| อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง : ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ |
Polonius : What do you read, my lord ? หากอ่านบทสนทนาข้างต้นอย่างผิวเผิน คนส่วนใหญ่ย่อมมีสิทธิที่จะคิดได้ ว่าแฮมเล็ต "ถ้าไม่บ้าก็คงปัญญาอ่อน" เพราะคนปกติทั่วไปย่อมรู้ดีว่าโพโลเนียสมีเจตนาจะถามแฮมเล็ตว่ากำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องอะไร แต่ถ้าได้หยุดคิดไตร่ตรองสักนิด เราก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า แม้คำพูดของแฮมเล็ตอาจจะฟังดูเหมือนคนบ้า แต่ก็เป็นความบ้าในแบบที่โพโลเนียสได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า "ถึงจะดูว่าบ้า แต่ก็มีเหตุมีผลอยู่ในที" ("Though this be madness, yet there is method in't." II.ii.207-208) เพราะว่าคำโต้ตอบของแฮมเล็ตใช่ว่าจะเลอะเทอะไร้สาระ ประเภท "ไปไหนมา สามวาสองศอก" ก็หาไม่ หากจะวิเคราะห์กันอย่างถึงที่สุด คำตอบแฮมเล็ตกระเทาะถึงแก่นของกิจกรรมการอ่าน เพราะว่าเมื่อแฮมเล็ตอ่านหนังสือ หรือใครก็ตามที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน สิ่งที่แฮมเล็ตและคนผู้นั้นอ่านมิใช่อะไรทั้งสิ้นนอกจาก "คำ คำ คำ" ที่ถูกนำมาร้อยเรียงกันขึ้นเป็นข้อความ เป็นวลี และเป็นประโยค ซึ่งนำมาผูกกันเข้าให้เป็นเรื่องราวต่าง ๆ นานา ความจริงข้อนี้ดูเหมือนว่าจะถูกมองข้าม เพราะผู้อ่านส่วนใหญ่มัวแต่พะวงกับการอ่านเอาเรื่องมากไป หนังสือเล่มนี้ใช้ชื่อว่า อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง ก็ด้วยความตั้งใจที่จะสะกิดให้เราหันมาอ่าน "คำ คำ คำ" เหมือนกับแฮมเล็ตมากขึ้น นั่นคือ นอกเหนือจากการอ่านเพื่อเอาเรื่องแล้ว เราควรจะต้องเพ่งเล็งกับการอ่านคำเป็นพิเศษ แต่การอ่าน "คำ" ในความหมายที่แฮมเล็ตพูดนั้น มิได้หมายถึงการอ่านเพื่อซาบซึ้งดื่มด่ำในความสละสลวยของถ้อยคำ ในทางตรงกันข้าม การอ่านคำคือการอ่านเพื่อเท่าทันความกำกวม ความยอกย้อนซ่อนเงื่อน ความย้อนแย้งพลิกแพลงผันแปรที่แฝงอยู่ในคำ ดังเช่นที่แฮมเล็ตสาธิตให้เราเห็นในบทสนทนากับโพโลเนียสที่ยกมาข้างต้น ฉากบทสนทนาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่เจ้าชายแฮมเล็ตเริ่มสงสัยว่า พระราชาคลอเดียสผู้มีศักดิ์เป็นอา ได้ลอบวางยาพิษพระราชาองค์เดิมผู้เป็นพระราชบิดาของแฮมเล็ต เพื่อชิงราชสมบัติและแต่งงานกับพระนางเกอร์ทรูดพระราชมารดาของแฮมเล็ต ส่วนโพโลเนียสนั้นเป็นกรมวังในราชสำนักที่ได้รับมอบหมายให้จับตาดูพฤติกรรมของแฮมเล็ต คำถามของโพโลเนียสแม้จะดูเสมือนคำทักทายอันบริสุทธิ์ใจ แต่ก็มีนัยยะที่ส่อถึงความต้องการที่จะสอดส่องและสอดรู้ความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวของแฮมเล็ต จากบริบทดังกล่าวข้างต้น เราพบว่าแฮมเล็ตสามารถอ่านนัยยะแอบแฝงในคำถามของโพโลเนียสได้อย่างถูกต้อง และโต้ตอบด้วย "คำ" ที่กำกวมซ่อนเร้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คำตอบของแฮมเล็ตในที่นี้ ด้านหนึ่งก็เพื่อสื่อว่า เขากลายเป็นคนเสียสติที่ไร้พิษสง แต่ขณะเดียวกันก็ชี้เป็นนัยด้วยว่า เขารู้เท่าทันเจตนาแฝงเร้นของโพโลเนียสเป็นอย่างดี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ เพราะแฮมเล็ตสนใจที่จะอ่านนัยยะของคำ มากกว่าจะอ่านเอาเรื่อง ส่วนการจงใจใส่คำว่า "ไม่" ไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ ก็หาใช่การใส่จริตใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องการจะสื่อว่า "การอ่าน (ไม่) เอาเรื่อง" นั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับ "การอ่านไม่เอาเรื่อง" "การอ่านไม่เอาเรื่อง" คือการอ่านแบบตามใจฉัน และตามใจชอบ ที่ปราศจากหลักเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น นึกจะอ่านและตีความงานเขียนให้เข้ารกเข้าพงตามใจนึกและใจสนุกของผู้อ่าน วิธีการอ่านเช่นนี้มิใช่แนวทางการวิจารณ์วรรณกรรมที่ผู้เขียนเห็นด้วย หรือสนับสนุนแต่อย่างใดทั้งสิ้น "การอ่าน (ไม่) เอาเรื่อง" จะต้องเริ่มต้นจาก "การอ่านเอาเรื่อง" เสียก่อน นั่นคือผู้อ่านต้องฝึกฝนทักษะและความจัดเจนที่จะสามารถอ่านเพื่อจับใจความตามท้องเรื่องได้ถูกต้องว่า ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร สามารถจะจับอารมณ์ความรู้สึกของเรื่องและตัวละคร ซึ่งอาจจะยอกย้อนแยบยล หรือตื้นเขิน โจ่งแจ้ง สุดแล้วแต่ตัวงานแต่ละชิ้นจะนำเสนอ สามารถจะจับใจความสำคัญและใจความรองของเรื่องได้อย่างถูกต้องไม่คลาดเคลื่อน และอย่างครบถ้วนไม่ตกหล่น ตลอดจนสามารถจะตีความนัยยะที่ตัวงานต้องการจะสื่อถึงผู้อ่านได้อย่างทะลุแจ้งแทงตลอด ในระดับของการอ่านเอาเรื่องดังว่านี้ ผู้อ่านจะได้รับความเพลิดเพลินจากเรื่องราวที่นำเสนอ ได้รับความจำเริญใจมากน้อยสุดแล้วแต่ความเข้มข้นทางอารมณ์ในตัวงาน และบางกรณีอาจจะได้รับความอิ่มเอิบทางความคิดในอรรถรสและความหมายที่ตัวงานมุ่งสื่อแสดงต่อผู้อ่าน ส่วนการ "อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง" เป็นการอ่านในระดับที่สูงขึ้นไปจากการอ่านเอาเรื่อง ที่มิได้มุ่งดูเพียงเนื้อเรื่อง ใจความหลัก หรือความหมายที่ปรากฏในตัวงาน แต่มุ่งวิเคราะห์กระบวนการสร้างความหมาย ปัจจัยและเงื่อนไขที่ทำให้การสื่อความหมายเป็นไปได้ และที่สำคัญคือมุ่งพินิจเพื่อตีแผ่สิ่งที่ "ไม่ปรากฏ" ซึ่งแฝงเร้นหรือแอบซ่อนติดมากับเรื่อง นั่นก็คือความหมายที่เนื้อเรื่องพยายามจะปกปิดไว้ จะโดยจงใจหรือไม่จงใจก็ตาม หลายคนอาจจะนึกแย้งอยู่ในใจว่า ทำไมจึงต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากขนาดนี้ ใยจึงต้องแปรกิจกรรมการอ่านวรรณกรรม ที่น่าจะนำมาซึ่งความเพลิดเพลินทางอารมณ์ ให้กลายเป็นเรื่องซับซ้อนยอกย้อนชวนปวดหัวเกินกว่าเหตุเช่นนี้ โดยส่วนตัวและโดยสัตย์จริง ผู้เขียนขอยืนยันว่า "การอ่าน (ไม่) เอาเรื่อง" เป็นการอ่านที่นำมาซึ่งความสำราญอารมณ์ และความเบิกบานทางปัญญาได้ไม่ยิ่งหย่อน และเผลอ ๆ อาจจะมากกว่า "การอ่านเอาเรื่อง" ด้วยซ้ำไป เพราะวิธีการอ่านดังกล่าวช่วยทำให้ผู้อ่านได้รู้เท่าทันตัวบท ทั้งยังช่วยเพิ่มมิติอันแปลกใหม่ ที่ลำพังอาจจะมองไม่เห็นหากเรายึดติดอยู่แค่ระดับของการอ่านเอาเรื่อง แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใด กิจกรรมการอ่านวรรณกรรมนั้นมิได้แตกต่างจากกิจกรรมอื่น ๆ ในสังคม หาได้บริสุทธิ์ผุดผ่องและไร้เดียงสาดังที่เราอยากจะให้เป็น วรรณกรรมเป็นผลผลิตของสังคม เช่นเดียวกับที่การอ่านวรรณกรรมคือกิจกรรมทางสังคม จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตามที จะโดยความยินยอมพร้อมใจหรือไม่ก็ตามแต่ ทั้งวรรณกรรมและการอ่านวรรณกรรมล้วนมีมิติทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และอุดมการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นและอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หนังสือประเภทใดจึงจะถูกจัดว่าเป็นวรรณกรรม ใครบ้างมีสิทธิจะเข้าถึงวรรณกรรมเหล่านี้ (ทั้งในแง่ของการมีกำลังทรัพย์ที่จะซื้อหามาอ่าน หรือในรูปของเสรีภาพที่จะได้อ่าน) เราควรจะอ่านและมีปฏิกิริยาตอบรับวรรณกรรมเหล่านี้อย่างไร และแม้กระทั่งความเชื่อที่ว่า การอ่านวรรณกรรมคือกิจกรรมเพื่อความบันเทิงเริงรมย์ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นเชิงสังคมและอุดมการณ์ ที่ควบคู่มากับกิจกรรมการอ่านทั้งสิ้น ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อเจ้าชายแฮมเล็ตยืนอ่านหนังสืออยู่โดยลำพัง เขาไม่สามารถจะดื่มด่ำกับการอ่านหนังสือได้อย่างปลอดโปร่ง แต่ตกเป็นเป้าสายตาการสอดส่องและการสอบสวนของโพโลเนียส ผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของจารีตประเพณี ความเชื่อและอุดมการณ์ในสังคม ดังได้กล่าวมาแล้ว คำถามของโพโลเนียส "What do you read?" มิได้เป็นคำถามอันไร้เดียงสาแต่คือความพยายามที่จะซักไซร้ สอบสวน และในขณะเดียวกันก็เป็นความพยายามที่จะกำกับและตีกรอบการอ่านของแฮมเล็ตไปในตัว ในทำนองเดียวกัน ทุกครั้งที่เราหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เราเองกำลังถูกซักไซร้และควบคุมโดย "โพโลเนียส" ซึ่งแฝงตัวอยู่ในรูปของธรรมเนียมปฏิบัติในการอ่าน ซึ่งพรางกายอยู่ในรูปของ "สามัญสำนึก" และแบบแผนของการตีความที่คอยกำกับและตะล่อมมิให้เราอ่านออกนอกลู่นอกทาง เหนืออื่นใด เราไม่สามารถหลบลี้หนีหน้าหรือหลีกเลี่ยง "โพโลเนียส" ได้ เพราะ "โพโลเนียส" เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือที่เราอ่าน วิธีการที่เราจะขัดขืนหรือต่อต้านการสอดส่องและการกำกับของโพโลเนียส ก็คือวิธีการเดียวกับที่แฮมเล็ตทำ นั่นคือการปฏิเสธที่จะอ่านตามกรอบของความหมายที่โพโลเนียสกำกับให้เราอ่าน แต่เลือกจะอ่าน "คำ คำ คำ" ซึ่งก็คือการเลือกที่จะ "อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง" ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง |