะไรคืออัจฉริยะ? ผมถาม
-เด็กชายที่สมองโตไง เธอตอบ
-งั้นเห็นจะใช่คับ ผมเห็นด้วย
* * *
-เอาล่ะ เธอพูดขึ้นขณะหันหน้าไปทางกระดานดำ
-คิดเลขข้อนี้สิ เฮนรี่?
เป็นเวลากว่าครู่หนึ่งกว่าผมจะรู้ว่าครูพูดกับผม
-อะไร?
-อะไรหรือครับ มิส โอ'เชีย สิ
ผมไม่เข้าใจ ผมจึงรอให้ครูพูดต่อ
-ฉันหมายถึง เธอควรจะพูดให้สุภาพว่า อะไรหรือครับ
มิส โอ'เชีย
-อะไรหรือครับ มิส โอ'เชีย
-ดีมาก ยืนขึ้นสิเฮนรี่
-แต่ผมเพิ่งนั่งลงเมื่อกี้นี่ครับ
มีเสียงหัวเราะดังมาจากข้างหลัง
-ยืนขึ้น เฮนรี่
เธอพูดด้วยน้ำเสียงใจดีนุ่มนวล ผมจึงพยายามลุกจากโต๊ะแต่น้ำหนักของวิคเตอร์ถ่วงไว้
เธอหยิบชอล์คขึ้นมาเขียน 6+6+14-7 = บนกระดานดำ เธอเขียนโดยไม่ได้มองตัวเลขแต่ปล่อยสายตาไปทั่วห้องเรียนแทน
หลังจากนั้น เธอเคาะตัวเลขบนกระดานดำทีละตัว ก่อนจะพูดขึ้นว่า
-เฮนรี่ ไหนเธอบอกพวกเราสิ ถ้าผู้ชายคนหนึ่งมีหมาตัวผู้หกตัว
หมาตัวเมียอีกหกตัว ลูกหมาสิบสี่ แล้วเขาจำเป็นต้องขายมันออกไปเจ็ดตัว
เพื่อจ่ายค่าเช่าบ้านที่เจ้าของบ้านขู่จะจับเขา เขาจะเหลือหมาทั้งหมดกี่ตัว?
-สิบเก้าครับ
-ถูกต้องเฮนรี่ หกบวกหกและบวกลูกหมาอีกสิบสี่ตัว ลบออกเจ็ดเพื่อเอาไปจ่ายค่าเช่า
ชายคนนี้ต้องเหลือหมาแค่สิบเก้าตัว เห็นไหม ว่ามันไม่ยาก ขอบใจนะ เฮนรี่
ครูอยากจะให้พวกเธอทุกคนหัดใช้หัวแบบเฮนรี่บ้าง
วิคเตอร์ตบขาผม เขาดีใจมาก ผมก็เช่นกัน ก็นี่เป็นคำชมอันแรกของผมนี่
-เอาล่ะนั่งได้แล้วเฮนรี่
ผมจึงสอดขาเข้าใต้โต๊ะอีกครั้ง ข้างหน้าผมมีเด็กคนหนึ่งยกมือขึ้น
-ว่าไง ซีซิล?
-คุณครูคับ ชายคนนั้นขายลูกหมาให้ใครคับ?
-คนอื่นสิจ๊ะ ซีซิล เธอพูดแล้วก็ลบกระดานดำ
-คุณครูคับ ลุงของผมเป็นคนซื้อลูกหมาตัวหนึ่งในนั้นคับ
เราใช้เวลาที่เหลือตลอดเช้านั้นในการซื้อลูกหมามาขายลูกหมาไป และคิดของกล้วยๆพวกนี้
ผมหัวดีกว่าคนอื่นในชั้นจึงนำหน้าพวกเขาเสมอ วิคเตอร์ก็เมือนกัน ผมเห็นอาการติดขัดอยู่บ้าง
แต่เขาก็ไม่ใช่รถโค้ชที่เคลื่อนตัวช้า ผมไม่ได้เรียนอะไรใหม่อีกเลยวันนั้น
แต่ผมมีความสุขมาก เพราะผมรู้แล้วว่าผมสามารถจะเรียนรู้อะไรก็ได้
* * *
แต่มันก็ไม่นานพอ
ผมเขียนประโยคแรกในชีวิตของผมบนกระดานชนวนด้วยชอล์คแท่งเล็กๆ
ผมชื่อเฮนรี่ สมาร์ท วิคเตอร์ก็กำลังง่วนอยู่กับชื่อของเขา ผมชื่อวิคเตอร์
สมาร์ท ตัวหนังสือเขาเท่ากันและขาวสะอาด ห้องเรียนเงียบลง มีแต่เสียงเพ่งสมาธิของเด็กห้าสิบเจ็ดคนกับเสียงชอล์คขีดเขี่ยไปมาห้าสิบเจ็ดแท่ง
ตอนที่ประตูถูกเปิดออก ก่อนที่ผมจะเงยหน้ามองว่าใครมาหรือใครไป ก็มีเสียงผู้หญิงประกาศออกมาถึงการสิ้นสุดทางการศึกษาของเรา........
* * *
|