* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book HEIR TO THE GLIMMERING WORLD : Cynthia Ozick
read by O

Book Cover

ชื่อของซินเทีย โอซิก อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยในโลกของนักอ่าน เธอเป็นนักเขียนอเมริกันที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในยุคนี้ เธอมีผลงานวิจารณ์วรรณกรรมระดับครู โดยพิมพ์เป็นหนังสือออกมาถึงสี่เล่ม ได้แก่ Art & Ardor, Metaphor & Memory, Quarrel & Quandary และ Fame & Folly   คนอ่านชอบบทความ T.S. Eliot at 101 ในเล่มหลังมาก จนต้องตามหานิยายของเธอมาอ่าน การที่นักเขียนจะวิเคราะห์ในทางทฤษฎีและสามารถเขียนวรรณกรรมได้ดีด้วยเป็นสิ่งที่หาได้ยากนัก มีเพียงนักเขียนอย่างวลาดิเมียร์ นาโบคอฟ และเวอร์จิเนีย วูล์ฟเท่านั้นที่คนอ่านนึกถึง

โอซิกเป็นนักเขียนที่เรียกตัวเองว่า ''a pinched perfectionist" คือเธอจะไม่ยอมเขียนประโยคใหม่ตราบใดที่ประโยคที่แล้วยังไม่ดีอย่างที่คิด ฟังดูแล้วเป็นการเขียนที่ทรมานมาก แต่นี่คงเป็นพรสวรรค์ของเธอ เพราะภาษาที่เธอใช้กระชับและเรียบง่าย ทั้งยังสร้างมโนภาพและความรู้สึกจากคำได้ชัดเจน โอซิกเขียนหนังสืออย่างลึกซึ้งทั้งในแง่ความบันเทิงในการอ่านและการตีความสิ่งที่ซ่อนเร้นในทางวรรณกรรม หนังสือเล่มก่อนของเธอ The Puttermesser Papers อ่านแล้วประทับใจยิ่ง เล่าถึงชีวิตตัวละครหญิงที่ก้าวไปเป็นนายกเทศมนตรีประจำนิวยอร์ก ว่าเธอต้องทำงานหนักขนาดไหนกว่าจะฝ่าฟันสู่โลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ได้ น้ำเสียงของโอซิกชวนขบขันและเหน็บแนมอย่างแสบสันต์ น่าจะเป็นนักเขียนอีกคนที่เขียนในเชิงตลกร้ายได้ดี

Heir to the Glimmering World เล่าชีวิตในช่วงปี 1935 ของ "ผู้ลี้ภัย" ตัวละครทุกตัวในที่นี้ถือเป็นผู้ลี้ภัยทั้งหมดแต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน โรส เด็กสาวอายุสิบแปดปี อยากลี้ภัยออกจากชีวิตที่มีพ่อของเธอ โรสกำพร้าแม่ เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ฉลาดเฉลียวและถังแตก เธอตอบรับโฆษณาในหนังสือพิมพ์ที่บอกว่าศาสตราจารย์ชาวเยอรมันคนหนึ่งต้องการผู้ช่วย โรสเป็นผู้เล่าในหนังสือเล่มนี้ เธอมีวิธีเล่าเรื่องที่หรรษามาก ดูแค่การบรรยายถึงตัวเอง เธอตรงมากจนเราอดขำไม่ได้

The skin of formality covered over my mannerisms and the pitch of my voice, and even the march of my sentence. I took over my father's typewriter and practiced typing with the help of a manual and became proficient --I was enamored of the methodical rows of letters. My speech was stilted. I had at that time been reading Jane Eyre, and admired the gravity and independence of a sad orphanhood. My own try at gravity and independence was a way of escaping the wilderness of my father's imagination. My goal was utter straightforwardness: it made me prim and smug. I fought chaos and sought symmetry, routine, propriety. But it soon came clear that though I could make household order, I could not make order of my father's mind.

โรสเล่าความเป็นมาของครอบครัวเธอ ก่อนจะพาเราไปรู้จักกับครอบครัวยุ่งเหยิงของศาสตราจารย์รูดอลฟ์ มิทวิสเซอร์ ซึ่งประกอบด้วยเอลซ่า ภรรยานักวิทยาศาสตร์ที่เป็นบ้า แอนนาลิส ลูกสาวจอมเจ้าเล่ห์ และน้องชายอีกสามคนที่โรสเรียกว่าพวกจิตวิญญาณอิสระ โรสไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ทำไม เธอเป็นทั้งคนเลี้ยงเด็ก ช่วยดูแลคนบ้า และยังต้องพิมพ์งานด้วยความเร็วอย่างกับปืนกล

โอซิกถ่ายทอดภาพจำลองของชีวิตผู้ลี้ภัยอย่างละเอียดลออ ครอบครัวเยอรมันนี้หนีภัยสงครามมาอยู่ในอเมริกา โดยที่ชีวิตไม่เหลืออะไรให้รำลึงถึงอีก ความเปลี่ยนแปลงเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ร่องรอยของอดีตจึงทิ้งภาพให้ปัจจุบันของแต่ละคนดำเนินไปภายใต้ความปวดร้าว แม้อ่านแค่ภายนอกอาจจะรู้สึกสนุกสนานดีกับความเพี้ยนของครอบครัว เอลซ่า ภรรยาของรูดลอฟ์เป็นตัวละครที่น่าทึ่งมาก ความวิปลาสของเธอทำให้เรามองเห็นภาพที่แท้จริงในสังคม เธอไม่ได้หลงใหลอะไรจนตามืดบอดมัวดั่งเช่นสามีของเธอที่หลงใหลในศาสนาหรืออดีตที่ยิ่งใหญ่ของคนที่ตายแล้ว เธอมองชีวิตแบบมีเหตุมีผลแม้จะหลุดโลกไปบ้าง จนโรสอดเชื่อไม่ได้ว่าบางทีการที่เธอทำเป็นบ้า คงด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เพื่อการพิสูจน์อะไรบางอย่างในชีวิตหรือเปล่า

เนื้อเรื่องต้องมีโครงให้ดำเนินต่อ โอซิกมิลืมในข้อนี้แม้เธอจะแตกและแทรกประเด็นให้เรื่องชวนคิดไปได้ต่างต่างนานา ครอบครัวมิทวิสเซอร์ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินช่วยเหลือของเจมส์ (หมายถึงเงินเดือนของโรสด้วย) เจมส์เป็นนักลี้ภัยอีกคนหนึ่งที่หนีอดีตของหนังสือตุ๊กตาหมีที่พ่อของเขาสร้างขึ้นมา เขาเป็นบทจำลองของตัวละครอย่างคริสโตเฟอร์ โรบินใน วินนี่เดอะพูห์ ชายที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีเงินใช้เพราะสิ่งที่เขาเกลียด เมื่อเขามาอยู่ในบ้านหลังนี้และภายหลังได้พาแอนนาลีสหนีไป อะไรจะเกิดขึ้นกับครอบครัวนี้

ตัวละครที่มีความสำคัญอีกคนหนึ่งคือเบอแทรม ญาติที่แสนดีของโรส เป็นตัวละครที่ชวนขบขันที่สุดเมื่อปรากฏบทบาทในภายหลัง ซึ่งเราจะไม่เล่าให้ระคายเคืองแต่อย่างใด หนังสือเล่มนี้อ่านเพลิดเพลินมาก และจัดได้ว่าอ่านง่ายที่สุดในบรรดาหนังสือของซินเทีย โอซิก คงจะเป็นเพราะว่าโอซิกตั้งใจจะเขียนให้เป็นคอมมาดี้มากๆ โรสเป็นตัวละครที่เล่าเรื่องอย่างคมคายและเติบโตอย่างชาญฉลาดในโลกอันหม่นหมอง โอซิกให้โรสตอบคำถามชีวิตในฐานะผู้สังเกตการณ์ เธอเป็นชีวิตเดียวที่พร้อมจะปรับตัวและไม่มีความสำคัญใดใดต่อโลก แม้จะส่องแสงอย่างริบหรี่แต่เชื่อได้ว่าแสงนั้นไม่เลือนหายไปจากโลกใบนี้

เกี่ยวกับผู้เขียน Cynthia Ozick ซินเทีย โอซิก เกิดปี 1928 เป็นชาวอเมริกัน The Puttermesser Papers เข้ารอบสุดท้าย National Book Award ในปี 1997 ส่วน Quarrel & Quandary รับรางวัล National Book Critics Circle Award ปี 2001เธอได้รับรางวัลอีกมากมาย มีผลงานเป็นนิยายเจ็ดเล่ม และรวมบทความสี่เล่ม ปัจจุบันอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก

Heir to the Glimmering World : Cynthia Ozick
ISBN: 0618470492 Houghton Mifflin, 320 pages, $24.00

From under her pillow, with shaking fingers, Mrs.Mitwisser drew out a pencil and a shred of paper. It was a corner of a page from the torn-up Sense and Sensibility. Weeks ago it had evaded my broom. On this scrap she wrote, slowly,patiently,gleefully, with all her fragile force pounding downward, as if carving on cold stone:

3.2983.10 -24 cal./*C.log D

I asked what it meant; what was "D"?
The formula for entropy, she told me; for disorder; for "thermodynamical equilibrium." The"D," she said, stood for Death --what else did I think it could be?

Cynthia Ozick . . . Heir to the Glimmering World

Copyright © 2004 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๗