* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ข่าว-เจาะ
 
book ข่าว-เจาะ : เสนาะ สุขเจริญ

ผู้หวังดีที่ชื่อ Secret Nominee

ภายหลังจากตรวจสอบเงื่อนงำการโอนหุ้นพิสดารอย่างต่อเนื่อง จู่ๆ ก็ได้รับข้อมูลชิ้นสำคัญ คือมีบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "Secret Nominee" ส่งจดหมายแจ้งให้ทราบว่า ในนิตยสาร "Who's WHO in Business & Finance" ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ซึ่งมีการจัดอันดับ 200 เศรษฐีตลาดหุ้นไทย ปรากฏชื่อนาวสาวดวงตา วงศ์ภักดี แม่บ้านในบ้าน พ.ต.ท. ทักษิณ ถือหุ้นบริษัท ชินวัตรฯ 4.33% ของหุ้นจดทะเบียนเป็นจำนวน 6 ล้านหุ้น มูลค่า 3,348 ล้านบาท รวยเป็นอันดับ 10 ของเศรษฐีหุ้นไทย

ในขณะที่นางสาวบุญชู เหรียญประดับ รวยหุ้นเป็นอันดับที่ 13 โดยถือหุ้นชินวัตร 1.68 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.21% มูลค่า 937 ล้านบาท รวมกับหุ้นบริษัท ยูคอม อีก 4.15 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.65% มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 2,900 ล้านบาท

มิใช่เพียงแค่ให้ข้อมูลธรรมดา ผู้ที่ใช้ชื่อ "Secret Nominee" ยังแนบสำเนานิตยสารฉบับดังกล่าวมาให้อีกด้วย

จึงได้ตรวจสอบข้อมูลการถือหุ้นของกลุ่มคนรับใช้ พ.ต.ท. ทักษิณ จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอย่างละเอียด ย้อนหลังไปถึงปี 2535 พบว่าในราวกลางปี 2537 นอกจากนางสาวดวงตาจะถือหุ้นบริษัทชินวัตร มูลค่า 3,348 ล้านบาท นางสาวบุญชูถือหุ้นชินวัตร มูลค่า 937.44 ล้านบาท และหุ้นยูคอม มูลค่า 1,697.1 ล้านบาท รวมมูลค่า 2,904.54 ล้านบาทแล้ว

ยังพบชื่อนายชัยรัตน์ เชียงพฤกษ์ ยามบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นส์ ถือหุ้นบริษัท เอไอเอส อยู่สูงถึง 2,460,000 หุ้น มูลค่า 2,332.24 ล้านบาท และหุ้นยูคอม 4,150,000 หุ้น มูลค่า 1,967.1 ล้านบาท และหุ้นบริษัท ชินวัตรฯ 1,350,342 หุ้น มูลค่า 753.49 ล้านบาท รวมมูลค่าประมาณ 5,042 ล้านบาท รวยเป็นอันดับ 7 ของเศรษฐีหุ้นไทย

และเมื่อนำมูลค่าหุ้นของบุคคลทั้ง 3 มารวมกัน ในขณะนั้นมีมูลค่าสูงถึง 11,295.37 ล้านบาท ไปเปรียบเทียบกับตระกูลเศรษฐีไทยในนิตยสาร "Who's WHO in Business & Finance" ซึ่งจัดไว้ 100 อันดับในขณะนั้น จะพบว่าบุคคลทั้ง 3 มีมูลค่าหุ้นรวมกันแล้วเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
 


คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ข่าว-เจาะ