| กระทู้ดอกทอง : คำ ผกา |
หนังเรื่องข้างหลังภาพดังเกรียวกราว และใครๆ ก็พากันเขียนถึงหนังและนวนิยายเรื่องนี้กันยกใหญ่ ฉันไม่ค่อยมีความคิดเป็นของตัวเองอยู่แล้ว แอบๆ ลุยตามกระแสเขาไป ใครๆ เขาพากันเขียนถึงเรื่องนี้ ฉันก็เอามั่ง หนังนั้นฉันยังไม่ได้ดู แต่เคยได้ยินคนเขาแอบนินทากันว่า ทำไมในหนังเล่นมีทั้งซากุระ มีทั้งใบไม้ร่วงสีแดงๆ มีทั้งเขียวขจีเป็นฤดูร้อน ในช่วงเวลาสามสี่อาทิตย์ หนังเล่นใส่ไปเสียสี่ฤดูครบครัน สงสัยเขากลัวว่าคนดูจะเห็นวิวญี่ปุ่นไม่คุ้มมั้ง คุณหญิงกีรติก็กระไรเลย เดินอยู่ท่ามกลางลมเย็นสะท้านของฤดูใบไม้ผลิ ดันใส่เสื้อแขนกุด นพพรตอนไปเดินเที่ยวในสวนที่เป็นป่าเป็นภูเขา ก็แต่งตัวซะเหมือนหนุ่มๆ ออฟฟิศแถวสีลม แหม แต่งให้หล่อแบบหนุ่มๆ แถวสีลมน่ะดีจะตาย พระเอกก็ต้องให้ดูหล่อไว้เสมอสิ แต่ช่างเถอะ เก็บมานินทาเล่นๆ ไปอย่างนั้นเอง มาเข้าเรื่องนวนิยายกันดีกว่า ทีแรกว่าจะพูดแต่นวนิยายน้ำเน่าที่ฉันชอบอ่าน แต่ลืมไปว่าเปิดคอลัมน์ใหม่ หยิบนวนิยายที่ห่างความเป็นน้ำเน่ามาประเดิมดีกว่า เผื่อจะเป็นสิริมงคล เลยเลือกเรื่องข้างหลังภาพด้วยฉันอ่านเรื่องนี้ตั้งหลายรอบ อ่านไปอ่านมา ฉันว่านวนิยายเรื่องนี้กำลังพูดถึงผู้หญิงสูงศักดิ์คนหนึ่งที่ริอ่านจะมีชู้ น่าเสียดายที่เรารู้จักตัวท่านเจ้าคุณน้อยเหลือเกิน จะรู้ก็จากปากของคุณหญิงบ้าง จากปากนพพรบ้าง ท่านเจ้าคุณจะเป็นจริงอย่างนั้นตามที่นพพรพูด (ด้วยอคติ เพราะดันไปรักเมียท่าน) หรือตามที่คุณหญิงพูด (เพราะกำลังเบื่อผัวแก่) หรือไม่ก็เหลือจะเดา อย่างมีอยู่ตอนหนึ่งที่คุณหญิงพูดว่า "เพราะว่าน้ำรักของท่านได้เหือดแห้งไปพร้อมกับวัยชราของท่าน" (หน้า ๙๑) โอ้โห นี่อ่านแบบดอกทองอย่างฉัน คุณหญิงเล่นบอกนพพรทางอ้อมนี่หว่า ว่าท่านเจ้าคุณบ่มิไก๊ และถ้าฉันเป็นนพพร ฉันจะตีความประโยคนี้ว่า "นพพร ฉันกับท่านเจ้าคุณน่ะ ตั้งแต่แต่งงานกันมา เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลย (ฉันยังบริสุทธิ์) ฉันน่ะแต่งงานกับท่านเจ้าคุณก็เพียงแต่ในนามเท่านั้นแหละ ยังไม่ได้เป็นผัวเมียกันในทางปฏิบัติเลย (ถ้าเธอนอนกับฉัน เธอก็เป็นผัวคนแรกทางพฤตินัยของฉันนะ ไม่ใช่ชู้) คุณหญิงน่ะร้ายเหลือหลาย แต่นพพรดันไม่สามารถถอดรหัสนี้ออก ก็อด... ไปโดยปริยาย สงสารแต่ท่านเจ้าคุณ ศรีบูรพาไม่เปิดโอกาสให้ท่านมาปกป้องตัวเองเลย คิดตามประสาชาวบ้านอย่างฉัน แต่งเมียอย่างคุณหญิงกีรติ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่แพงเป็นบ้า ต้องกินหรู อยู่หรู ทำมาหากินอะไรก็ไม่เป็น แต่งมาแล้วเอาไม่ได้ จะแต่งมาทำซากอะไร คิดแบบคนค้าขาย ยังไง้ยังไงก็ไม่คุ้มทุน เพราะฉะนั้นงานนี้ดอกทองอย่างฉันฟังธงว่าคุณหญิงตอแหลเรื่อง "น้ำรักท่านเจ้าคุณเหือดแห้ง" นี่แหงๆ แล้วคิดว่าเด็กอ่อนหัดอย่างนพพรก็ต้องเชื่อ ฮา คุณหญิงนั้นเป็นผู้หญิงร้อน และถ้าเรามองอย่างคนเคร่งศาสนาหน่อย คุณหญิงออกจะเป็นคนหมกมุ่นอยู่ในร่างกายของตนเองค่อนข้างมาก หมกมุ่นอยู่กับการบำรุงร่างกายของตนเองให้เปล่งปลั่ง รักษาความเยาว์วัยของตนเองให้ปรากฏอยู่นานเท่านาน คุณหญิงเธอพูดไว้หลายครั้งเรื่องการรักษาความงามของเธอ อย่างเช่น "... เป็นบุญอยู่บ้างที่แกชักนำให้ฉันรู้จักว่าในโลกนี้มีหนังสือจำพวกโว้กและแมคคอลส์ ซึ่งช่วยแนะในทางรักษาความงามความเปล่งปลั่งของฉันไว้ได้ยั่งยืนนาน ดุจความสดชื่นยืนนานของดอกไฮเดรนเยีย" (หน้า ๑๑๑) คุณหญิงเธอถึงกับพูดว่า "เป็นบุญ" ที่ได้รู้จักนิตยสารอย่างโว้กและแมคคอลส์ คิดดูว่าคุณหญิงเธอบ้าในเรื่องความงามขนาดไหน คนที่บำรุงความงามทางร่างกายขนาดนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใดมากไปกว่าต้องการมีแรงดึงดูดทางเพศ ต้องการให้ตนเองเป็นที่น่าพึงพอใจในเรื่องเพศ ความเป็นผู้หญิงร้อนของเธอนั้น ดูจากตอนที่เธออธิบายเรื่องความรักแก่ไก่อ่อนอย่างนพพร "ในเวลานี้ฉันยังปรารถนาความรัก. ฉันหมายถึงความปรารถนาที่มีการขวนขวาย. ฉันไม่แสวงหาความรัก. ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในข้อนั้นแล้ว. แต่ฉันรู้ไม่ได้ และฉันก็รับประกันไม่ได้ว่าความรักจะอุบัติขึ้นอีกในชีวิตหรือไม่ทั้งที่ฉันไม่ได้แสวงหา. ฉันอาจจะมีความผาสุกแล้วก็จริง แต่ขอให้เธอเชื่อเถิดว่า ความผาสุกที่ปราศจากความรักนั้นย่อมจะมีไม่ได้" (หน้า ๙๐) "แล้วเจ้าคุณเล่า รักคุณหญิงหรือไม่" "ฉันตอบแทนไม่ได้. ฉันรู้ว่าท่านมีความเอ็นดูฉัน ท่านอาจจะเอ็นดูฉันอย่างผู้ใหญ่รักเด็กๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ความรักตามความหมายที่เธอต้องการจะฟังไม่ใช่หรือ? ฉันได้บอกแล้วว่า ฉันไม่เชื่อมั่นในความรักระหว่างชายแก่กับหญิงสาว และเพราะฉะนั้น ฉันก็ไม่ได้คาดหมายความรักอันรัดรึงใจจากท่าน" (หน้า ๙๑) คุณหญิงแทบจะบอกนพพรโต้งๆ ว่า ความรักที่มีความปรารถนา ความรักที่มีการขวนขวาย ความรักที่รัดรึงใจ แปลเป็นภาษาดอกทองของฉันคือ ความรักที่คุณหญิงปรารถนานั้นต้องกอปรไปด้วยความเงี่ยน/กระสัน (horniness) ด้วย จึงจะเป็นความรักอันผาสุก ไก่แก่แม่ปลาช่อนอย่างคุณหญิงกีรติ ก็เหยาะความไร้เดียงสาแก้เกี้ยวเสียหน่อยว่า สมัยเธอยังสาวรุ่นอยู่นั้น เธอไม่ได้คิดจะบำรุงความงามเพื่อไปยั่วยวนใคร "... อนึ่ง การที่ฉันรักษาบำรุงความงามความเปล่งปลั่งของฉันในเวลานั้น ก็เพียงเพื่อความชื่นใจสำหรับตัวฉันเท่านั้นเอง. ฉันบอกแล้วว่า ฉันยังไม่มีความคิดว่าจะทำอย่างไรกับความเป็นสาวของฉัน เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ตัวฉันเอง" (หน้า ๑๑๒) แต่บอกเป็นนัยๆ ว่า เดี๋ยวนี้ฉันรู้แล้วว่า "จะทำอย่างไรกับความเป็นสาวของฉัน เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ตัวฉันเอง" คุณหญิงเธอห่วงเรื่องความงามขนาดไหน จวนจะตายอยู่บนเตียง รู้ว่านพพรจะมาเยี่ยม ยังเรียกน้องสาวมาแต่งหน้าทาปากเสียสวย น่าเสียดายที่นพพรถอดรหัสไก่แก่อย่างคุณหญิงไม่ออก คุณหญิงเลยคงความงามความดี ความสูงส่งเอาไว้ได้ ถ้านพพรฉลาดกว่านี้อีกนิดเดียว คุณหญิงจะกลายเป็นหญิงคบชู้หลายใจมักมากในกามารมณ์ไปในทันที ข้างหลังภาพมิตาเกะคงคาวคลุ้ง (แต่อาจจะหอมหวาน) ความรักของคุณหญิงจึงเป็นความรักในอุดมคติที่น่าเทิดทูน ถูกนำเอาออกมาเล่ามาฉายซ้ำแล้วซ้ำอีก ผู้หญิงหลายต่อหลายคนดูหนัง-อ่านหนังสือแล้ว ก็น้ำตาตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยภาคภูมิในขัตติยมานะของคุณหญิงที่ยึดมั่นในความรักที่มีต่อนพพรไม่เสื่อมคลาย แหม ถ้าฉันจะน้ำตาตกให้กับคุณหญิง คงไม่ใช่เพราะเธอตายไปโดยปราศจากคนที่รักเธอ แต่เธอดันตายไปโดยปราศจากคนที่เข้าใจว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีเลือดมีเนื้อ มีความต้องการทางเพศอย่างมนุษย์ปุถุชนทั่วไป เราก็เหมือนนพพร ไปยกเธอไว้บนหิ้งอยู่ได้ ไม่ยอม "ฟัน" เธอเสียที ปล่อยให้เธอสร้างวิมานไว้ค้างเติ่งอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ตรอมใจตายได้ยังไงไหว ! คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | กระทู้ดอกทอง |