* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book THE GENIUS FACTORY : David Plotz
read by O

Book Cover

โรงงานผลิตอัจฉริยะหรือธนาคารสเปิร์มแห่งแรกของโลกก่อตั้งขึ้นในปี 1980 โดยมหาเศรษฐีชาวอเมริกันนามว่าโรเบิร์ต เกรแฮม เขาเชื่อแนวคิดของฟรานซิส กัลตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษในปลายศตวรรษที่ 19 ผู้ให้กำเนิดศาสตร์ Eugenics อันหมายถึงเผ่าพันธุ์ที่ดีย่อมกำเนิดจากยีนที่ดี ยีนที่ไม่สมบูรณ์นำไปสู่ความยากจน ความทุพพลภาพ อาชญากรรม หรือความอ่อนปัญญาในมนุษย์ กัลตันนำแนวคิดมาจากการวิเคราะห์สังคมวิกตอเรียในช่วงนั้น ที่ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมายในสังคม เขาเสนอหนทางแก้ปัญหาด้วยการให้คนที่มียีนดีผลิตผลผลิตมากขึ้น เมื่ออังกฤษเต็มไปด้วยยีนดี ประเทศก็จะเจริญรุ่งเรือง

มองในแง่ศีลธรรมและสังคม แนวความคิดนี้มีด้านมืดแอบแฝงอยู่ไม่น้อย แม้จะเป็นการศึกษาพันธุกรรมศาสตร์ที่พัฒนาตามหลักทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน เพราะเป็นการแบ่งชนชั้น เผ่าพันธุ์โดยชนกลุ่มน้อยของสังคมไปโดยปริยาย และหากมีใครมีความเชื่อในทางทำลาย .ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ หนังสือ Hereditary Genius (1896) ของกัลตันมีอิทธิพลต่อแนวความคิดอื่นๆ ในเวลาต่อมา เช่น The Passing of Great Race ของเมดิสัน แกรนท์ที่ฮิตเลอร์ถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นไบเบิลของเขา หนังสือเล่มนั้นเล่าถึงการควบคุมจำกัดปริมาณของยีนที่ไม่ดี ต้นศตวรรษต่อมาในอเมริกามีการออกกฎหมายจำกัดสิทธิบางประการของยีนที่ไม่สมบูรณ์ เช่นห้ามผู้ป่วยทางจิตแต่งงาน มีลูก ซึ่งฟังสมเหตุสมผลดีเมื่อมองว่าผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตัวเองได้และลูกเกิดมาอาจรับพันธุกรรมที่บกพร่อง แต่ในกรณีที่ผู้อพยพจากประเทศอื่นเดินทางมาถึงเกาะเอลลิส ในนิวยอร์ก ต้องได้รับการตรวจสอบไอคิวก่อนเข้าประเทศ เพื่อจะบันทึกเป็นข้อมูลว่าบุคคลนี้ปัญญาอ่อนหรือไม่ น่าจะเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในการจำกัดสิทธิบุคคลที่ตนคิดว่าต่ำกว่า ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการต่อต้านเชื้อชาติที่เพิ่มขึ้นในภายหลัง เช่น ขบวนการคลู คลักซ์ แคลนที่ต่อต้านคนดำจนทำร้ายคนผิวสีอย่างรุนแรง

The Genius Factory เล่าบทประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของโลกก่อนเกิดธนาคารสเปิร์มอย่างละเอียดลออ จนบางแง่มุมฟังหดหู่ในความเป็นไปของมนุษยชาติ โรเบิร์ต เกรแฮมตั้งโรงงานขึ้นโดยเขาชักชวนผู้ชนะรางวัลโนเบลสามคนมาบริจาคสเปิร์ม นั่นหมายความว่าโรงงานนี้จะคัดสรรแต่ยีนที่ดี พันธุ์ที่ฉลาดเป็นกรดเท่านั้น ผู้บริจาคต้องผ่านการตรวจสอบสารพัด รวมไปถึงวิธีการทรมานสเปิร์มว่าแข็งแรงพออยู่รอดจนเป็นพันธุ์ที่ดีหรือไหม ความตั้งใจและอุดมคติของเกรแฮมในการผลิตยีนดีมีสูงมาก เขากำหนดกฎเกณฑ์สำหรับผู้มาขอซื้อสเปิร์มด้วยข้อจำกัดหลายประการ ตั้งแต่ต้องเป็นผู้หญิงแต่งงานแล้ว สามีต้องยอมรับ และมีลูกเองจริงๆ ไม่ได้ ครอบครัวต้องไม่มีปัญหาการเงิน จนถึงการทดสอบสมองฝ่ายหญิงว่าฉลาดพอจะเป็นแม่ดูแลเลือดเนื้อเชื้อไขของยีนที่ดีได้ไหม

แม้จะไม่มีการพิสูจน์ใด้อย่างแท้จริงว่าความฉลาดของมนุษย์มาจากส่วนไหน แล้วผลในลูกที่เกิดมาจะมีชีวิตที่ดีจริง แต่ความเชื่อว่าความฉลาดของมนุษย์มาจากยีนที่ดีก็โอนเอียงไปในทางเป็นไปได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ธนาคารสเปิร์มของเกรแฮมได้รับความนิยมสูง เกรแฮมนำหลักทางการตลาดที่เขาเรียนรู้มาจากการทำธุรกิจจนร่ำรวย (บริษัทของเขาผลิตเลนส์แว่นตาที่ใช้พลาสติกได้เป็นรายแรกของโลก) คือต้องสร้างสินค้าให้น่าสนใจ ให้ลูกค้ามีตัวเลือกเยอะๆ แคตตาล็อคของพันธุ์อัจฉริยะจะถูกกำหนดรหัสเป็นสีและตัวเลข บอกคร่าวๆ ถึงคุณสมบัติ พรสวรรค์ ให้รายละเอียดต่างๆ จนลูกค้าเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว มีผู้มาขอใช้บริการที่ยอมจ่ายค่าช็อปปิ้งสเปิร์มจำนวนมาก จนต้องรอคิวกันยาวนานหลายปี เหตุเพราะธนาคารค้นหาผู้ให้บริจาคไม่ทัน (แม้ธนาคารจะปกปิดข้อมูลจริงของผู้บริจาค แต่ยังมีอัจฉริยะอีกมากที่เห็นเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องไร้สาระและไม่ยอมหลงคารมเกรแฮม)

โรงงานอัจฉริยะดำเนินงานมาสิบเก้าปี ปิดตัวลงในปี 1999 หลังจากเกรแฮมเสียชีวิต โดยโรงงานผลิตเด็กแห่งอนาคตทั้งหมดประมาณสองร้อยกว่าคน เด็กเหล่านี้มีชีวิตเป็นอย่างไร เด็กรู้ไหมว่าพ่อพันธุ์เป็นใคร และโรงงานใช้สเปิร์มอัจฉริยะจริงดังโฆษณาไหม เดวิด พล็อตซ์ ผู้เขียนจะเล่าความอยากเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์ให้นักอ่านฟัง บางเรื่องอ่านแล้วอาจจะหดหู่ บางเรื่องก็อ่านด้วยความรื่นรมย์ใจในสำนึกที่ดีของมนุษย์ น่าจะบอกว่าผู้เขียนเขียนหนังสือได้ดี ทั้งให้ความรู้และความสนุกบันเทิงในสารคดีเล่มหนึ่งที่ควรจะเป็น ถึงเขาจะเพิ่งเขียนหนังสือเป็นเล่มแรกก็ตาม

เกี่ยวกับผู้เขียน David Plotz เดวิด พล็อตซ์ เป็นนักข่าวและบรรณาธิการที่ slate.com อยู่ในกรุงวอชิงตันดีซีกับภรรยาและลูกสองคน

The Genius Factory : David Plotz
ISBN: 0743275519 Scribner, 320 pages, £12.99

The dancer Isadora Duncan once suggested to George Bernard Shaw that they should have a child. "Think of it!" Duncan said. "With my body and your brains, what a wonder it would be." Shaw replied, "But what if it had my body and your brain?"

David Plotz . . . The Genius Factory

Copyright © 2005 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘