นวนิยายภาพเล่มนี้เคยลงเป็นตอนๆ ในการ์ตูนชุดเรื่อง Palookaville มาตั้งแต่ปี 1993 - 2003 Seth เป็นนักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียง แต่ถึงแม้ว่าคนอ่านจะไม่ได้รู้จักเขามาก่อน ผลงานของเขาก็สร้างความประทับใจได้มากตั้งแต่แรกเห็น ภาพของเสทมีลายเส้นสวยสะอาดตาชวนอ่าน เมื่ออ่านจบแล้วก็ให้ดีใจที่ได้รู้จักกับเสทและหนังสือเล่มนี้
"การ์ตูนเป็นส่วนสำคัญของชีวิตผมอยู่เสมอมา"
ตัวละครเอกในเรื่องคือตัวเสทเอง ที่เล่าความหลงใหลต่อการ์ตูนในชีวิตของเขา การ์ตูนที่เสทชื่นชอบในที่นี้ไม่ได้เป็นการ์ตูนเล่ม แต่คือมุขตลกประเภทสามช่องจบ เช่นสนูปปี เป็นต้น ความหลงใหลนี้ทำให้เสทติดตามสะสมผลงานของนักเขียนการ์ตูนเก่าๆ จนวันหนึ่งที่ได้พบผลงานภาพของศิลปินนามว่า คาโล ที่เขาชอบสไตล์การวาดอย่างมาก เสทจึงหมกมุ่นและเฝ้าติดตามหาข้อมูลของนักเขียนการ์ตูนปริศนาผู้นี้
เรื่องเล่าที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของการสืบหาคาโล แต่เป็นเรื่องการสะท้อนมุมมองต่อชีวิตของตัวเสทเอง เรื่องในเล่มนี้เป็นนวนิยายก็จริง แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล่าในชีวิตของผู้เขียนเองด้วย เนื่องจากประเด็นหลักในเล่มนี้ล้วนแต่มีศูนย์กลางที่ตัวเสท เขาบอกแนวคิดในเรื่องโลกและชีวิต ในเรื่องเวลาและการหวนหาอดีต เรื่องความไม่มั่นคง และการแสวงหาตัวตนของเขา
"บางทีก็ดูเหมือนว่าสภาพจิตใจตามธรรมชาติของผมจะออกไปทางความเครียดแบบคลุมเครือ ... ลองอยู่ตามลำพังสักห้านาที ผมก็จะตกอยู่ในความเครียดบางชนิด ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ผมหม่นหมอง"
การเสาะแสวงคาโล สะท้อนไปกับการพยายามแสวงหาตัวตนของเสทเอง เสทบอกเล่าทัศนคติต่อชีวิตของเขาอย่างเปิดใจมาก ทำให้เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เป็นการบรรยายความคิดในใจเขาว่าเสทคิดอย่างไร แต่ทั้งนี้เขาไม่ได้ทำให้คนอ่านรู้สึกเบื่อหน่าย หรือรำคาญที่ต้องอ่านเรื่องของคนที่ดูจะพูดและรำพึงแต่เรื่องของตนเอง ความคิดใคร่ครวญแม้แต่คำบ่นติของเขา อ่านได้น่าประทับใจและเพลิดเพลิน ทั้งชวนคิดและชวนติดตาม อารมณ์นั้นมีทั้งขมขื่นเหลือร้าย ความอ่อนโยน ความหวั่นไหวไม่แน่ใจ เขาเล่าความจริงต่างๆ ในชีวิตได้น่าฟัง และเล่าได้ดียิ่งด้วยภาพ
ภาพในเรื่องสวยมาก การเล่าเรื่องด้วยภาพทำได้ดี แม้แต่ฉากที่ไม่มีการบรรยายใดๆ เลยติดกันหลายหน้า ก็บอกเล่าเวลาที่ผ่านฤดูกาลไปได้ดีอย่างที่เราไม่ค่อยเห็นที่ไหน ฉากในท้องเรื่องแสดงภาพตึกรามบ้านช่อง และภาพทิวทัศน์ที่สวยงามมาก อารมณ์ในเรื่องนี้เป็นอารมณ์เงียบๆ อย่างที่ใครที่เคยอ่านการ์ตูนของ อาดาจิ มิซึรึ คงจะคุ้นเคยกับการเล่าความนิ่งๆ ด้วยภาพในสไตล์นี้
การใช้ภาษาของเสทก็ดีไม่ต่างจากฝีมือการวาดภาพของเขาเลย ในเล่มนี้เต็มไปด้วยประโยคคมคายน่าคิดอยู่ทั่วไป แม้คำที่เขาพร่ำบ่นให้เราฟัง ก็ยังเป็นคำบ่นที่น่าฟัง อ่านแล้วอาจทำให้คนอ่านสะท้อนใจและผูกโยงเรื่องนี้ไปกับเรื่องของตัวเราได้ ไม่ว่าใครก็ต้องเคยมีช่วงชีวิตที่ไม่แน่ใจและอ่อนไหวด้วยกันบ้างแล้วทั้งนั้น
เสทชอบอยู่กับอดีตและคิดว่าอดีตคือสถานที่อันปลอดภัย ถึงแม้ว่าอดีตมักจะทำให้เขารู้สึกเศร้าก็ตาม เขาค้นหาคาโลและฝันใฝ่กับโลกในอดีต ไปพร้อมๆ กับการหาตัวตนของเขาด้วย แม้เรื่องในเล่มจะเป็นบรรยากาศของการทอดถอนใจเสียส่วนมาก แต่ก็เป็นบทใคร่ครวญต่อชีวิตของนักเขียนที่น่าคิดไม่น้อย ลึกๆ แล้วเสทพยายามตอบตัวเองว่า สิ่งที่เขาทำอยู่นั้นมีความหมายหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงความสูญเปล่าอันไร้ค่า
เราทุกคนอาจเคยตั้งคำถามเช่นเดียวกับเสทมาแล้ว การอ่านหนังสือเล่มนี้น่าจะทำให้ผู้อ่านได้คิดถึงตัวตนในบางซอกมุมของเราผ่านหนังสือดีเล่มนี้ สุดท้ายแล้ว เสทได้พบคำตอบนี้ด้วยตนเอง ดูเหมือนเขาจะบอกเราไปด้วยว่าชีวิตที่ดีก็ต้องมีความอ่อนแอบ้าง แล้วตัวเราเล่า ตอบคำถามนี้ต่อตัวเองได้แล้วหรือยังว่าชีวิตดีงามคือสิ่งใด
เกี่ยวกับผู้เขียน Seth เสท เกิดที่แคนาดาในปี 1962 ด้วยชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้คือ เกรเกอรี่ กัลแลนท์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น เสท ในอีกยี่สิบกว่าปีต่อมา มีผลงานเขียนในการ์ตูนชุด Palookaville ตั้งแต่ปี 1991 และมีผลงานในนิตยสารชื่อดัง เช่น วอลล์สตรีตเจอร์นัล นิวยอร์กไทมส์ แอตแลนติก ฟอร์จูน และ นิวยอร์กเกอร์ ผลงานรวมเล่มคือ Clyde Fans; Part One (2000)
Clyde Fans; Part Two (2003) It's a Good Life If You Don't Weaken (2003) Vernacular Drawings (2001) เสทยังเป็นผู้ออกแบบหน้าปกซีดีชุด Lost in Space และเขียนภาพประกอบเว็บไซต์ให้ศิลปิน Aimee Mann ด้วย ปัจจุบันเขาพำนักที่เมือง ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา
It's a Good Life, If You Don't Weaken : Seth
ISBN 1-896597-70-X Drawn & Quarterly, 187 pages, $19.95 paperback
Copyright © 2004 faylicity.com
Expectations and disappointments. If it's obvious to me, I'm sure it's obvious to everyone. This is what life's all about.
-- Seth It's a Good Life, If You Don't Weaken
|