| โลกของจอม : ทินกร หุตางกูร |
ถ้าคนเหงาบนโลกรวมตัวกันตั้งประเทศ จอมจะได้รับเลือกเป็นพระราชา เขาโดดเดี่ยวกว่าทุกคน เขาอยู่คนเดียวในห้องบนชั้น 58 ของตึกสูง 60 ชั้นกลางกรุงเทพฯ ไม่เคยออกจากห้อง เป็นโรคกลัวการออกข้างนอก (outdoor phobia) การอยู่แต่ในห้องกับการสูบบุหรี่ ทำให้เขาสุขภาพอ่อนแอคล้ายนักบินอวกาศที่อยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก จอมอายุ 18 ปี ผอม ผิวซีด ไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และความทรงจำเกี่ยวกับวัยเยาว์ ไม่รู้ว่าตนเป็นใคร มาจากไหน ทุกคืน เขานอนไม่หลับ อยากรู้ความเป็นมาของตัวเอง พยายามหาคำตอบใต้เตียง-ในลิ้นชักโต๊ะ -ในตู้เสื้อผ้า -ในขวดยาพาราเซตามอล. . . เขาคิดถึงอเล็กซ์ ฮาลีย์-นักเขียนชาวอเมริกัน เจ้าของผลงาน Roots นิยายกึ่งสารคดีบันทึกประวัติผู้เขียน ฮาลีย์ใช้เวลา 12 ปีคุยกับย่า-ค้นเอกสารในห้องสมุด รวบรวมข้อมูล กระทั่งทราบว่าต้นตระกูลเริ่มที่คุนต้า คินเต-ชายผิวดำซึ่งถูกจับจากประเทศแกมเบียไปเป็นทาสในอเมริกา ปี 2310 จอมต่างกับฮาลีย์ ไม่มีย่าหรือใครให้ซักถาม เขาเหมือนหลงทางแล้วไม่มีสักคนที่รู้หรือยอมบอกทางกลับบ้าน เขาทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นเดินต่อไป จนกว่าพบคนบอกทาง จอมถอนใจ เมื่อตระหนักว่าเด็กกำพร้าเช่นเขา หากอยากทราบความเป็นมาของตัวเอง ต้องสืบย้อนไปถึงการกำเนิดจักรวาล จอมอ่าน The Empire of Light and Darkness-หนังสือเล่มหนาเกี่ยวกับจักรวาล ตั้งแต่สองทุ่มถึงเช้า เขาเปลี่ยนอิริยาบถกับสถานที่อ่านทุก 3 ชั่วโมง จากนั่งโต๊ะไปชันเข่าบนพื้น-ขัดสมาธิบนเตียง เงาของเขาทาบผนังห้อง-เปล่าเปลี่ยวดุจผีในหอดูดาวร้าง เขานึกภาพการเกิดจักรวาลตามคำอธิบายในหนังสือ เป็นหนังสั้น 3 ฉาก ฉากแรกคือเหตุการณ์เมื่อ 12,000 ล้านปีก่อน ภาพบนจอมีเฉพาะความว่างสีดำ ผู้ชมอาจคิดว่าไฟดับ-หนังขาด ถ้าไม่เห็นลำแสงตรงช่องของห้องฉายหนังพุ่งตัดความมืดข้ามศีรษะไปที่จอ ความจริงบนจอไม่ใช่ภาพว่างสีดำ เป็นภาพอะตอมดึกดำบรรพ์ (primeval atom) กระจายเต็มพื้นที่ ทว่าคนมองไม่เห็น อะตอมดึกดำบรรพ์กำลังถูกแรงดึงดูดมหาศาลบีบให้ผนึกกันเป็นจุดเล็กกว่าหัวเข็มหมุด และมีความหนาแน่นสูง (ในปริมาตรเท่ากล่องไม้ขีดไฟหนัก 1,000 กิโลกลัม) จนเกิดการระเบิดใหญ่ (Big Bang) ฉากที่ 1 : กินเวลาไม่กี่วินาที ผู้ชมไม่ทันเบื่อหรือรู้สึกไม่คุ้มกับการแต่งตัว นั่งรถจากบ้าน ฉากที่ 2 : เปลวไฟโชนหลังการระเบิด รังสีสว่างของภาพบนจออาบหน้าผู้ชมเรืองรองกลางความมืดในโรงหนัง แรงระเบิดส่งซากอะตอมดึกดำบรรพ์กับมวลสาร อาทิ อนุภาคก๊าซไฮโดรเจน ฮีเลียม ฟุ้งทั่วอวกาศ ครั้งอุณหภูมิจากการระเบิดลดลง มวลสารจับตัวเป็นกลุ่มก๊าซ (nebula) เมฆอวกาศ (cosmic cloud) ดาว (star) กลุ่มดาว (constellation) ดาราจักร (galaxy) ฉากที่ 3 : ดาวเปล่งรัศมี ผู้ชมตื่นตากับความงาม ดาวมีหลากสีกว่าสีในแค็ตตาล็อก (catalog) สีทาบ้านกับสีพ่นรถยนต์ ดาวเกิดใหม่สีชมพูแออัดในหมู่เมฆอวกาศ คล้ายทารกนอนเรียงบนเตียงในห้องแผนกเด็กอ่อนของโรงพยาบาล จักรวาลมีดาวเหลือคณา มากกว่าเม็ดทรายในทะเลทรายกับชายหาดทุกแห่งบนโลกรวมกัน ทว่าอาณาเขตของมันกว้าง ประชากรดาวคิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของเนื้อที่ จักรวาลจึงเป็นที่เวิ้งว้าง ปี 2472 เอ็ดเวิร์ด ฮับเบิล-นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ทนความหนาวในหอดูดาวบนภูเขาวิลสัน-รัฐวิสคอนซิน ใช้กล้องโทรทรรศน์ฮุกเกอร์ (Hooker Telescope) เลนส์ขนาด 10 นิ้ว ส่องดูฟ้าค่ำ พบว่าจักรวาลไม่หยุดนิ่ง มันขยายตัวตลอดเวลาเหมือนลูกโป่งถูกเป่า สิ่งที่ฮับเบิลพบทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณอายุกับความกว้างของจักรวาล โดยยึดหลัก : จักรวาลขยายตัวด้วยความเร็วแสง ตำแหน่งของดาวหรือดาราจักรซึ่งอยู่ไกลสุด (เท่าที่ระบุได้ด้วยการวัดสเปคตรัมหรือค่าแถบสีในคลื่นแสง) คือสุดขอบจักรวาล อายุจักรวาล (ช่วงเวลาที่มันขยายตัวจากจุดเล็กกว่าหัวเข็มหมุดกระทั่งมีอาณาเขตไพศาล) เท่ากับ 12,000 ล้านปี ความกว้างจักรวาล (ระยะห่างระหว่างโลกกับดาวหรือดาราจักรไกลสุด) เท่ากับ 12,000 ล้านปีแสง จักรวาลกว้างอย่างน่าพิศวง แสงเคลื่อนที่เร็ววินาทีละ 2,997,924 เมตร ต้องเดินทาง 12,000 ล้านปีกว่าจะถึงขอบของมัน จอมหวังว่ากุญแจไขปริศนาความเป็นมาของเขาคงซ่อนอยู่ที่ใด้สักแห่ง-บนดาว. . . คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | โลกของจอม |