| THE HALF BROTHER : Lars Saabye Christensen
read by O |
![]()
The Half Brother เป็นนิยายที่คริสเตนเซนใฝ่ฝันอยากเขียนถึงมานาน เขาใช้เวลาเขียนหนังสือเล่มนี้นานกว่า 10 ปี เล่าการผจญภัยของครอบครัวหนึ่งที่สืบทอดยาวหลายชั่วคนรวมเวลาเกือบร้อยปี หนังสือมีความหนา 764 หน้า จ้องขู่คนอ่านตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม คุณลุงคนที่แนะนำและให้ยืมหนังสือเล่มนี้บอกว่าในนั้นเต็มไปด้วยลุ่มหลงในความเงียบระหว่างตัวละคร คนอ่านน่าจะชอบ แม้คำนิยมจากคุณลุงจะชวนอ่านดีแต่พลิกดูแล้วนึกไม่ออก เห็นแต่ตัวหนังสือติดกันเป็นพรืดโดยบทสนทนาก็นำไปเรียงต่อกันในย่อหน้าหนึ่งๆ ไม่มีช่องว่างให้หยุดพักเลย คิดกับตัวเองว่ากว่าจะอ่านจบคงจะใช้เวลานานมาก
บทแรกในหนังสือน่าจะกล่าวได้ว่าเป็นบทที่แย่ที่สุด ตะกุกตะกักชวนสะดุดกับความคิดไร้ทิศทางของตัวละคร บาร์นัม นีลเซน เป็นนักเขียนบทภาพยนตร์กำลังไปร่วมงานมหกรรมภาพยนตร์ในกรุงเบอร์ลิน เขานัดหมายกับเปเดอร์เพื่อนรักที่หน้างาน แต่แทนที่จะไปตามนัด เขาเดินท่องราตรีครุ่นคิดเกือบสามสิบหน้า ทิ้งเค้าลางบางอย่างของสิ่งที่เรารู้ว่ากระทบในจิตใจเขาแต่ก็ปะติดปะต่อไม่ได้ สุดท้ายบาร์นัมเผยให้รู้ว่าเขาเขียนบทภาพยนตร์ไว้เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็ก และหลังจากนี้ไปการอ่านก็ดำเนินไปด้วยความสนุก ชนิดที่ว่าถ้าว่างก็อ่านแบบไม่ลืมหูลืมตา คริสเตนเซนมีมนต์วิเศษของความเป็นนักเขียนจากแถบประเทศสแกนดิเนเวียที่เราทราบดีว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นนักเล่านิทานโดยกำเนิด
ในภาคที่สองของหนังสือตั้งชื่อว่าผู้หญิง ย้อนกลับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองปี 1945 ผู้หญิงสามคนสามรุ่นอาศัยอยู่ในแฟลตแห่งหนึ่งในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ครอบครัวนี้ประกอบไปด้วยคุณชวด คุณยายชื่อโบเล็ตต้า และแม่นามเวร่า ขณะนั้นเวร่ากำลังเป็นเด็กสาวในวัย 19 ปี เธอเดินไปเก็บผ้าที่ดาดฟ้า แต่ปรากฏว่าเธอถูกชายกำยำคนหนึ่งข่มขืน ทอดทิ้งให้เธอนอนรอความตายอยู่ตรงนั้น เมื่อโบเล็ตต้ากลับมาถึงบ้านจึงเดินตามหาลูกสาวกับคุณชวดผู้เป็นแม่ เธอพบว่าว่าเวร่านอนเลือดนองเต็มตัว แล้วหลังจากนั้นเวร่าพูดด้วยความเงียบตลอดเวลาเก้าเดือนที่อุ้มท้อง เป็นความเงียบแรกที่ชวนให้เรารู้จัก คริสเตนเซนบรรยายชีวิตอันน่ารักน่าขมขื่นในครอบครัวนี้ด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่นของคนที่เป็นเพศแม่ เขาไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลากับการเล่าอย่างละเอียด ซึ่งความชำนาญของเขาได้สร้างความอยากรู้ทิ้งไว้แบบบทต่อบทเสมอ เขาตั้งคำถามทางสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านตัวละครที่แวดล้อมอยู่ในแฟลตแห่งนั้น หลายคนคงอยากจะประณามผู้หญิงในตระกูลนี้ แต่พวกเธอไม่สนใจ เพราะเมื่อเกิดเป็นเพศแม่แล้ว พวกเธอยินดีที่จะเลี้ยงเลือดเนื้อเชื้อไขด้วยความรัก
พี่ชายมารดาเดียวกันกับบาร์นัมจึงถือกำเนิดเกิดมา เฟรดเกิดในรถแท็กซี่ระหว่างทางที่เวร่าไปโรงพยาบาล เฟรดในภาษานอร์เวย์แปลว่าความสงบสันติ คนขับแท็กซี่เป็นคนตั้งชื่อให้เพราะในระหว่างนั้นสงครามเพิ่งยุติ เมื่อเฟรดลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก เวร่าแสดงความปิติยินดีด้วยการพูดออกมา สร้างความดีใจให้กับผู้หญิงทั้งสองที่เหลือในครอบครัวมาก และชะตากรรมของลูกคนแรกก็ดำเนินไปตามบทบาทที่พระเจ้าบรรจงสร้างให้ ใครเคยอ่าน The Prayer For Owen Meany ของจอห์น เออร์วิงคงจะหลงรักมีนนี่ไม่มากก็น้อย ตัวละครพวกนี้เป็นเสมือนเด็กวิเศษที่ผิดปกติ The Half Brother ก็เช่นเดียวกัน รู้ทั้งรู้แต่ใจนักอ่านอย่างเราก็ยังอดเอ็นดูด้วยความรักไม่ได้
บทถัดไปเป็นเรื่องเล่าถึงอาร์โนลด์ นีลเซนพ่อของบาร์นัมตัวละครเอก ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กกับความวิเศษของผู้เป็นพ่อ และวันหนึ่งเมื่ออาร์โนลด์พบเจอกับเวร่า ตำนานแห่งความรักทั้งปวงจึงเกิดขึ้น บาร์นัมมีปัญหาตั้งแต่เกิด เขาต้องเดินทางพร้อมพ่อข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาพระในเกาะที่พ่อเคยอยู่ เพราะพ่อรู้ว่าพระท่านนี้จะยอมทำพิธีตั้งชื่อให้ บาร์นัมกลายเป็นเด็กกำหนดเหมือนพี่ของเขา ความเงียบที่สองและสามจึงตามมาระหว่างพี่น้องที่รักกันแต่ไม่เคยเอ่ยปากคู่นี้
ความน่ารักและโศกเศร้าที่สุดคือความสามารถที่ผู้เขียนบรรยายถึงความลึกซึ้งที่สองพี่น้องนี้ผูกพันต่อกัน เฟรดกับบาร์นัมเป็นพวกไม่ค่อยพูด หรือพูดกันก็คอยแต่เฉไฉ แต่เรื่องที่พวกเขาสัมผัสความรักจากฉากบางฉากในหนังสือตรึงใจและทำให้เราคิด มีฉากหนึ่งเฟรดชวนบาร์นัมไปผับขั้วโลกเหนือ เพื่อลากคุณยายกลับบ้าน เฟรดบอกกับบาร์นัมว่าไม่ต้องรู้หรอกว่าจะไปไหน แต่สองพี่น้องคู่นี้ลากไม้เลื่อนรางน้ำแข็งเพื่อไปขนคุณยายกลับบ้าน เมื่อไปถึงก็พาคุณยายที่หลับสลบไสลขึ้นรางเลื่อน เขาเตรียมผ้าห่มมหาศาลไปเพื่อความอบอุ่นในการณ์นี้ แล้วเด็กทั้งสองก็เข็นพาคุณยายทั้งน้ำตากลับแฟลตที่ตนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดในยามดึก
เฟรดเริ่มเป็นเด็กผิดปกติในวันที่คุณชวดเสียชีวิต เขารักคุณชวดมากจนเขาไม่อยากพูดอีกเมื่อเกิดอุบัติเหตุกลางถนน เขาเลิกพูดเป็นเวลาสองปีเต็มและมีปัญหาเป็นโรคสะกดคำหรืออ่านหนังสือไม่ออก เฟรดต้องไปเรียนโรงเรียนพิเศษสำหรับคนประเภทนี้ ส่วนบาร์นัมเป็นเด็กที่มีปมด้อยเพราะความตัวเล็กที่สุดของเขา เขาชอบฝัน และในความฝันของบาร์นัมมีแต่เรื่องความสูงหรือเหตุการณ์ร้ายๆ มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเพราะคนอื่นจะได้เข้าใจและสงสารในชะตากรรมของเขา ความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้มีอาร์โนลด์มาคั่นไว้ เฟรดไม่ถูกกับพ่อของบาร์นัม จนครั้งหนึ่งเขาเคยบ่นกับน้องชายว่า 'บาร์นัม พี่ฆ่าพ่อให้เอาไหม?' หรือไม่ก็มักจะบ่นว่าเขาน่าจะเป็นพ่อบาร์นัมเสียเอง คริสเตนเซนค่อยๆ โปรยความน่าสะพรึงกลัวอันนี้ไปตามตัวอักษร จุดจบของอาร์โนลด์เป็นฉากโศกนาฏกรรมที่ตั้งใจหรือเปล่า เป็นเรื่องที่เราต้องครุ่นคิดต่อ
หนังสือดำเนินต่อไปในภาคสี่และห้าอย่างน่าติดตามและเข้มข้นจนบทสุดท้าย หนังสือเล่มนี้ใช้ภาษาอ่านง่าย แม้ตัวอักษรจะติดกันเป็นชุดแต่เนื้อหาที่สนุกทำให้อ่านเพลิดเพลินจนลืมอุปสรรคข้างต้น คงต้องปรบมือให้กับคนแปลซึ่งมาราธอนแปลมากและเขาใช้ภาษาแปลชัดเจนดีเหลือเกิน The Half Brother จะทำให้คุณทั้งหัวเราะและร้องไห้ และดีใจที่ได้อ่านมนต์วิเศษในความเป็นนวนิยายที่ทรงพลัง ตอนนี้เราได้รู้จักกับนักเขียนนอร์เวย์ที่มีคุณค่าอีกคน ชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ยิ่ง เพราะเชื่อว่าถึงหน้าหนังสือจะปิดไปแล้วคุณก็จะไม่ลืมบาร์นัมกับเฟรด เหมือนที่คุณไม่เคยลืมตัวละครที่รักในโลกหนังสือ
เกี่ยวกับผู้เขียน Lars Saabye Christensen ลาร์ส ซอเบีย คริสเตนเซน เป็นชาวนอร์เวย์ มีผลงานเป็นบทกวีและเรื่องสั้นจำนวนมาก คริสเตนเซนรับรางวัลมากมายจากหนังสือหลายเล่มที่เขาเขียน The Half Brother เป็นนวนิยายล่าสุดที่รับรางวัล Nordic Prize ในปี 2002 และติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ในหลายประเทศ
The Half Brother : Lars Saabye Christensen, translated by Kenneth Steven
That afternoon the Old One went down to the police station in Majorstuen. She had to wait three quarters of an hour before being admitted to see a young constable positioned behind his typewriter. 'I want to report a rape,' she tells him. The constable looks up and can't hide the smile beneath his fair, thin beard. 'A rape? Have you been raped?' The Old One looms over the raw recruit. 'My graddaughter has been raped, young man! Are you trying to make a monkey out of me?'
Lars Saabye Christensen . . . The Half Brother Copyright © 2004 faylicity.com
|
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๗ |