* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | เจ้าการะเกด
 
book เจ้าการะเกด : แดนอรัญ แสงทอง
ค่ำคืนนั้นหนาวเฉียบเยียบเย็นและสงบสงัดและอ้างว้าง เหมือนที่เคยเป็นมาทุกค่ำคืนของต้นฤดูหนาวแห่งแพรกหนามแดง ลมหนาวโบกโบยมาแล้วแต่ยังไม่ได้โหมกระหน่ำรุนแรง เพียงแต่ถะถั่งมาไม่รู้จบสิ้น เรื่อยรินมาสม่ำเสมอ แห้งผากและเงียบเชียบ ส่อเค้าแห่งความทารุณ มีความทมิฬหินชาติและความมุ่งร้ายหมายขวัญแอบแฝงอยู่ในความเยียบเย็นและอาการโบกโบยอันช้าเชือนของมันนั้น ยิ่งดึกดื่นสายลมก็ยิ่งช้าเชือนลง แต่ความเยียบเย็นและความแห้งผากกลับทับทวีขึ้น แทรกซึมเข้าไปอยู่ในอณูของท้องฟ้าและแผ่นดิน ลำคลอง ห้วยละหาน บึงบาง และทุ่งข้าวสีเขียวแกมเหลืองอันเวิ้งว้างที่ดูราวกับจะเรืองแสงได้ในตัวเองอยู่ในท่ามกลางแสงดาวและแสงจันทร์ และยังแทรกซึมเข้าไปหมดสิ้นทั้งในละเมาะไม้และทิวตาลสลับสล้าง และเรือนชานบ้านช่องและกระท่อมทับ และลมหายใจของสัตว์เลี้ยงและผู้คน เป็นปีที่น้ำท่วมหลากเอ่อท้นเข้าไปในลานบ้านของบ้านทุกหลังแห่งแพรกหนามแดง แม้ว่าตัวหมู่บ้านจะตั้งอยู่บนเนินดินดอนก็ตามที และน้ำสีขาวขุ่นก็ค่อยๆ ลดระดับลงโดยพิรี้พิไร ผู้คนอพยพฝูงวัวและหมูสู่เนินดินดอนที่สูงกว่า เขาจอดเรือเทียบบันไดบ้านและเขาก็ถือโอกาสทำการประมงในลานบ้านของตนเสียเลย และทุกคนต่างก็ได้ปลาต่างๆ เป็นจำนวนมากรมควันและใส่เกลือและหมักใส่ตุ่มใส่ไหกันไว้อึดตะปือ แต่นาข้าวเสียหายไปมิใช่น้อย ข้าวที่หลงเหลืออยู่ทอดลำต้นเหยียดยาวราวกับเถาไม้เลื้อย และเมื่อเริ่มออกรวงมารวงของมันก็มีแต่เม็ดเล็กลีบไม่เต่งน้ำนม และจนแม้กระทั่งบัดนี้แล้ว ก็ยังไม่มีเด็กคนใดแห่งแพรกหนามแดงได้กินข้าวกระยาคูกันเลย ไม่ว่าจะร่ำร้องเอากับแม่หรือย่าหรือยายของตนสักเท่าใดๆ ก็ตาม บรรดาส่ำสัตว์ต่างๆ แห่งท้องทุ่งคาดหมายล่วงหน้าได้ด้วยสัญชาตญาณถึงภัยพิบัติแห่งอุทกภัย

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | เจ้าการะเกด