| LAUGHABLE LOVES : Milan Kundera |
| แปลโดย Fay
1 เข็มน้ำมันตกลงไปที่เส้นน้ำมันหมดกะทันหัน และคนขับรถสปอร์ตหนุ่มก็ประกาศว่ารถคันนี้กินน้ำมันมากอย่างบ้าคลั่ง "อย่าบอกว่าน้ำมันหมดอีกแล้วนะคะ" สาว (อายุประมาณยี่สิบสอง) ประท้วงขึ้น และเตือนคนขับว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้วที่ไหนต่อไหนบ้าง ชายหนุ่มตอบว่าเขาไม่กังวลเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะได้รสชาติของการผจญภัยไปด้วย สาวขัดว่าทุกครั้งที่น้ำมันหมดบนไฮเวย์ ก็ล้วนแต่เป็นการผจญภัยของเธอผู้เดียวเท่านั้น ชายหนุ่มจะไปซ่อนอยู่และเธอต้องใช้เสน่ห์ล่อในการโบกรถไปปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด และจะต้องโบกรถหิ้วถังน้ำมันกลับมา ชายหนุ่มถามสาวว่าคนขับที่ให้เธอนั่งไปด้วยไม่น่าพึงพอใจหรือว่าอย่างไร เพราะเธอกล่าวราวกับงานนี้เป็นความยากลำบาก เธอตอบ (ด้วยอาการยั่วเย้าแปลกๆ) ว่าบางครั้งพวกคนขับก็น่าพอใจมาก แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเธอมีภาระที่ถังน้ำมัน และจะต้องจากพวกนั้นไปก่อนจะทันได้ทำอะไร "สารเลว" ชายหนุ่มกล่าว สาวเถียงว่าเธอไม่ได้สารเลว เขาต่างหากเล่า ใครจะไปรู้ว่ามีผู้หญิงกี่คนแล้วที่หยุดเขาบนไฮเวย์ตอนที่เขาขับรถตามลำพัง? ชายหนุ่มโอบไหล่หญิงสาวและจูบเธออย่างอ่อนโยนที่หน้าผากขณะขับรถไปด้วย เขารู้ว่าเธอรักเขาและเธอหึงหวง ความหึงหวงไม่ใช่คุณสมบัติที่น่าพอใจ แต่ถ้าไม่ได้มีมากเกินไป (และถ้าบวกกับความสงบเสงี่ยม) นอกไปจากความไม่สะดวกสบายแล้ว ก็เรียกได้ว่าความหึงหวงเป็นอะไรที่น่าซาบซึ้งใจ อย่างน้อยชายหนุ่มก็คิดเช่นนั้น เขาอายุยี่สิบแปด จึงรู้สึกเหมือนว่าเขาอายุมาก และได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ชายจะรู้ได้ในเรื่องผู้หญิงหมดสิ้นแล้ว เขาให้คุณค่าผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เขาด้วยสิ่งที่เขาพบได้น้อยที่สุดในผู้หญิงทั่วไป เท่าที่เขาได้พบเห็นมา นั่นก็คือความบริสุทธิ์ เข็มได้ลงไปอยู่ที่น้ำมันหมด ชายหนุ่มเห็นป้ายทางด้านขวาบอกว่าปั๊มน้ำมันอยู่อีกหนึ่งในสี่ไมล์ข้างหน้า หญิงสาวยังไม่ทันได้พูดว่าเธอโล่งอกเพียงไร ชายหนุ่มก็ให้สัญญาณเลี้ยวขวาแล้วขับไปยังที่ว่างข้างหน้าปั๊มน้ำมัน แต่เขาต้องหยุดห่างออกไปเล็กน้อย เพราะรถบรรทุกน้ำมันคันใหญ่ที่มีแทงค์เหล็กมหึมาและสายท่อรุ่มร่ามกำลังถ่ายน้ำมันอยู่ข้างปั๊ม "เราต้องคอยหน่อย" ชายหนุ่มบอกหญิงสาวแล้วลงจากรถ "จะอีกนานไหมครับ" เขาตะโกนกับชายในชุดเอี๊ยม "อีกแป๊บเดียว" ผู้ดูแลตอบ ชายหนุ่มจึงบอกว่า "ก็ตอบอย่างนี้ทั้งนั้นนะ" เขาอยากจะกลับไปนั่งในรถแต่ก็เห็นสาวลงจากรถ "ฉันไปเดินเล่นแล้วกันนะคะ" เธอบอก "ไปไหนล่ะ?" ชายหนุ่มจงใจถามเพื่อจะเห็นเธอได้อาย เขารู้จักเธอมาหนึ่งปีแล้ว แต่เธอยังคงเขินอายต่อหน้าเขาเสมอ เขาชอบใจเวลาที่เห็นเธออาย ส่วนหนึ่งก็เพราะสิ่งนี้ทำให้เธอต่างไปจากผู้หญิงอื่นๆ ที่เขาเคยพบมา ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขารู้ดีถึงกฎความไม่เที่ยงของโลก ซึ่งทำให้แม้แต่ความอายของหญิงสาวของเขาก็ถือเป็นสิ่งที่มีค่า 2 หญิงสาวไม่ค่อยชอบใจนัก ที่ในขณะเดินทาง (ชายหนุ่มขับรถหลายชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก เธอต้องคอยบอกให้เขาหยุดรถสักครู่ในที่ๆ ใกล้พุ่มไม้) เธอต้องโกรธเสมอ เวลาที่เขาแสร้งถามอย่างประหลาดใจว่าจะหยุดรถทำไม เธอรู้ว่าความขี้อายของเธอนั้นน่าขันและแสนเชย เธอสังเกตเห็นพวกที่ทำงานหัวเราะขันเธอ หรือไม่ก็จงใจหยอกล้อเธอในเรื่องนี้หลายครั้ง เธอได้อายล่วงหน้าจากความคิดว่าเธอจะถูกทำให้อายได้อย่างไรเสมอๆ เธอใฝ่ฝันอยากเป็นอิสระและรู้สึกสบายๆ กับร่างกายของเธอเหมือนอย่างผู้หญิงคนอื่นรอบตัว เธอถึงกับสร้างบทเรียนในการโน้มน้าวใจตนเองขึ้นมา คือเธอจะคอยท่องไว้ว่าตอนที่คนเราเกิดมา มนุษย์ได้ร่างกายมาจากหนึ่งในร่างกายที่มีอยู่แล้วนับล้าน เหมือนกับเราได้ห้องว่างมาจากห้องหลายล้านห้องในโรงแรม ผลก็คือร่างกายเราเป็นความบังเอิญและไม่เป็นของเราคนเดียว แต่เป็นแค่ของที่มีอยู่แล้วและหยิบยืมมาใช้ เธอจะท่องสิ่งนี้ด้วยวิธีต่างๆ นานา แต่ก็ไม่สามารถทำใจให้รู้สึกตามได้สักครั้ง คู่ของจิตใจ-ร่างกาย นับเป็นเรื่องแปลกปลอมสำหรับเธอ เธอเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของตัวเองมากเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เธอกังวลเกี่ยวกับร่างกายตัวเองอยู่เสมอ เธอรู้สึกถึงความกังวลนี้ แม้แต่ในความสัมพันธ์กับชายหนุ่มที่เธอรู้จักมาหนึ่งปีแล้ว และเป็นคนที่เธอสุขใจด้วย ซึ่งความสุขใจนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยแยกแยะตัวเธอออกจากจิตวิญญาณของเธอเลย และเธอสามารถใช้ชีวิต "ทั้งหมด" ของเธอกับเขา ความเป็นหนึ่งเดียวนี้ทำให้เธอสุขใจ แต่เบื้องหลังความสุขก็มีความสงสัยที่คืบคลานอยู่ และหญิงสาวก็มีความสงสัยนี้อยู่เป็นอันมาก อย่างเช่นเธอรู้สึกเสมอว่ามีผู้หญิงคนอื่น (ที่ไม่เป็นกังวลอะไร) มีเสน่ห์กว่าและยั่วยวนกว่าเธอ และชายหนุ่มที่ไม่เคยปิดบังว่าเขารู้จักผู้หญิงชนิดนี้ดี ก็จะทิ้งเธอไปหาผู้หญิงอย่างนั้นเข้าสักวัน (จริงอยู่ที่ชายหนุ่มบอกว่า เขาเจอผู้หญิงพวกนั้นมากพอจะอยู่ได้ไปตลอดชีวิต แต่เธอก็รู้ว่าเขายังหนุ่มมากกว่าที่เขาจะคิด) เธออยากให้เขาเป็นของเธอโดยสมบูรณ์ และเธอก็เป็นของเขาโดยบริบูรณ์เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเธอพยายามให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเขามากเท่าใด เธอก็ต้องปฏิเสธบางอย่างกับเขามากขึ้นเท่านั้น และสิ่งที่ปฏิเสธนั้นคือความรักที่เบาสบายและผิวเผิน หรือการหยอกยั่วกับคนอื่น เธอกังวลว่าเธอจะไม่สามารถผนวกความจริงจังกับความเบาสบายใจได้ แต่ในตอนนี้เธอไม่ได้กังวลอันใด และความคิดกังวลก็ดูจะห่างไกลจากจิตใจ เธอรู้สึกดี วันนี้เป็นวันแรกของการพักผ่อน (ของการพักสองอาทิตย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอฝันถึงมาตลอดปี) ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า (เธอเฝ้ากังวลมาตลอดปีว่าท้องฟ้าจะเป็นสีฟ้าจริงๆ หรือไม่) และเขาก็อยู่เคียงข้าง ต่อคำถาม "ไปไหน?" ของเขาทำให้เธอหน้าแดง และออกจากรถโดยไม่เอ่ยคำใด เธอเดินอ้อมปั๊มน้ำมันซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวข้างไฮเวย์ ล้อมรอบไปด้วยทุ่ง ห่างออกไปประมาณร้อยหลา (ในทิศทางที่กำลังจะมุ่งไป) จึงเป็นป่า เธอจึงตรงไปและหายไปหลังพุ่มไม้เล็กๆ ปลดปล่อยตัวเองให้กับอารมณ์ที่ดีของเธอ (เธอจะมีความสุขมากที่สุดจากการปรากฎตัวของผู้ชายที่รักได้ก็แต่ในความลำพัง หากการปรากฎตัวของเขาดำเนินต่อเนื่องไปแล้ว การปรากฎนี้ก็จะคอยแต่จะหายไปเรื่อยเช่นกัน มีแต่เวลาที่เธออยู่ลำพังเท่านั้น จึงจะสามารถยึดเหนี่ยวมันไว้ได้) เมื่อเธอออกมาจากป่ามาที่ไฮเวย์ ตัวปั๊มน้ำมันก็มองเห็นได้อีกครั้ง รถบรรทุกน้ำมันใหญ่ออกไปแล้ว และรถสปอร์ตก็มุ่งหน้ามายังป้อมแดงของปั๊ม หญิงสาวเดินเลียบไฮเวย์และคอยเหลียวมองว่ารถสปอร์ตจะมาถึงหรือยัง เธอเห็นรถในที่สุด เธอหยุดและเริ่มโบกรถเหมือนกับเธอเป็นคนโบกรถที่กำลังขอทางกับรถแปลกหน้า รถสปอร์ตช้าลงและหยุดจอดใกล้สาว ชายหนุ่มเอียงมาทางหน้าต่าง หมุนกระจกลง ยิ้มให้และถามว่า "จะไปไหนครับ คุณผู้หญิง?" "คุณจะไปบีสทริทซาหรือเปล่าคะ?" หญิงสาวถามและยิ้มอย่างให้ท่า "ไปครับ ขึ้นมาสิครับ" ชายหนุ่มบอกแล้วเปิดประตู หญิงสาวขึ้นรถ และรถก็ออกตัวไป คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | LAUGHABLE LOVES Copyright © 2001 faylicity.com |